กลิ่นอายโลหิตจางๆ ยังคงลอยวนอยู่เหนือซากปรักหักพังของเรือนรับรองตระกูลหลิน ราวกับวิญญาณแค้นที่ยังไม่ยอมไปผุดไปเกิด
ไป๋เฉินยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าคราบรอยไหม้สีดำสนิทบนพื้นศิลา ปราณอสูรบรรพกาลในจุดตันเถียนหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงคำรามต่ำในลำคอ นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองร่องรอยการต่อสู้ที่หลงเหลืออยู่ รอยแผลลึกบนเสาหินและเศษผงสีดำที่เกาะติดอยู่ตามผนัง มิใช่ฝีมือของยอดฝีมือในเมืองหลวงแห่งนี้อย่างแน่นอน
มันคือร่องรอยของ "ค่ายกลโลหิตกลืนวิญญาณ" วิถีมารสายพิสดารที่สูญหายไปจากยุทธภพร่วมพันปี
"ดูท่า... แม้เจ้าจะตัดหัวผู้นำตระกูลหลินไปแล้ว แต่รากเหง้าที่แท้จริงหาได้ถูกถอนรากถอนโคนไม่"
เสียงหวานใสที่เยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหมื่นปีดังขึ้นจากเบื้องหลัง หลี่ชิงฮั่นก้าวเท้าเข้ามาในความเงียบงัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามสายลมยามราตรี แม้รอบกายจะอบอวลด้วยกลิ่นอายความตาย แต่นางกลับดูราวกับเทพธิดาผู้ลงมา
นางก้มลงใช้ปลายนิ้วเรียวงามแตะลงบนเศษผงสีดำบนพื้น พลันขมวดคิ้วมุ่น ปราณเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจนเศษผงนั้นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำในชั่วพริบตา "นี่ไม่ใช่พลังปราณของมนุษย์ปุถุชน มันคือ... ปราณมารสวรรค์"
หัวใจของไป๋เฉินกระตุกวูบ ภาพความทรงจำในชาติภพก่อนย้อนกลับมาดั่งสายฟ้าฟาด
*สำนักมารสวรรค์!*
กลุ่มคนที่เคยอยู่เบื้องหลังการล่มสลายของสำนักกระบี่นภา และเป็นผู้บงการให้เฟิงเทียนฮ่าวทรยศหักหลังเขาในคืนวันประქმารฟ้า ชาติภพนี้ เขากลับมาเพื่อชำระหนี้แค้นทีละก้าว แต่มันกลับไม่ใช่การแก้แค้นตระกูลเล็กๆ ในท้องถิ่นธรรมดา หากแต่มีเงาหัวมังกรตัวใหญ่ชักใยอยู่เบื้องหลัง
"พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คิด" ไป๋เฉินกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นด้าย "ตระกูลหลินเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่ใช้ทดสอบปฏิกิริยาของข้า เมื่อเบี้ยตัวนี้พังทลาย ผู้บงการที่หลบซ่อนอยู่ในเงามืดจึงจำต้องเผยหางออกมา"
หลี่ชิงฮั่นลุกขึ้นยืน นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม แววตาคู่คมฉายแววเป็นห่วงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา "เจ้ากำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่หลับใหลมานับพันปี สำนักมารสวรรค์มีรากฐานหยั่งรากลึกเกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการ หากพวกมันรู้ว่าเจ้าคือภัยคุกคาม..."
"ให้พวกมันมา!" ไป๋เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ พลังปราณอสูรทะยานทะลวงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรีจนหมู่เมฆสั่นสะเทือน ดาบกระบี่ไร้ลักษณ์ในห้วงจิตวิญญาณสั่นระริกพร้อมแผดเผา "ในชาติก่อน ข้าเคยใช้กระบี่เดียวสังหารมารนับหมื่น ชาตินี้ต่อให้พวกมันยกโขยงกันมาทั้งสำนัก ข้าก็จะใช้กระบี่นี้แหละ ผ่าสวรรค์และล้างบางพวกมันให้สิ้นซาก!"
