ความตายไม่น่ากลัวเท่ากับการมีชีวิตอยู่เพื่อมองดูวิญญาณของตนเองถูกฉีกทึ้งทีละน้อย
โลหิตสีดำคล้ำหยดลงกระทบพื้นศิลาหยกเย็นเยียบ เสียง ‘ติ๋ง’ นั้นดังก้องกังวานอยู่ในถ้ำศิลาลับแล ราวกับเสียงนาฬิกาทรายแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง ลมปราณย้อนกลับสายหนึ่งพุ่งพล่านทำลายเส้นชีพจรของหลี่ชิงฮั่นจนทั่วร่างปรากฏรอยร้าวสีม่วงคล้ำ นางเซียนผู้เคยสูงส่งงดงามดั่งหิมะพันปี บัดนี้ริมฝีปากกลับอาบไปด้วยโลหิตสีดำสนิท ดวงตาคู่คมที่เคยเยือกเย็นฉายแววพร่าเลือน ความหนาแน่นของพิษมารฟ้าจากกระบี่ของเฟิงเทียนฮ่าวในร่างนางกำลังกัดกินตันเทียนและแผดเผาจิตวิญญาณอย่างช้า ๆ
"อดทนไว้หน่อยนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำของไป๋เฉินเอ่ยขึ้นอย่างมั่นคง ทว่าภายในใจกลับตึงเครียดดุจเส้นด้ายที่ถูกดึงจนถึงขีดสุด เขานั่งขัดสมาธิลงเบื้องหลังร่างอันบอบบางที่กำลังสั่นสะเทือน ฝ่ามือทั้งสองข้างทาบลงบนแผ่นหลังบอบบางที่ปกคลุมด้วยอาภรณ์ชุ่มโชกเหงื่อและโลหิต สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของนางราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าลึกลงไปกลับมีความร้อนระอุของพิษร้ายแผดเผาอยู่ภายใน
หลี่ชิงฮั่นกัดริมฝีปากจนห่อเลือด นางพยายามฝืนรวบรวมลมปราณที่เหลืออยู่น้อยนิดเพื่อต้านทาน ทว่ายิ่งขัดขืน พิษมารนั้นยิ่งแผ่ขยาย ร่างกายของนางสะท้านเฮือกเมื่อไป๋เฉินเริ่มโคจรพลัง
"อย่า... อย่าฝืนเลยไป๋เฉิน..." เสียงของนางขาดห้วง ลมหายใจแผ่วเบาราวกับสายลมที่กำลังจะดับ "พิษมารฟ้า... มันสืบทอดมาจากแดนมิคสัญญี เจ้า... เจ้าไม่มีทางขับมันออกได้โดยลำพัง... หากเจ้ายังฝืนถ่ายทอดลมปราณให้ข้าเช่นนี้ ตันเทียนของเจ้าเองก็จะแหลกสลายไปด้วย..."
