โลหิตสดๆ หยดหนึ่งกระเซ็นลงบนพื้นศิลาเย็นเยียบ เกิดเสียง ‘ฉ่า’ ราวกับน้ำหยดลงบนถ่านร้อนผ่าว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วลานประลองที่ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ มีเพียงเสียงหอบหายใจของหลี่ชิงฮั่นที่พยายามประคองสติท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลจากไอสังหารที่แผ่ออกมาดั่งพายุคลั่ง
"เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ ไป๋เฉิน..." เสียงของเฟิงเทียนฮ่าวแหบพร่าและกังวานราวกับเสียงปีศาจที่ถูกขังในขุมนรกมานับพันปี เขาแสยะยิ้มจนเห็นฟันที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท "วิถีกระบี่ที่เจ้าเทิดทูนนักหนา มันก็เป็นเพียงเครื่องมือของคนอ่อนแอที่พยายามจะเอาชนะลิขิตฟ้า แต่ข้า... ข้าได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว"
ไป๋เฉินไม่ตอบโต้ ดวงตาคมกริบดุจกระบี่นิลกาฬจ้องมองร่างของศัตรูที่กำลังบิดเบี้ยว ร่างกายของเฟิงเทียนฮ่าวเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ผิวหนังปริแตกออกเผยให้เห็นเกล็ดสีดำทมิฬที่งอกเงยออกมาจากใต้ชั้นผิวหนัง ไอปีศาจสีม่วงอมดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเมฆาเหนือยอดเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด
"ถอยไป" ไป๋เฉินกล่าวสั้นๆ น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยอำนาจสั่งการ เขาขยับกายไปบังร่างของหลี่ชิงฮั่นไว้อย่างรวดเร็ว กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น ราวกับมันรับรู้ได้ถึงภัยพิบัติที่กำลังจะอุบัติขึ้น
"ไป๋เฉิน ท่าน... วิชาต้องห้ามของนิกายมารฟ้า หากเขาใช้มันสำเร็จ ต่อให้เป็นเซียนก็มิอาจต้านทานได้" หลี่ชิงฮั่นเอ่ยเตือน เสียงของนางแผ่วเบาด้วยความกังวลทว่าแววตากลับแน่วแน่ นางหยิบยันต์เก้าดาราขึ้นมาถือไว้ในมือเตรียมพร้อมที่จะแลกด้วยชีวิต
"ข้าเคยบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ ว่าชีวิตของเจ้าข้าเป็นคนรักษา" ไป๋เฉินแค่นยิ้มที่มุมปาก มือซ้ายประสานตราประทับลึกลับ อักขระโบราณสีทองปรากฏขึ้นรอบกายเขาทีละตัวๆ "ในเมื่อมันอยากจะเล่นกับความมืดมิด ข้าก็จะแสดงให้มันเห็นว่า อสูรที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร"
ฉับพลันนั้น ร่างของเฟิงเทียนฮ่าวก็ระเบิดไอพลังอสูรออกมาจนลานประลองแตกเป็นเสี่ยงๆ ร่างกายของเขาแปรสภาพเป็นอสูรเงาสีดำทมิฬขนาดมหึมา กรงเล็บยาวแหลมคมข่วนผ่านอากาศจนเกิดเป็นรอยแยกมิติสีแดงฉาน ดวงตาของมันไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์ มีเพียงความหิวกระหายที่จะกลืนกินสรรพชีวิต
"ฆ่า! กลืนกิน! ทำลาย!" เสียงคำรามของเฟิงเทียนฮ่าวดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา พลังมารฟ้าที่รวบรวมไว้ทำให้ชั้นบรรยากาศโดยรอบดูเหมือนจะบิดเบี้ยว มันพุ่งทะยานเข้าหาไป๋เฉินดั่งเงาดำที่ไร้ที่มา
ไป๋เฉินหลับตาลงชั่วครู่ จิตวิญญาณของเขาหลอมรวมกับกระบี่ไร้ลักษณ์อย่างไร้รอยต่อ ทันใดนั้น เขาก็ลืมตาขึ้น แววตาเปลี่ยนเป็นสีแดงชาดดุจโลหิต วิชาอสูรบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ในจิตวิญญาณดวงที่สองเริ่มตื่นขึ้น เปลวเพลิงสีน้ำเงินอมม่วงลุกโชนขึ้นรอบกายเขาแทนที่ไอสังหารแบบเดิม
เปรี้ยง!
