ความเงียบงันภายในท้องพระโรงยามราตรีมิได้สงบอย่างที่ควรจะเป็น มันอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจ ความหวาดระแวง และกลิ่นจางๆ ของชาชั้นดีที่เย็นชืดลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบ
หลี่ซ่านยืนตัวตรงเป็นสง่าในชุดคลุมสีเข้ม ปลายเท้าของเขายังคงสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของหยดเลือดปริศนาที่หน้าประตู ทว่าในยามนี้ เบื้องหน้าของเขากลับมีสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า ดึงดูดสายตาคมกริบดั่งคมหอกให้จดจ้องไม่วางตา
"เสนาบดีจ้าว... ท่านดูจะกังวลใจเป็นพิเศษในคดีของตระกูลหลี่เมื่อสิบปีก่อน ทั้งที่เวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้แล้ว"
สุ้มเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกดดันถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของหลี่ซ่าน บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นลงถนัดตา ไป๋จูที่ยืนอยู่เคียงข้างอย่างสงบเสงี่ยมแอบเหลือบสายตาคมปลาบมองไปยังร่างท้วมของเสนาบดีจ้าวผู้ชราภาพ นางรับรู้ได้ทันทีว่าบุรุษหนุ่มข้างกายกำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมด้วยกลยุทธ์ทางจิตวิทยา
เสนาบดีจ้าวสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัย มือที่ถือป้ายหยกสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่อยู่ เหงื่อกาฬเม็ดโตผุดซึมตามไรผม แม้เขาจะพยายามพรางพิรุธด้วยการจิบชาแก้เก้อ แต่จังหวะการกลืนน้ำลายและสายตาที่หลบเลี่ยงไม่กล้าสบตาก็ฟ้องทุกอย่าง
"ทะ... ท่านหลี่กล่าวเกินไปแล้วกระมัธ คดีกบฏของขุนนางทรยศในอดีต เป็นเรื่องที่องค์เหนือหัวทรงมีบัญชาเด็ดขาด ข้าเป็นเพียงข้าราชต้อยต่ำ จะไปมีความกังวลอันใดเล่า ฮ่าๆๆ..." เสียงหัวเราะแห้งผากของเสนาบดีจ้าวช่างฟังดูน่าสมเพชในความรู้สึกของคนฟัง
หลี่ซ่านไม่โต้แย้ง เขาเพียงแต่ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง
"หากเป็นเพียงคดีธรรมดา ไฉนเลยตราประทับลับของสำนักราชเลขาธิการ จึงไปปรากฏอยู่บนฎีกาปลอมที่ใส่ร้ายบิดาของข้าได้เล่าท่านเสนาบดี?" หลี่ซ่านโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของอีกฝ่าย "และที่สำคัญ... ตราประทับนั้น อยู่ในความดูแลของท่านแต่เพียงผู้เดียวไม่ใช่หรือ?"
บรรยากาศในท้องพระโรงตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ไป๋จูกวาดสายตามองไปรอบด้านเพื่อระแวกภัย สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ความเงียบงันนี้ยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ ก่อนที่เสนาบดีจ้าวจะทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
"ข้า... ข้าถูกบังคับ!" เสนาบดีจ้าวหลุดปากออกมาด้วยความตื่นตระหนก น้ำตาคลอเบ้า "ในคืนนั้น มีเงาดำลึกลับบุกเข้ามาในห้องทำงานของข้า มันใช้ชีวิตของบุตรชายข้าเป็นตัวประกัน! ข้าไม่มีทางเลือก... ข้าจำต้องประทับตรานั้นลงไปตามคำสั่งของมัน!"
หลี่ซ่านหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ "เงาดำที่ว่านั้น คือใคร?"
เสนาบดีจ้าวน้ำตาไหลพราก อ้าปากค้างเตรียมจะเอ่ยชื่อบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมทั้งหมด
ทว่า... *ฉับพลัน!*
เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้าแลบ ประกายแสงวับวอมของคมดาบสะท้อนเข้าตาของหลี่ซ่านในเสี้ยววินาทีความเป็นความตาย ร่างของเสนาบดีจ้าวเบิกตาโพรงด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนที่กระแสโลหิตสีแดงฉานจะพุ่งทะלטทะยานออกจากลำคอของขุนนางเฒ่า ร่างทรุดฮวบลงจมกองเลือดอย่างไร้เสียงกรีดร้อง
มือสังหารลึกลับยืนตระหง่านอยู่เหนือศพ ดวงตาภายใต้หน้ากากสีดำสนิทคู่นั้นจ้องมองมาที่หลี่ซ่านด้วยความเหี้ยมเกรียม พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนที่มันจะโยนวัตถุชิ้นหนึ่งตกลงแทบเท้าของหลี่ซ่าน
มันคือ... ป้ายหยกประจำตัวขององค์ชายรองผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในราชสำนักเวลานี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ราชันย์หอกทมิฬ" เสมอมานะครับ
เงาหอกสลักใจ•ตอนที่ 30
เงื่อนงำในท้องพระโรง
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาหอกสลักใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!