โลหิตสีชาดหยดลงบนผืนหิมะที่ขาวโพลนดั่งจดหมายเหตุแห่งความตาย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตัดกับไอเย็นยะเยือกของยอดเขาทมิฬ ไป๋เฉินทรุดร่างลงข้างกายหญิงสาวที่ลมหายใจเริ่มแผ่วเบา ร่างของหลี่ชิงฮั่นที่เคยสง่างามดั่งเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ บัดนี้กลับดูบอบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
"เจ้าโง่... เหตุใดต้องเอาตัวมารับคมกระบี่อาบพิษมารนั่น" เสียงของไป๋เฉินแหบพร่า ดวงตาที่เคยดุดันดั่งอสูรบรรพกาลบัดนี้สั่นไหวด้วยความร้าวราน มือที่สั่นเทาของเขากดลงบนบาดแผลที่หัวไหล่ของนาง พยายามถ่ายทอดปราณอสูรเข้าไปสกัดกั้นพิษร้ายที่กำลังกัดกินเส้นชีพจร
หลี่ชิงฮั่นกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง แต่นางกลับฝืนยิ้ม มุมปากที่เปรอะเปื้อนสีแดงฉานนั้นงดงามจนน่าใจหาย นางเงยหน้าสบตากับเขา แววตาของนางที่เคยเย็นชาดุจหิมะพันปีกลับมีความอบอุ่นที่เขารู้สึกได้ถึงกระดูก
"เพราะหากเป็นท่าน... ข้าก็ไม่เหลือเหตุผลที่จะหวงแหนชีวิตนี้ไว้อีกต่อไป" เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบจางหายไปกับลมหนาว "ไป๋เฉิน ท่านเคยบอกว่าวิถีเซียนคือการตัดขาดจากกิเลส แต่เหตุใด... ตั้งแต่พบท่าน ใจข้าถึงได้หนักอึ้งด้วยความห่วงหาเช่นนี้"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศ คืนเดือนแรมไร้แสงดารานำทาง มีเพียงความมืดมิดที่โอบล้อมพวกเขาไว้ ไป๋เฉินนิ่งงันไปครู่ใหญ่ ความรู้สึกผิดและอาวรณ์ถาโถมเข้าใส่ดั่งพายุคลั่ง ในร่างของอดีตมหาเทพกระบี่ที่ถือครองวิถีไร้ใจมานับหมื่นปี ครั้งนี้เขากลับรู้สึกถึงความอ่อนแอที่กัดกินหัวใจ
"เจ้าไม่อาจตาย... ข้าขวางลิขิตฟ้าไว้แล้ว หากสวรรค์ต้องการตัวเจ้า มันต้องข้ามศพข้าไปก่อน" ไป๋เฉินกล่าวคำสัตย์สาบานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น มือของเขาประคองใบหน้าเนียนละเอียดของนางไว้ ความใกล้ชิดทำให้หัวใจสองดวงเต้นในจังหวะที่สอดประสาน
"คำสารภาพของเจ้า... มันหนักหนากว่าวิชาอสูรหมื่นภูผาที่ข้าฝึกมาทั้งชีวิตนัก" ไป๋เฉินโน้มตัวลงไป กระซิบข้างใบหูนางด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ชิงฮั่น สำหรับข้าที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เจ้าคือสิ่งเดียวที่ข้าปรารถนาจะปกป้องไว้... ไม่ว่าจะต้องพลิกฟ้าคว่ำดิน หรือต้องกลายเป็นปีศาจที่โลกลืมก็ตาม"
ท่ามกลางความหนาวเหน็บที่เสียดแทงกระดูก ร่างกายของทั้งสองกลับร้อนรุ่มด้วยไออุ่นแห่งอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมา หลี่ชิงฮั่นยกมือที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นสัมผัสใบหน้าของชายหนุ่ม นิ้วเรียวยาวของนางสั่นระริกขณะไล่ผ่านรอยแผลเป็นบนแก้มของเขา สายตาของนางที่มองเขาบัดนี้มิใช่ศิษย์หรือสหาย แต่มันคือสายตาของสตรีที่ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อบุรุษเบื้องหน้า
