กลิ่นอับชื้นของห้องเก็บฟืนปลายจวนเสนาบดีกรมคลังไม่ได้ทำให้หลี่ซ่านรู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย แสงตะเกียงน้ำมันหมูริบหรี่สาดส่องเงาร่างสูงโปร่งให้ทอดยาวไปตามผนังไม้เก่าคร่ำคร่า นิ้วเรียวยาวของเขากำด้ามหอกไม้ไผ่ที่เหลาขึ้นมาอย่างประณีตไว้แน่น จนข้อต่อกระดูกนิ้วขึ้นสีขาวซีด
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังแว่วมาจากด้านนอก ประตูไม้ผุๆ ถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างแรง ฝุ่นผงคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
"โอ้ ดูคุณชายหลี่ผู้สูงศักดิ์ของเราสิครับ ท่านยังนั่งหายใจอยู่อีกหรือนี่ นึกว่าจะขาดใจตายด้วยความอับอายไปเสียแล้ว"
เสียงแหลมสูงของ "จ้าวเหวิน" ขุนนางขั้นเจ็ดผู้ดูแลคลังพัสดุเอ่ยขึ้นด้วยความลำพองใจ เบื้องหลังของมันมีบ่าวรับใช้ร่างกำยำอีกสี่คนยืนปิดล้อมทางออก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าอ้วนท้วมที่เต็มไปด้วยความริษยา
หลี่ซ่านค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงประกายความเย็นเยียบที่ทำให้จ้าวเหวินชะงักไปชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว
"ข้าคิดว่าสถานที่แห่งนี้อากาศจะปลอดโปร่งเสียอีก ยิ่งพวกท่านก้าวเท้าเข้ามา กลิ่นเหม็นเน่าของความโลภก็ยิ่งลอยฟุ้งจนน่าเวียนหัว" หลี่ซ่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
จ้าวเหวินหน้าถอดสีด้วยความโกรธเกรี้ยว มือสั่นเทาชี้หน้าเด็กหนุ่ม "ปากดีนักนะ! เจ้าคิดว่าตัวเองยังเป็นคุณชายตระกูลหลี่ผู้ยิ่งใหญ่อยู่หรือไง? บิดากับมารดาของเจ้าตายอย่างนักโทษกบฏ! ศักดิ์ศรีของเจ้าตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่ค่าเศษดินรองเท้าของข้าด้วยซ้ำ!"
บรรยากาศภายในห้องเก็บฟืนกดดันจนแทบหยุดหายใจ หลี่ซ่านไม่แม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้นยืน เขายังคงนั่งนิ่งบนกองฟืนแห้ง สายตาจับจ้องไปยังถาดไม้ในมือของบ่าวรับใช้คนหนึ่ง ซึ่งบรรจุจอกสุราสีอำพันส่งกลิ่นฉุนรุนแรง
"ดื่มมันเสีย!" จ้าวเหวินกระชากเสียงสั่ง "นี่คือสุราต้อนรับจากท่านเสนาบดีผู้เมตตา หากเจ้ากล้าปฏิเสธ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนว่าไม้เรียวเหล็กในเรือนใหญ่รอต้อนรับกระดูกสันหลังของเจ้าอยู่"
ในจอกสุรานั้นเจือด้วยผง "รากอัคนี" พิษร้อนแรงที่จะเผาผลาญเส้นเอ็นและทำลายเสียงของเหยื่อทีละน้อย เป็นวิธีสกปรกที่ขุนนางชั้นต่ำพวกนี้ใช้กำจัดศัตรูทางการเมืองเงียบๆ โดยไม่ต้องใช้ดาบ
หลี่ซ่านลอบสูดลมหายใจเข้าลึก3 เพื่อสะกดกลั้นความแค้นที่สุมอก ภาพเหตุการณ์วันที่ตระกูลหลี่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ ภาพโลหิตที่นองท่วมเรือนยังคงชัดเจนในความทรงจำ แต่เขารู้ดีว่า ณ เวลานี้ การใช้กำลังย่อมนำมาซึ่งความพินาศ การเอาตัวรอดด้วยมันสมองและเล่ห์เหลี่ยมคือหนทางเดียว
มุมปากของหลี่ซ่านยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้จ้าวเหวินรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
"ท่านจ้าว... ช่างใส่ and ใจข้ายิ่งนัก" หลี่ซ่านลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเขาทำให้ต้องก้มมองขุนนางร่างท้วมลงมาเล็กน้อย "แต่สุราล้ำค่าเช่นนี้ เกรงว่าคนต่ำต้อยอย่างข้าจะไม่คู่ควรรับไว้"
"เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!" จ้าวเหวินส่งสัญญาณมือให้บ่าวรับใช้กรูเข้าไปกระชากตัวเพื่อกรอกสุราพิษ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หลี่ซ่านกลับเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าแลบ ปลายไม้ไผ่ที่เหลาแหลมถูกดีดออกด้วยกำลังภายในซ่อนเร้น ปักเข้าที่จุดชีพจรตรงข้อศอกของบ่าวรับใช้คนแรกอย่างแม่นยำ เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับจอกสุหลุดจากมือร่วงหล่นลงพื้น สุราสีอำพันซึมลงสู่พื้นดิน กลิ่นฉุนตลบอบอวล
"เจ้า... เจ้ากล้าขัดขืนหรือ!" จ้าวเหวินผงถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยมือที่สั่นเทา
"ข้าไม่ได้ขัดขืนครับท่านจ้าว..." หลี่ซ่านก้าวเข้าไปหาทีละก้าว แววตานิ่งสนิทดุจห้วงสมุทรลึก "ข้าเพียงแต่เสียดายสุราดี เพราะข้ารู้มาว่า... สุราถังนี้เป็นของหลวงที่ท่านแอบลักลอบนำมาจากคลังหลวงเพื่อดื่มกินในจวนส่วนตัวใช่หรือไม่?"
ใบหน้าของจ้าวเหวินซีดเผือกทันที เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ "เหลวไหล! เจ้า... เจ้าพูดจาเพ้อเจ้ออะไร!"
"เพ้อเจ้อหรือ?" หลี่ซ่านหยิบเศษจอกสุราที่แตกขึ้นมาดมเล็กน้อย "กลิ่นสุราหมักจากทุ่งหนานหยาง ผสมกับดอกเหมันต์พันปี มีเพียงบรรณาการจากแคว้นจ้าวที่เพิ่งส่งมาถึงเมื่อสามวันก่อนเท่านั้น และบัญชีคลังพัสดุก็ระบุชัดเจนว่าสุราหมักชุดนี้ถูกเก็บไว้ในห้องนิรภัยชั้นในสุด... แล้วเหตุใดมันจึงมาอยู่ในมือของขุนนางขั้นเจ็ดอย่างท่านได้เล่าครับ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเก็บฟืน บ่าวรับใช้ทั้งสี่เริ่มมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว ความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินราชสำนักมีโทษถึงประหารชีวิต ทั่วทั้งร่างของจ้าวเหวินสั่นเทิ้มด้วยความโกรธปนความหวาดกลัวสุดขีด
"ฆ่ามัน! ฆ่ามันปิดปากเดี๋ยวนี้!" จ้าวเหวินคำรามลั่น ขาดซึ่งความสุขุมเยือกเย็น
บ่าวรับใช้เงื้อดาบพุ่งเข้าหาหลี่ซ่านพร้อมกัน ทว่าในขณะที่คมดาบกำลังจะถึงตัว ทันใดนั้นเอง เสียงปรบมือเบาๆ แต่กังวานก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องเก็บฟืน
"ช่างเป็นการละเล่นที่สนุกสนานเสียจริง... ข้ามาช้าไปหน่อยหรือเปล่าครับ คุณชายหลี่?"
ร่างระหงในชุดบุรุษผ้าแพรสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม กลิ่นหอมจางๆ ของดอกซิ่งลอยมาแตะจมูก ไป๋จูแย้มยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ ในมือเรียวของนางถือป้ายคำสั่งทองคำแห่งวังหลัง ซึ่งส่องประกายเรืองรองสะท้อนแสงไฟ
จ้าวเหวินและบ่าวรับใช้ทั้งหมดทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นป้ายคำสั่งนั้น
หลี่ซ่านมองสหายผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขารู้ดีว่าเกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เงาหอกสลักใจ•ตอนที่ 4
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาหอกสลักใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!