วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 33

ศึกสายเลือดครั้งใหม่

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
“ศิษย์ทรยศเช่นเจ้า ยังกล้าเหยียบย่างกลับมาสู่ยอดเขาบูรพาอีกหรือ?” เสียงของไป๋เฉินราบเรียบดุจผิวน้ำในยามไร้ลม ทว่าแฝงไปด้วยไอสังหารที่เย็นเยียบจนอากาศรอบกายแทบจะแข็งค้าง เขายืนตระหง่านอยู่บนแท่นศิลาใจกลางลานประลองเบื้องล่าง เส้นผมสีดำสนิทปลิวสะบัดตามแรงลมปั่นป่วนที่ก่อตัวขึ้นโดยไร้ที่มา ดวงตาคมกริบดุจกระบี่เทพจ้องมองเงาร่างที่ค่อยๆ ก้าวผ่านม่านหมอกสีโลหิตเข้ามา เฟิงเทียนฮ่าวในยามนี้มิใช่ศิษย์พี่ผู้สง่างามคนเดิมอีกต่อไป ร่างกายของเขาสวมทับด้วยเกราะกระดูกอสูรสีดำสนิท ลวดลายอักขระมารโบราณเลื้อยพันไปตามลำคอและใบหน้าเหมือนรอยสักที่เปี่ยมไปด้วยพิษร้าย ไอสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาจากรูขุมขน บดบังแสงอาทิตย์จนท้องฟ้าเหนือสำนักดูหม่นหมองลงทันตาเห็น “ยอดเขาบูรพาหรือ? หึ... ที่นี่ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือให้ข้าโหยหาอีกต่อไปแล้ว ไป๋เฉิน” เฟิงเทียนฮ่าวแค่นยิ้ม มุมปากฉีกกว้างเผยให้เห็นฟันที่ขาวผิดปกติ “ข้ากลับมาวันนี้ เพียงเพื่อจะทำลายสิ่งที่เจ้าเชิดชูไว้เหนือสิ่งอื่นใด... วิถีเซียนที่จอมปลอมของเจ้าอย่างไรเล่า!” หลี่ชิงฮั่นที่ยืนอยู่บนหอคอยสูงลิ่วเบื้องหลัง ขยับกายเล็กน้อย ชุดสีขาวบริสุทธิ์ของนางพริ้วไหว นางกำกระบี่ประจำกายไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว แววตาของนางที่เคยสงบนิ่งดุจหิมะพันปีกลับไหวระริกด้วยความกังวล นางสัมผัสได้ถึงพลังมารที่เฟิงเทียนฮ่าวครอบครอง มันมิใช่พลังที่มนุษย์ทั่วไปพึงมี แต่มันคือน้ำหนักของความแค้นนับหมื่นชีวิตที่ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกัน “พลังมารฟ้าขั้นสมบูรณ์แบบ...” ไป๋เฉินพึมพำ น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แต่กลับมีความฉงนใจที่น่ากลัว “เจ้าขายวิญญาณให้ความมืดมิดถึงเพียงนี้ เพื่อแลกกับพลังที่แม้แต่สวรรค์ยังรังเกียจ มันคุ้มค่าแล้วหรือ?” “คุ้มค่า? คำนี้มีไว้สำหรับผู้ที่อ่อนแอเท่านั้น!” เฟิงเทียนฮ่าวตวาดก้อง พลังอัดแน่นจนพื้นที่รอบกายเขาร้าวราน “วันนี้ ข้าขอท้าประลองตายกับเจ้า! หากข้าแพ้ ข้าจะยอมสลายวิญญาณให้เป็นเถ้าถ่าน แต่หากเจ้าตาย... ข้าจะเหยียบย่ำชื่อเสียงและวิถีของเจ้าให้จมลงสู่ขุมนรกที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด!” สิ้นคำประกาศนั้น เสียงฟ้าร้องคำรามก็ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าดินรับรู้ถึงคำท้า ประจุไฟฟ้าสีม่วงครามแลบแปลบปลาบอยู่บนก้อนเมฆทมิฬที่หมุนวนเป็นเกลียวเหนือลานประลอง ไป๋เฉินถอนหายใจยาว ก่อนจะค่อยๆ ปลดปล่อยพลังปราณอสูรบรรพกาลออกจากจุดตันเถียน กลิ่นอายโบราณที่กดทับวิญญาณแผ่ซ่านออกมาจนศิษย์สำนักรอบข้างต้องทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว เขาค่อยๆ ชักกระบี่ไร้ลักษณ์ออกจากฝัก แม้ตัวกระบี่จะมองเห็นเพียงเลือนราง แต่ไอสังหารที่แผ่ออกมากลับดูรุนแรงกว่าคมศาสตราใดในใต้หล้า “ในเมื่อเจ้าปรารถนาจะจบสิ้นกรรมเวรนี้ด้วยความตาย