ความองอาจและดุดันที่แผ่ออกมาจากร่างของไป๋เฉิน ทำให้หลี่ชิงฮั่นนิ่งงันไปชั่วขณะ นางจ้องมองแผ่นหลังที่กว้างใหญ่และมั่นคงนั้น หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งมาตลอดชีวิตกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ไม่มีวันหันหลังกลับ เส้นทางที่เขาเลือกเดินคือเส้นทางที่ปูลาดด้วยกระดูกและโลหิต แต่นางก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่มีวันปล่อยให้เขาต้องเดินลำพัง
"ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า..." หลี่ชิงฮั่นเอ่ยเสียงแผ่วเบา แต่หนักแน่นดั่งคำสัตย์ปฏิญาณ "ไม่ว่าศัตรูจะเป็นใครหน้าไหน"
ไป๋เฉินหันกลับมามองสตรีตรงหน้า แววตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งค่อยๆ อ่อนลงวูบหนึ่ง เขายื่นมือออกไปหมายจะสัมผัสกลุ่มผมสีดำสนิทของนาง ทว่า...
*ฉับพลันนั้นเอง!*
บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นอัสดง อุณหภูมิในรัศมีร้อย丈ดิ่งฮวบลงจนกลายเป็นศูนย์ในพริบตา กลิ่นอายความตายที่เข้มข้นกว่าเดิมนับร้อยเท่าพรั่งพรูออกมาจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า!
เงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับมันอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่ต้นแล้ว เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกกราบด้วยหน้ากากกระดูกอสูรยิ้มเยาะเย้ยหยัน ดวงตาสองข้างเปล่งประกายสีโลหิตน่าสะพรึงกลัว
"ช่างเป็นความรักที่ลึกซึ้งตรึงใจเสียจริง... มหาเทพไป๋เฉิน"
เสียงแหบพร่าคล้ายเสียงเสียดสีของโลหิตและกระดูกดังขึ้นบาดแก้วหู ราวกับมาจากขุมนรกโลกันตร์ เงาดำปริศนายกมือขึ้นช้าๆ ปลายนيزนิ้วเรียวยาวมีควันสีดำพวยพุ่งออกมา ก่อนที่มันจะดีดนิ้วเบาๆ
*เปรี้ยง!*
พื้นที่ตรงกลางระหว่างไป๋เฉินและหลี่ชิงฮั่นระเบิดออกเป็นจุล รอยแยกมิติสีดำสนิทปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามก้องของอสูรโบราณ และสิ่งที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น... คือกระบี่โบราณเล่มหนึ่งที่ปักคาอยู่กะโหลกศีรษะของยอดฝีมือสำนักมารสวรรค์ที่เพิ่งตายไป!
ไป๋เฉินสาวเท้าถอยหลังครึ่งก้าว นัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เพราะเขารู้จักกระบี่เล่มนั้นดี... มันคือกระบี่คู่กายของศิษย์พี่รองผู้ล่วงลับในสำนักกระบี่นภา!
"เจ้า... เป็นใครกันแน่?" ไป๋เฉินคำรามเสียงต่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
เงาดำใต้หน้ากากกระดูกหัวเราะลั่นในลำคอ เสียงนั้นเสียดแทงจิตวิญญาณ "ข้าเป็นใครไม่สำคัญ... สำคัญคือ เจ้าคิดว่าการกลับชาติมาเกิดครั้งนี้ เป็นเพราะโชคชะตาเมตตาเจ้าอย่างนั้นหรือ? หึ... เจ้ามันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่เดินมาตามกระดานที่ 'ท่านผู้นั้น' ขีดเส้นเอาไว้ต่างหากล่ะ!"
พูดจบ ร่างของเงาดำก็สลายกลายเป็นควันสีดำจางหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของไป๋เฉินและหลี่ชิงฮั่น ราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของสวรรค์ที่ไร้ความปรานี
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะครับ ครับผม!
วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 17
เงามายาแห่งสำนักมาร
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!