วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 34

กระบี่ตัดความสัมพันธ์

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โลหิตสีชาดที่หยดติ๋งลงบนพื้นศิลาหยกขาวไม่ได้ส่งเสียงดังอันใด แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งสองราวกับเสียงคำรามของอสนีบาต ไป๋เฉินยืนนิ่งสนิท มือขวากุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ไว้หลวมๆ ปราณอสูรบรรพกาลสีทองแดงที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาบิดเบือนมิติรอบกายจนพร่ามัว คลื่นความกดดันระดับก่อเกิดวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายออกไปกดทับบรรยากาศรอบด้านจนเหล่าศิษย์สำนักนภาไร้ลักษณ์ที่ยืนดูอยู่ไกลๆ ต่างพากันกระอักเลือดออกมาคำโตด้วยความหวาดกลัว เบื้องหน้าของเขาคือเฟิงเทียนฮ่าว อดีตศิษย์พี่ร่วมสำนักผู้ทรยศ อาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายมารฟ้าของมันขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นฉกรรจ์ที่พาดผ่านแผ่นอก ลมหายใจของมันหอบสะท้าน ดวงตาสองข้างแดงก่ำด้วยความเคียดแค้นชิงชังและตื่นตระหนก "เจ้า... เติบโตขึ้นถึงเพียงนี้เชียวหรือ ไป๋เฉิน..." เฟิงเทียนฮ่าวแค่นหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะของมันเจือปนด้วยกลิ่นอายโลหิตและวิชามารอันชั่วร้าย "ตอนที่เจ้าถูกขับไล่ลงจากยอดเขา... เจ้าก็เป็นเพียงสวะที่แม้แต่รากฐานลมปราณยังถูกทำลายไม่ใช่หรือเหตุใด... เหตุใดฟ้าดินจึงเข้าข้างคนไร้ค่าเช่นเจ้า!" ไป๋เฉินไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคู่นคมกริบดั่งคมกระบี่เหลือบมองอีกฝ่ายด้วยความว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งความยินดี มีเพียงความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี "ศิษย์พี่ใหญ่..." ไป๋เฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังอำนาจ "ท่านจำวันที่เรากราบหน้าผาบรรพกาลด้วยกันได้หรือไม่? ท่านเคยกล่าวว่าวิถีกระบี่คือจิตวิญญาณของผู้ถือครอง... น่าเสียดาย ที่ท่านยอมขายวิญญาณให้แก่มารฟ้าเพื่อแลกกับพลังอันจอมปลอมเหล่านี้" คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าของเฟิงเทียนฮ่าว มันคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล พลังมารสีดำสนิททะลักออกมาจากทวารทั้งเจ็ด ร่างของมันพุ่งทะยานเข้าหาไป๋เฉินด้วยความเร็วเหนือแสง กระบี่มารในมือแผดเสียงกรีดร้องราวกับวิญญาณนับหมื่นที่กำลังถูกทรมาน "ไปตายซะ!" ตูม! แรงปะทะระหว่างปราณอสูรและปราณมารสร้างคลื่นกระแทกขนาดมหึมาแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง พื้นศิลาหยกขาวรอบตัวพวกมันแตกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา หลี่ชิงฮั่นที่ยืนอยู่ไม่ไกลนางสะบัดแขนเสื้อเบาๆ สร้างม่านพลังน้ำแข็งสีครามขึ้นมาปกป้องร่างของนาง ดวงตางามล้ำดดเดี่ยวและเยือกเย็นจับจ้องการต่อสู้เบื้องหน้าไม่กี่กระพริบตา นางมิได้เข้าไปช่วยเหลือ เพราะนางรู้ดีว่า... นี่คือการชำระสะงัดระหว่างลูกผู้ชาย และเป็นการตัดขาดจากอดีตที่ไป๋เฉินจำเป็นต้องสะ Aบสะสางด้วยตนเอง เพล้ง! เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือไป๋เฉินหมุนวนด้วยวิถีที่ไร้รูปแบบ แต่มันกลับเฉียบคมและทรงพลังจนน่าสะพรึงกลัว ทุกกระบวนท่าที่เขาใช้ออกล้วนแฝงไว้ด้วยสัจธรรมแห่งธรรมชาติและการเกิดดับ เฟิงเทียนฮ่าวพยายามใช้กระบวนท่ากระบี่มารผลาญสวรรค์ที่มันภาคภูมิใจเข้าโจมตีหมายปลิดชีพ ทว่าทุกครั้งที่ปลายกระบี่เข้าใกล้ร่างของไป๋เฉิน มันกลับรู้สึกราวกับว่าตนกำลังแทงใส่ความว่างเปล่า กระบี่ของอีกฝ่ายรวดเร็วยิ่งกว่าความคิด และหนักหน่วงยิ่งกว่าขุนเขา "เจ้า... วิชาอะไรกัน..." เฟิงเทียนฮ่าวใบหน้าซีดเผือก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก มันตระหนักได้แล้วในวินาทีนี้ว่า ช่องว่างระหว่างมันกับไป๋เฉินนั้นห่างกันราวฟ้ากับเหว แม้ว่ามันจะฝึกฝนวิชามารจนบรรลุขอบเขตเดียวกัน แต่แก่นแท้ของพลังกลับเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ไป๋เฉินหยุดฝีเท้าลงชั่วขณะ เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องน่ายามค่ำคืนที่หมู่ดาวกำลังส่องแสงระยิบระยับ ก่อนจะก้มลงมองอดีตศิษย์พี่ผู้หลงทาง "วิชานี้... ข้าคิดค้นขึ้นเพื่อล้างมลทินให้แก่สำนัก และเพื่อตัดความผูกพันทั้งหมดที่มีต่ออดีต" สิ้นเสียงคำพูดนั้น ไป๋เฉินก็ก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ร่างของเขาหายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเบื้องหลังร่างของเฟิงเทียนฮ่าว ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีประกายไฟจากการปะทะ มีเพียงสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่าน และเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้น แคว่ก... ศีรษะของเฟิงเทียนฮ่าวค่อยๆ เลื่อนหลุดออกจากบ่า เลือดสีดำพุ่งทะลักออกมาจากลำคอราวกับน้ำพุ ก่อนที่ร่างไร้หัวจะล้มลงกระแทกพื้นศิลาอย่างไร้เรี่ยวแรง ดับสิ้นซึ่งลมหายใจและวิญญาณ ไป๋เฉินยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังร่างไร้ชีวิตนั้น กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือค่อยๆ เลือนหายกลายเป็นละอองแสงสีทองแดง เขาหลับตาลงช้าๆ เพื่อซึมซับความรู้สึกโล่งเบาที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ ความแค้นที่สุมอกมานานนับชาติภพ บัดนี้... ได้ถูกชำระสะงัดลงด้วยคมกระบี่นี้แล้ว หลี่ชิงฮั่นก้าวเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยหิมะลอยมาแตะจมูก นางยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวบริสุทธิ์ให้แก่เขาโดยไม่เอ่ยวาจาใดๆ ไป๋เฉินลืมตาขึ้น หันไปมองสตรีผู้เคียงข้าง รอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนมุมปากของอดีตมหาเทพกระบี่ เขารับผ้าเช็ดหน้านั้นมาถือไว้ ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างนั้นเอง... เปรี้ยง! ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีดำทมิฬในพริบตา สายฟ้าสีทองคำสายมหึมาฟาดผ่าลงมาจากยอดเขาสูงสุดของสำนักนภาไร้ลักษณ์ แรงกดดันระดับที่ทำให้แม้แต่ผู้บรรลุขอบเขตเซียนยังต้องสั่นสะท้านแผ่ซ่ายลงมาปกคลุมทั่วทั้งอาณาบริเวณ ร่างเงาดำลึกลับร่างหนึ่งปรากฏขึ้นกลางสายฟ้าคำราม ท่ามกลางอักษรโบราณนับหมื่นที่ลอยวนเวียนอยู่รอบกาย น้ำเสียงแหบพร่าทว่าทรงอำนาจดังก้องกังวานไปทั่วฟ้าดิน "ไป๋เฉิน... เจ้าคิดว่าการฆ่ามดปลวกตัวหนึ่ง จะทำให้เจ้าหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งสวรรค์ได้กระนั้นหรือ?" ไป๋เฉินหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณดิบเถื่อนของอสูรบรรพกาลในร่างเตือนภัยถึงขีดสุด หลี่ชิงฮั่นชักกระบี่ประจำตัวออกมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว ลั่วอสูรหมื่นภูผา ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 34 นี้ด้วยความระทึกใจ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%