ข้า... ในฐานะศิษย์ร่วมสำนักในอดีต จะส่งเจ้าไปสู่ความสงบเสียที” ทั้งสองร่างพุ่งเข้าหากันด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองไม่ทัน เสียงปะทะกันของพลังปราณมารและปราณเซียนดังกึกก้องดั่งอัสนีฟาดฟัน คลื่นพลังงานที่ระเบิดออกมาทำลายเสาศิลาโดยรอบจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง ไป๋เฉินร่ายรำกระบี่ด้วยวิถีที่ไร้รูปแบบ แต่มันกลับแม่นยำดุจสายฟ้าแลบ ส่วนเฟิงเทียนฮ่าวใช้กรงเล็บมารสีดำทมิฬเข้าปะทะอย่างบ้าคลั่ง เลือดสีเข้มกระเซ็นพรมลงบนพื้นหิน สร้างรอยด่างพร้อยที่ยากจะลบเลือน การต่อสู้ทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ไป๋เฉินเริ่มตระหนักว่า พลังของเฟิงเทียนฮ่าวมิได้มาจากตบะเพียงอย่างเดียว แต่มันมาจาก 'หัวใจแห่งความอาฆาต' ที่เขายอมให้มารร้ายกัดกินจนหมดสิ้น ในขณะที่เขากำลังจะใช้กระบวนท่าเผด็จศึก ทันใดนั้น เฟิงเทียนฮ่าวกลับหยุดชะงัก รอยยิ้มประหลาดปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่บิดเบี้ยว “เจ้าหลงกลแล้ว ไป๋เฉิน...” เฟิงเทียนฮ่าวฉีกอกเสื้อของตนเองออก เผยให้เห็นดวงตาปีศาจที่สลักลึกอยู่กลางหน้าอก มันค่อยๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยแสงสีแดงฉานที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่งรอบข้างไป๋เฉิน ความมืดมิดเข้าโอบล้อมเขาจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายกระบี่ของตนเอง ในห้วงมืดมิดที่ไร้สิ้นสุด ไป๋เฉินได้ยินเสียงกระซิบที่คุ้นเคย... เสียงของอาจารย์ที่ตายไปเมื่อสิบปีก่อน “เจ้าจะฆ่าเขาหรือไป๋เฉิน? หากเจ้าสังหารเขา เจ้าก็จะสูญเสียเศษเสี้ยวสุดท้ายของความเมตตาไปตลอดกาล และกลายเป็นอสูรที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเขาเสียอีก” ไป๋เฉินชะงักค้าง กระบี่ในมือสั่นสะท้าน นี่คือบททดสอบแห่งจิตใจ หรือเป็นกลลวงของมารร้ายกันแน่? ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประกายแสงสีขาวนวลตาพลันสว่างวาบขึ้นกลางความมืด หลี่ชิงฮั่นปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาคมป้องกันเทพธิดา นางคว้าแขนของไป๋เฉินไว้แน่น สายตาของนางเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “อย่าฟังเสียงลวงนั่น! ไป๋เฉิน! สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเจ้าไม่ใช่พี่ชายที่เจ้าเคยรู้จัก แต่มันคือมารร้ายที่แย่งชิงทุกอย่างไปจากท่าน!” ทว่าในจังหวะที่ไป๋เฉินกำลังจะตวัดกระบี่เพื่อทำลายล้างร่างของเฟิงเทียนฮ่าว ร่างของศัตรูคู่อาฆาตกลับสลายกลายเป็นควันดำแล้วไปรวมตัวกันอยู่ด้านหลังของหลี่ชิงฮั่น มือของเฟิงเทียนฮ่าวที่กลายเป็นกรงเล็บยาวแหลมคมพุ่งตรงไปที่หัวใจของนางโดยที่ไป๋เฉินไม่อาจยื่นมือไปขัดขวางได้ทัน ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วลานประลอง มีเพียงเสียงลมหายใจที่ขาดห้วงของคนทั้งสาม ก่อนที่เสียงของมีคมเสียดแทงเนื้อจะดังขึ้น... ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาแห่งความเป็นความตายไปกับข้า ลั่วอสูรหมื่นภูผา นะครับ
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%