กี่ชีวิตกันเล่า... ที่ต้องสังเวยให้แก่ความเงียบงันของแผ่นกระดาษแผ่นนี้
เสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้องเคลือบด้านนอกดังระรัว ราวกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าความตึงเครียดภายในห้องหนังสือลับใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและหมึกจีนราคาแพงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสนิมจางๆ ที่ลอยมาจากคราบเลือดเก่าเก็บ หลี่ซ่านนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดง แสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันพืชกะพริบไหวตามสายลมที่เล็ดลอดเข้ามาทางรอยแตกของผนังหิน ทว่าดวงตาคมกริบของเขากลับแน่วแน่ ไม่ไหวติง ราวกับรูปสลักหินหยกที่ถูกแกะสลักขึ้นด้วยความแค้นเคือง
นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการจับด้ามหอกมาอย่างโชกโชน บัดนี้กำลังพลิกกระดาษสาแผ่นบางที่เหลืองกรอบตามกาลเวลาอย่างเบามือที่สุด บนแผ่นกระดาษเหล่านั้น หาใช่บันทึกกลยุทธ์สงครามหรือรายชื่อทรัพย์สินอันมั่งคั่งไม่ หากแต่มันคือ "บัญชีมรณะ" — รายชื่อขุนนางน้อยใหญ่ พ่อค้าสุจริต และชาวบ้านตาดำๆ ร่วมร้อยชีวิต ที่ถูกบันทึกไว้ด้วยลายมืออันเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่าเบื้องหลังตัวอักษรเหล่านั้น กลับเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและหยาดโลหิต
"ท่านซ่าน..."
เสียงหวานนุ่มทว่าราบเรียบของไป๋จู ดังขึ้นทำลายความเงียบ นางก้าวเท้าเข้ามาอย่างแผ่วเบา ราวกับภูตพรายที่เดินอยู่บนกลีบดอกไม้ ในมือของนางถือถาดน้ำชาอุ่นๆ ที่ไอร้อนยังคงลอยกรุ่น นางปรายตามองเอกสารกองโตตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "ข้าเตือนท่านแล้วว่า ยิ่งขุดคุ้ยลึกลงไปในหีบสมบัติของกรมอาญา เจ้าจะยิ่งพบแต่ซากกระดูกที่ถูกฝังกลบอย่างลวกๆ"
หลี่ซ่านไม่ตอบ เขายังคงไล่สายตานับบรรทัดต่อบรรทัด ชื่อแล้วชื่อเล่า... ล้วนเป็นบุคคลที่เขาคุ้นเคย หรือเคยได้ยินกิตติศัพท์ในทางสุจริต
"ขุนนางตระกูลสือ... เสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้ตรวจการคลังผู้ตงฉิน ถูกประหารชีวิตด้วยข้อหาสมคบคิดกับโจรโพกผ้าเหลืองเมื่อสิบปีก่อน" หลี่ซ่านเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นเยียบ ราวกับลมหนาวที่พัดผ่านหลุมศพ "พ่อค้าแซ่โจว ผู้บริจาคเสบียงให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อเจ็ดปีก่อน ถูกตัดสินให้ริบทรัพย์และประหารเจ็ดชั่วโคตรด้วยข้อหาสนับสนุนกบฏ..."