การปะทะกันระหว่างกรงเล็บอสูรเงากับคมกระบี่ไร้ลักษณ์สร้างคลื่นกระแทกมหาศาลจนพื้นที่โดยรอบราบเป็นหน้ากลอง หลี่ชิงฮั่นต้องสะบัดแขนเสื้อสร้างม่านแสงป้องกันเพื่อมิให้ถูกแรงอัดมหาศาลนั้นผลักกระเด็น นางมองดูร่างของไป๋เฉินที่ในขณะนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวไม่แพ้ฝ่ายตรงข้าม
"นี่คือ... พลังที่ท่านเก็บซ่อนไว้ตลอดมาหรือ?" นางพึมพำด้วยความตื่นตะลึง
ไป๋เฉินไม่ได้ยินเสียงของนาง ในห้วงความคิดของเขาเวลานี้มีเพียงวิถีแห่งการทำลายล้าง ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเฉียบคมดุจภูตผี เขาใช้กระบี่ฟาดฟันเข้าใส่ร่างอสูรเงาของเฟิงเทียนฮ่าวอย่างบ้าคลั่ง เลือดสีดำสาดกระจายไปทั่วทุกทิศทาง ทุกครั้งที่กระบี่กระทบกับเกล็ดอสูร จะเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า
"เจ้าจะชนะข้าได้อย่างไร ในเมื่อข้าคือพลังมารฟ้า!" เฟิงเทียนฮ่าวแผดเสียงก้อง มันอ้าปากกว้างราวกับหลุมดำดึงดูดพลังปราณรอบข้างให้เข้าไปรวมที่ใจกลางอก เพื่อเตรียมปลดปล่อยพลังคลื่นมารทำลายล้าง
ไป๋เฉินนิ่งค้างไปเสี้ยววินาที เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้พลังนั้นระเบิดออก ทั้งยอดเขานี้จะหายไปจากแผนที่ทันที เขาตัดสินใจทิ้งกระบี่ในมือลง และรวบรวมพลังทั้งหมดไปไว้ที่ฝ่ามือขวา ผิวหนังที่แขนของเขาเริ่มมีรอยแตกของอักขระอสูรปรากฏชัดเจน
"วิชาอสูรบรรพกาล... หัตถ์พลิกนรก!"
ไป๋เฉินพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้าสีนิล ฝ่ามือของเขาทะลวงผ่านไอพลังมารฟ้าที่หนาแน่นเข้าไปตรงหน้าอกของอสูรเงาโดยตรง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังโหยหวนขึ้นทันทีที่ฝ่ามือนั้นสัมผัสกับตัวอสูรเงา
ทว่า ในวินาทีที่ความพ่ายแพ้กำลังจะมาถึง เฟิงเทียนฮ่าวกลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ไป๋เฉิน! เจ้าคิดว่าข้าจะมาคนเดียวงั้นหรือ? ลองหันไปดูข้างหลังเจ้าสิ!"
ไป๋เฉินชะงักไปเล็กน้อย แรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือยังคงฝังลึกอยู่ในร่างอสูรเงา แต่สัญชาตญาณของเขากลับสั่งให้เขาหยุดกึก เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารอีกสายหนึ่งที่คุ้นเคย แผ่พุ่งออกมาจากเงามืดหลังก้อนหินใหญ่ที่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาอย่างช้าๆ มือขวาของคนผู้นั้นจับอยู่ที่ด้ามกระบี่ที่สลักลวดลายประหลาด ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่ไป๋เฉินจำได้ดีที่สุดในชีวิตก่อน
"ศิษย์พี่ใหญ่... ท่านยังไม่ตายจริงๆ ด้วยสินะ" เสียงนั้นเย็นเยียบและแฝงไปด้วยความอาฆาตที่มากกว่าเฟิงเทียนฮ่าวเป็นร้อยเท่า
ไป๋เฉินเบิกตากว้าง พลังมารฟ้าในมือเขาสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ แผนการณ์ทั้งหมดที่เขาคาดคิดไว้พังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อตัวตนที่เขาพยายามไล่ตามมาตลอดชีวิตกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาในสภาพที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์โดยสิ้นเชิง
หวังว่าตอนที่ 35 นี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันที่เกิดขึ้นนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปครับ
ลั่วอสูรหมื่นภูผา
วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 35
พลังมารฟ้ากลืนกิน
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!