"ท่านรู้หรือไม่... คืนนี้เดือนดับมืดมิดนัก แต่มันกลับเป็นคืนที่ใจข้ากระจ่างชัดที่สุด" นางเว้นจังหวะหายใจอย่างยากลำบาก "ข้าไม่สนว่าอนาคตจะพินาศเพียงใด หากพรุ่งนี้เราต้องดับสูญ ขอให้ข้าได้จดจำเพียงแค่สัมผัสจากท่านในยามนี้ก็พอ"
ไป๋เฉินไม่รอช้า เขาโอบกอดนางไว้แน่น ประหนึ่งกลัวว่าหากคลายมือออก ร่างของนางจะสลายกลายเป็นละอองหิมะไปตลอดกาล พลังปราณสีม่วงเข้มของอสูรบรรพกาลพวยพุ่งออกมาจากร่างเขา เพื่อสร้างเป็นเกราะป้องกันไอเย็นและพิษร้ายภายนอก เขากำลังฝืนใช้เคล็ดวิชา 'สับเปลี่ยนวิญญาณ' เพื่อดึงพิษออกจากร่างนาง แม้จะต้องแลกด้วยพลังปราณครึ่งหนึ่งของเขาก็ตาม
ทว่า... ในวินาทีที่เขาเริ่มถ่ายโอนพลัง เสียงหัวเราะแหลมสูงที่แฝงไปด้วยไอสังหารก็ดังแว่วมาจากความมืดมิดเบื้องหลัง เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง กลิ่นอายมารฟ้าที่คุ้นเคยบ่งบอกตัวตนของผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ศิษย์พี่ผู้สูงส่งกับสตรีจากวังนภา กำลังเล่นบทรักท่ามกลางความตายงั้นหรือ?"
เสียงของเฟิงเทียนฮ่าวสั่นประสาท สัมผัสถึงไอสังหารที่เย็นเยียบกว่าหิมะรอบข้าง ไป๋เฉินจำต้องผละออกจากการรักษาอย่างไม่เต็มใจ กระบี่กระดูกอสูรในมือสั่นไหวส่งเสียงครวญครางดั่งสัตว์ร้ายที่หิวโหย เขายืนขึ้นช้าๆ ปิดบังร่างของหลี่ชิงฮั่นไว้เบื้องหลัง สายตาคมกริบดุจใบมีดตวัดมองไปยังเงาร่างที่ปรากฏขึ้นบนโขดหิน
เฟิงเทียนฮ่าวชูมือขึ้น เหนือฝ่ามือมีอักขระมารสีดำขลับหมุนวน พลังกดดันมหาศาลทำให้หิมะรอบกายแตกกระจายเป็นผุยผง "ไป๋เฉิน วันนี้เจ้าเลือกเองที่จะอ่อนแอ... และความอ่อนแอนี้แหละ จะเป็นจุดจบของวิถีเซียนของเจ้า!"
ไม่ทันขาดคำ เฟิงเทียนฮ่าวสะบัดมือ พลังมารฟ้าพุ่งเข้าใส่ดั่งสายฟ้าฟาดในความมืด ไป๋เฉินแผดเสียงคำรามก้องฟ้า ผสานพลังปราณอสูรเข้ากับคมกระบี่ หวังจะรับการโจมตีนี้ไว้ในคราวเดียว ทว่าในเสี้ยววินาทีก่อนที่พลังทั้งสองจะปะทะกัน ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกลับแล่นเข้ามาในจิตใจของเขา... พลังของเฟิงเทียนฮ่าวมิได้มุ่งเป้าไปที่เขา แต่กลับพุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่หลี่ชิงฮั่นนอนหมดสติอยู่!
"ไม่!!!" ไป๋เฉินตะโกนสุดเสียง แต่ทิศทางของคมกระบี่ที่เขาส่งออกไปกลับผิดพลาดไปเพียงนิด เพราะพิษที่ยังคงตกค้างในร่างจากการพยายามช่วยนาง
ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหว ร่างหนึ่งในเงามืดด้านหลังของเฟิงเทียนฮ่าวกลับปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งที่กรีดผ่านหัวใจ "ท่านลืมไปแล้วหรือไป๋เฉิน... ว่านอกจากข้า ยังมี 'คนผู้นั้น' ที่รอคอยจะพรากทุกสิ่งไปจากท่านอยู่เสมอ"
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีเซียนอันโดดเดี่ยวนี้ไปพร้อมกับข้า ลั่วอสูรหมื่นภูผา นะครับ
วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 32
คำสารภาพในคืนเดือนแรม
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!