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ความเงียบงันกัดกินหัวใจ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง มันคือเสียงที่กลั่นมาจากความเจ็บปวดลึกซึ้ง "น่าขันเสียจริง... คนเหล่านี้ตายด้วยข้อหาเดียวกัน ใช้วิธีการสอบสวนแบบเดียวกัน และถูกลงทัณฑ์โดยผู้พิพากษาคนเดียวกัน"
ไป๋จูวางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะ นางยื่นมือเรียวขาวราวหยกมาแตะที่ขอบกระดาษแผ่นนั้นเบาๆ ดวงตาคู่สวยฉายแวววับด้วยความรู้สึกซับซ้อน นางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น
"ท่านรู้หรือไม่ว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกใช้ข้อหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า?" ไป๋จูกวาดสายตามองรายชื่อเหล่านั้น ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหยัน "เพราะความขี้เกียจของพวกมันอย่างไรเล่า... เมื่ออำนาจอยู่ในมือผู้ใด ผู้นั้นย่อมมีสิทธิ์ชี้ว่าขาวเป็นดำ ชี้ว่าความจงรักภักดีคือการกบฏ รายชื่อเหล่านี้ไม่ใช่รายชื่อของคนผิด หลี่ซ่าน... แต่มันคือรายชื่อของ 'ผู้ขวางทางเดิน' ของคนกลุ่มเดียว"
หลี่ซ่านเงยหน้าขึ้นสบตาชวนค้นหาของสหายสนิท ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยประกายไฟแห่งโทสะที่ถูกเก็บกดมานานปี ภาพเหตุการณ์ในอดีต วันที่ตระกูลหลี่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ วันที่บิดามารดาต้องจบชีวิตลงท่ามกลางสายฝนสีเลือด หวนกลับมาฉายชัดในหัวราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
"พวกมันไม่ได้ต้องการแค่กำจัดตระกูลหลี่..." หลี่ซ่านพึมพำ น้ำเสียงลอดไรฟันทีละคำ "พวกมันต้องการลบรากถอนโคนทุกคนที่มีคุณธรรมในราชสำนัก เพื่อให้แผ่นดินนี้ตกเป็นของพวกมันแต่เพียงผู้เดียว"
บรรยากาศในห้องใต้ดินราวกับลดอุณหภูมิลงจนหนาบเหน็บ ไป๋จูขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด นางมองลึกลงไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยบาดแผลของชายหนุ่ม มือบางเอื้อมไปกุมมือหนาที่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นางสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นนั้น
"ท่านจะทำอย่างไรต่อไป หลี่ซ่าน?" ไป๋จูถามเสียงแผ่วเบา "รายชื่อนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญก็จริง แต่มันก็คือดาบสองคม หากท่านนำมันออกไปเปิดเผยในยามนี้ ศัตรูในเงาดำจะรู้ตัว และพวกมันพร้อมที่จะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเพื่อทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายนี้... รวมถึงชีวิตของท่านด้วย"
หลี่ซ่านนิ่งงังไปชั่วขณะ เขาก้มมองรายชื่อเหล่านั้นอีกครั้ง นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ไปตามรอยหมึกที่จางลงตามกาลเวลา หัวใจของเขากำลังร่ำไห้ให้แก่ความอยุติธรรมที่ผู้บริสุทธิ์นับร้อยต้องแบกรับโดยไม่มีโอกาสได้แก้ต่าง แม้แต่ความตายก็ยังไม่สามารถคืนความบริสุทธิ์ให้แก่พวกเขาได้
"ข้าจะไม่ซ่อนมันอีกต่อไปแล้ว ไป๋จู..." หลี่ซ่านเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่มั่นคงดุจภูผา "ในเมื่อกฎหมายของแผ่นดินนี้ไม่หลงเหลือความยุติธรรมให้แก่คนตาย ข้า... หลี่ซ่าน จะใช้ปลายหอกทมิฬนี้ เป็นผู้ทวงคืนความยุติธรรมให้แก่พวกเขาเอง"
ทว่า ในขณะที่ความมุ่งมั่นกำลังลุกโชนขึ้นในใจของชายหนุ่มนั้นเอง...
*ตึง!*
เสียงฝ่าเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นกะทันหันเหนือเพดานห้องใต้ดิน พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังรายล้อมเรือนพักหลังนี้ไว้โดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง ทำให้ทั้งสองคนชะงักค้างทันที ไป๋จูหน้าถอดสีโดยพลัน ขณะที่หลี่ซ่านดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือขวาคว้าด้ามหอกทมิฬที่พิงไว้ข้างโต๊ะโดยสัญชาตญาณ
แสงไฟจากคบเพลิงสว่างวาบสาดส่องลอดเข้ามาทางช่องลมใต้หลังคา พร้อมกับเสียงหัวoาะเยือกเย็นที่คุ้นเคยอย่างยิ่งดังแทรกสายฝนเข้ามา
"ฮ่าๆๆๆ... ไม่ต้องลำบากตามหาหลักฐานหรอกท่านหลี่ซ่าน เพราะตัวจริงเสียงจริงของ 'ผู้พิพากษา' ที่ท่านตามหา... มายืนรอท่านอยู่ตรงนี้แล้ว"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เงาหอกสลักใจ•ตอนที่ 23
นามที่ถูกลบเลือน
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาหอกสลักใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!