ไป๋เฉินไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกริบดุจกระบี่หม่นแสงลงวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายสีชาดเข้มข้น เคล็ดวิชาอสูรบรรพกาลถูกขับเคลื่อนถึงขีดสุด เสียงคำรามแผ่วเบาราวกับพญาอสูรบรรพกาลคำรามก้องอยู่ในห้วงจิตสำนึกของเขา ลมปราณสายบริสุทธิ์และดุดันพรั่งพรูออกจากจุดตันเทียน ไหลเวียนผ่านเส้นชีพจรเข้าสู่ร่างของหลี่เฉิงฮั่นดุจกระแสน้ำเชี่ยวที่ทะลักเข้าสู่เขื่อนที่กำลังจะพังทลาย
"ข้าไม่ยอมให้คนที่ใช้กระบี่เคียงข้างข้าต้องดับสูญที่นี่หรอกครับ... หลับตาลง แล้วปล่อยใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับข้า"
สิ้นคำกล่าวของไป๋เฉิน แผ่นหลังของทั้งสองก็แนบชิดกันสนิท ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้าปะทะกับความหนาวเหน็บในร่างของหญิงสาว นี่ไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดพลังปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บทั่วไป แต่มันคือ ‘การบำเพ็ญคู่ชั่วคราว’ วิธีการโบราณอันลี้ลับที่ต้องหลอมรวมจิตวิญญาณและแก่นแท้ลมปราณเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ในห้วงมิติแห่งจิตสำนึกที่เชื่อมต่อกัน ทั้งไป๋เฉินและหลี่ชิงฮั่นพลันรู้สึกราวกับถูกดึงเข้าสู่พายุหมุนแห่งความทรงจำและอารมณ์
ภาพความโดดเดี่ยวอันยาวนานนับร้อยปีของหลี่ชิงฮั่นปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของไป๋เฉิน ความกดดันในฐานะธิดาศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องแบกรับชื่อเสียงของวังนภาไร้ลักษณ์ ความเยือกเย็นที่นางต้องสร้างขึ้นมาเป็นเกราะกำบังหัวใจที่แตกสลาย และความรู้สึกผิดหวังในยุทธภพที่ไร้ซึ่งความจริงใจ ทุกความรู้สึกถาโถมเข้ามาใส่ไป๋เฉินจนหัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างประหลาด
ในขณะเดียวกัน หลี่ชิงฮั่นก็มองเห็นห้วงเวลาแห่งความตายและการเกิดใหม่ของไป๋เฉิน ความแค้นที่ถูกหักหลังโดยเฟิงเทียนฮ่าว ศิษย์น้องผู้พี่ที่สวมหน้ากากจอมปลอม ความเจ็บปวดจากการถูกพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปในชาติภพก่อน และเจตจำนงแห่งกระบี่อันเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงเผาผลาญฟ้าดินเพื่อทวงคืนความยุติธรรม
ความมืดมิดและความโดดเดี่ยวของทั้งสองฝ่ายหลอมรวมเข้าหากันราวกับกุญแจที่ไขเข้ากับแม่กุญแจได้อย่างลงตัว
ร่างของหลี่ชิงฮั่นสะท้านเฮือกอย่างรุนแรงเมื่อกระแสลมปราณของไป๋เฉินทะลวงผ่านจุดชีพจรสำคัญจุดสุดท้ายในร่างของนาง ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากการขับพิษมารทำให้ริมฝีปากของนางหลุดเสียงครางแผ่วเบาออกมาอย่างไม่อาจหักห้าม ทว่าในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความอบอุ่นอันน่าประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความหนาวเหน็บ
หัวใจของไป๋เฉินเต้นรัวระรัว ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าจากการโคจรพลัง แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดทางจิตวิญญาณที่ลึกซึ้งจนเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยาย กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกเหมันต์ในฤดูหนาวโชยมาจากเรือนร่างของหญิงสาว ผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตจางๆ ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มพร่าเลือนไปชั่วขณะ
ในยุทธภพอันโหดร้าย ผู้คนต่างฆ่าฟันกันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรและวิชาเซียน ความสัมพันธ์ระหว่างบุรุษและสตรีเป็นเพียงสิ่งฉาบฉวยที่ไร้แก่นสาร ทว่าในยามนี้ ณ ห้วงเวลาความเป็นความตาย ทั้งสองกลับต้องฝากลมหายใจและจิตวิญญาณไว้ในกำมือของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง
*ตูม!*
คลื่นพลังลมปราณสีทองปะปนกับไอทมิฬระเบิดออกรอบตัวของทั้งสองจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน เศษหินน้อยใหญ่ร่วงหล่นลงมาเป็นหิมะ ทว่าไม่มีใครขยับเขยื้อน ลมปราณมารฟ้าสีดำสนิทที่กัดกินร่างของหลี่ชิงฮั่นถูกบีบอัดจนกลายเป็นกลุ่มควันสีดำ และถูกขับออกทางปลายนิ้วของนางจนสลายหายไปในอากาศ
อาการบาดเจ็บสาหัสของหลี่ชิงฮั่นทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจของนางกลับมาสม่ำเสมอ ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวกลับมีเลือดฝาดปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทว่าในขณะที่พิษมารถูกขับออกจนหมดสิ้น การเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณกลับไม่ได้สิ้นสุดลงตามไปด้วย
ดวงตาของทั้งคู่ลืมขึ้นพร้อมกันในความมืด
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของคนทั้งสองเหลือเพียงไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันแผ่วเบา ดวงตาคู่คมของไป๋เฉินสะท้อนภาพใบหน้าอันงดงามล่มเมืองของหลี่ชิงฮั่นที่ยังคงมีคราบโลหิตติดอยู่เล็กน้อย แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับไม่ได้มีความเยือกเย็นชาไร้หัวใจดังเช่นวันวานอีกต่อไป บัดนี้มันเต็มไปด้วยคลื่นอารมณ์ซับซ้อนที่ไหวระริกราวกับผิวน้ำยามต้องลม
"ไป๋เฉิน..." เสียงของหลี่ชิงฮั่นแหบพร่า นางไม่ได้ถอยหนี กลับปล่อยให้มือเรียวบางของตนเองเอื้อมไปสัมผัสแก้มสากของชายหนุ่มอย่างลืมตัว สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้หัวใจของอดีตมหาเทพกระบี่ผู้เย็นชาถึงกับกระตุกวูบ
"ชิงฮั่น..." ไป๋เฉินพึมพำชื่อของนางแผ่วเบา ความรู้สึกคุ้นเคยราวกับดวงวิญญาณทั้งสองเคยผูกพันกันมาข้ามภพข้ามชาติพรั่งพรูขึ้นมาในอก
บรรยากาศภายในถ้ำศิลามืดทึบพลันแปรเปลี่ยนเป็นอบอุ่นและเร่าร้อนขึ้นอย่างกะทันหัน ความเงียบงันรอบกายขับเน้นให้เสียงหัวใจเต้นโครมครามของคนทั้งสองดังชัดเจนยิ่งขึ้น มือของไป๋เฉินเลื่อนลงโอบกระชับเอวบางของนางเข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณ ขณะที่หลี่ชิงฮั่นหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะแนบชิดกันเพื่อผนึกสัจจะแห่งการบำเพ็ญคู่ให้สมบูรณ์...
*เปรี้ยง!*
เสียงฟ้าคำรามสะเทือนเลื่อนลั่นดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องนอก ราวกับอสนีบาตทัณฑ์สวรรค์นับพันสายฟาดลงมาพร้อมกันที่ปากถ้ำลับแล แรงสั่นสะเทือนรุนแรงทำให้ศิลาเพดานถ้ำพังทลายลงมาปิดกั้นทางเข้าทันที ฝุ่นควันตลบอบอวลพร้อมกับกลิ่นอายสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่พุ่งเข้ามา
พร้อมกันนั้น เสียงหัวเราะเยียบเย็นอันคุ้นเคยก็ดังแทรกสายฟ้าเข้ามา สะท้อนก้องไปทั่วโถงถ้ำ
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ไป๋เฉิน ศิษย์พี่ใหญ่ผู้สูงส่ง... เจ้าคิดจริงหรือว่าการซ่อนตัวอยู่ในรูหนูแห่งนี้ จะช่วยให้เจ้าหนีพ้นจากเงื้อมมือของข้า... เฟิงเทียนฮ่าวผู้นี้ได้?"
เงาร่างมหึมาในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มฝุ่นควัน พลังมารฟ้าแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ พร้อมกับกระบี่มารในมือที่ส่องประกายแสงสีโลหิตน่าสะพรึงกลัว!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะครับ ครับผม!
- ลั่วอสูรหมื่นภูผา
วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 18
การบำเพ็ญคู่ชั่วคราว
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!