วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 36

วิถีกระบี่เหนือฟ้า

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โลหิตสีดำสนิทหยดลงกระทบพื้นศิลา ก่อเกิดเสียง ‘ติ๋ง... ติ๋ง...’ ที่ดังก้องกังวานราายกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ภายในมหาตำหนักกระบี่บรรพกาลเวลานี้ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจของสรรพชีวิต เหลือเพียงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและอณูพลังปราณที่ปั่นป่วนจนมิติรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีม่วงเข้ม “ไป๋เฉิน... เจ้าคิดว่าวิถีกระบี่เดรัจฉานของเจ้า จะทานทนต่อ ‘เนตรมารผลาญฟ้า’ ของข้าได้เช่นนั้นหรือ!” เสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่งดังขึ้นจากปากของ เฟิงเทียนฮ่าว อดีตศิษย์พี่ผู้ทรยศ นัยน์ตาของมันข้างหนึ่งบอดสนิทจากรอยแผลเป็น ส่วนอีกข้างเบิกกว้างจนเส้นเลือดฝอยแตกทะลัก ปราณมารสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากร่างของมันราวกับอสรพิษนับหมื่นตัวที่กระหายเลือด เกราะมารฟ้าบนร่างมันส่งเสียงคำรามกึกก้อง คลื่นพลังกดดันระดับขอบเขตราชันย์ขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายออกไปบดขยี้เสาศิลาค้ำยันตำหนักจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง เบื้องหน้าของมัน หลี่ชิงฮั่นทรุดกายลงเล็กน้อย กระบี่นภาไร้ลักษณ์ในมือสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มุมปากของนางมีโลหิตสีชาดไหลรินหยดลงบนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์จนเกิดเป็นรอยด่างดวงประหนึ่งดอกเหมยหลงฤดู แม้ดวงหน้าของนางจะยังคงความเยือกเย็นดั่งหิมะพันปี แต่ประกายตาที่ทอดมองไปยังร่างของไป๋เฉินกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยและสัจธรรมที่ยอมตายเคียงข้าง ไป๋เฉินไม่แม้แต่จะเหลือบแลมองนาง เขายังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ด้ามกระบี่วิญญาณในมือถูกกำไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบคู่นั้นปิดสนิทลงช้าๆ ตัดขาดจากโลกภายนอกที่กำลังพังทลาย ในห้วงภวังค์จิตของไป๋เฉิน เวลากลับเดินช้าลงราวกับหยุดนิ่ง ภาพความทรงจำนับพันปีในฐานะมหาเทพกระบี่ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว สม Aอดีตชาติที่เคยถูกทรยศ ความเจ็บปวดจากการถูกแทงข้างหลังโดยศิษย์ที่รัก และเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่สุมอก ล้วนถูกหลอมรวมเข้าด้วยกัน ณ จุดศูนย์กลางของหัวใจ กลายเป็น ‘เต๋ากระบี่ไร้ลักษณ์’ ที่แท้จริง “วิถีกระบี่... มิได้อยู่ที่กระบวนท่า” ไป๋เฉินพึมพำกับตนเอง เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่กลับดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของทุกคนในรัศมีร้อยลี้ “แต่มันคือการตัดขาด... ตัดสิ้นซึ่งอดีต ตัดสิ้นซึ่งพันธนาการ และตัดสิ้นซึ่งความกลัวทั้งปวง” พรึบ! เปลวเพลิงสุริยันสีทองเจิดจ้าลุกโชนขึ้นจากฝ่ามือที่ถือด้ามกระบี่ มันไม่ใช่เพลิงธรรมดา แต่เป็นเพลิงบรรพกาลที่แผดเผาแม้กระทั่งกาลเวลาและวิญญาณ อุณหภูมิรอบด้านพุ่งสูงขึ้นจนอากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน ร่างกายของไป๋เฉินอาบไล้ด้วยแสงสว่างเจิดจ้าดั่งเทพเจ้าแห่งสงครามที่จุติลงมาสู่แดนมิคաբ เฟิงเทียนฮ่าวรู้สึกถึงภัยคุกคามถึงชีวิต ขนลุกชันไปทั่วร่าง ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวอย่างฉับพลัน มันคำรามลั่น รวบรวมพลังมารทั้งหมดที่มีในร่าง สาดซัดฝ่ามือมารผลาญฟ้าออกไปหมายสังหารไป๋เฉินในกระบวนท่าเดียว “ตายเสียเถอะไอ้สวะ!” คลื่นพลังมารรูปหัวกะโหลกขนาดมหึมาพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วเหนือเสียง มันบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางทางให้กลายเป็นจุล เป้าหมายคือกลางหน้าอกของไป๋เฉิน! ทว่า... ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง ไป๋เฉินลืมตาขึ้น! ดวงตาทั้งสองข้างของเขาประกายแสงสีทองเจิดจ้าดั่งดวงอาทิตย์แฝงความเย็นเยียบดั่งห้วงอเวจี ร่างของเขาไม่หลบเลี่ยง ไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายผสานเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่วิญญาณและเพลิงสุริยัน ฟรึบ! ร่างของไป๋เฉินกลายเป็นเส้นแสงสีทองพาดผ่านความมืดมิด ทะลวงผ่านคลื่นมารผลาญฟ้าไปราวกับคมกระบี่ที่ตัดผ่านเต้าหู้ ไม่มีเสียงระเบิดกึกก้อง ไม่มีแรงปะทะที่ยืดเยื้อ มีเพียงประกายแสงสีทองเส้นบางเฉียบที่พาดผ่านกลางร่างของเฟิงเทียนฮ่าว เวลาหยุดชะงักลงชั่วขณะ เฟิงเทียนฮ่าวค้างท่าโจมตีไว้กลางอากาศ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก มันก้มลงมองที่หน้าอกของตนเอง รอยแผลไหม้สีทองขนาดเท่าปลายเข็มปรากฏขึ้นที่กึ่งกลางหัวใจ ก่อนที่พลังเพลิงสุริยันอันน่าสะพรึงกลัวจะระเบิดทะลักออกมาจากภายในร่าง แผดเผาอวัยวะภายใน เส้นชีพจร และวิญญาณของมันให้สลายกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา “อ๊ากกก... เป็นไปไม่ได้... ข้า... ข้าคือผู้สืบทอดมารฟ้า...” เสียงกรีดร้องโหยหวนสุดท้ายขาดหายไปในลำคอ ร่างของเฟิงเทียนฮ่าวแตกสลายเป็นผุยผงสีดำปลิวหายไปกับสายลม หลงเหลือไว้เพียงแก่นพลังมารระดับราชันย์ที่ร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลา ไป๋เฉินยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าแทงกระบี่ ลมหายใจของเขายาวลึก เพลิงสุริยันรอบกายค่อยๆ มอดดับลง เขากระอักโลหิตออกมาคำโตเนื่องจากการฝืนใช้พลังเกินขีดจำกัด ร่างกายเซถอยหลังเล็กน้อยก่อนที่หลี่ชิงฮั่นจะพุ่งเข้ามาประคองไว้ทันท่วงที สัมผัสจากมือนุ่มของนางส่งผ่านความอบอุ่นเข้ามาในร่างที่เหนื่อยล้าของเขา “ท่านพี่... ท่านปลอดภัยนะ” น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ภายใต้ความเยือกเย็นคือความห่วงใยที่ไม่อาจปิดบังได้มิด ไป๋เฉินส่ายหน้าเบาๆ ส่งยิ้มบางๆ ให้ภรรยาในยามยากผู้นี้ “ข้าไม่เป็นไร ชิงฮั่น... ศึกนี้ยังไม่จบ” ยังไม่ทันที่หลี่ชิงฮั่นจะได้เอ่ยถามสิ่งใด บรรยากาศภายในมหาตำหนักก็แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อากาศรอบด้านเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด เงาดำมหึมาสายหนึ่งปรากฏขึ้นจากรอยแยกระหว่างมิติที่เพิ่งปิดตัวลง แรงกดดันระดับที่เหนือกว่าเฟิงเทียนฮ่าวนับร้อยเท่าแผ่ซกดลงมาจนพื้นศิลาตำหนักแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เสียงหัวเราะแหบพร่าและเยียบเย็นดั่งมาจากขุมนรกโลกันตร์ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า ท่ามกลางเงาดำนั้น ร่างของชายชราในชุดคลุมสีเลือดผู้หนึ่งก้าวเท้าออกมาจากรอยแยกมิติ ชายชราผู้นั้นถือไม้เท้าหัวกระโหลกมนุษย์ที่ดวงตาเปล่งประกายแสงสีเขียววับวาว และสิ่งที่ทำให้หัวใจของไป๋เฉินกระตุกวูบก็คือ สัญลักษณ์บนหน้าผากของชายชราผู้นั้น... มันคือตราประทับของ ‘นิกายโลหิตบรรพกาล’ ผู้ที่เคยสังหารครอบครัวในอดีตชาติของเขา! “ฮ่าๆๆ... สมเป็นทายาทแห่งวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ น่าสนใจ... น่าสนใจยิ่งนัก” ชายชราผู้นั้นยกยิ้มเหี้ยมเกรียม สายตาดั่งคมมีดจ้องมองมาที่ไป๋เฉิน “ไม่นึกเลยว่า เจ้าหนอนแมลงตัวนี้ จะเติบโตมาได้ไกลถึงเพียงนี้... ไป๋เฉิน หลานรักของข้า เจ้าจำปู่คนนี้ได้หรือไม่?” ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวิถีเซียนอันยาวนานนี้ด้วยกันนะครับ — ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%