กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศธาตุเบาบางลงแล้ว แทนที่ด้วยกลิ่นอายอับชื้นของตะไคร่น้ำและไอเย็นเยือกจากผนังถ้ำที่ดูเหมือนจะดูดกลืนความร้อนออกจากร่างกายของไป๋เฉินไปจนสิ้น ไป๋เฉินกระตุกยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นเย็นเยียบราวกับกระบี่ที่ถูกแช่ในหิมะหมื่นปี เขาไม่ได้สนใจบาดแผลฉกรรจ์บนหัวไหล่จากการปะทะกับพยัคฆ์ทมิฬเมื่อครู่ สิ่งที่ดึงดูดสมาธิของเขาคือเศษเสี้ยวกระบี่ที่ปักลึกอยู่บนแท่นศิลาเบื้องหน้า
มันไม่ใช่กระบี่ธรรมดา รัศมีของมันบิดเบี้ยวราวกับมิติรอบข้างถูกฉีกกระชาก เศษเหล็กชิ้นนั้นแผ่ซ่านไอสังหารที่ดุดันจนน่าหวาดหวั่น แต่มันกลับเป็นกลิ่นอายเดียวกับที่ไหลเวียนอยู่ในกระดูกและเส้นเอ็นของเขา—กลิ่นอายของอสูรบรรพกาล
"ในที่สุด... ข้าก็พบเจ้าจนได้" ไป๋เฉินพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้หินรอบกายสั่นสะเทือน
มือของเขาเอื้อมออกไปอย่างมั่นคง สัมผัสถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากเศษเหล็ก ทันทีที่ปลายนิ้วแตะต้อง กระแสพลังมหาศาลก็ทะลักเข้าสู่ร่างเสมือนพายุคลั่ง รอยสักอักขระอสูรบนแผ่นหลังของเขาเรืองแสงสีชาดสว่างวาบ ร่างกายของไป๋เฉินสั่นสะท้าน เขารู้สึกได้ว่าโลหิตในกายกำลังเดือดพล่านราวกับจะระเหยกลายเป็นไอ
"อย่าได้ริอาจขัดขืน" เขาเค้นเสียงต่ำ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต "เจ้าเป็นเพียงเศษเสี้ยวของวิญญาณที่หลงเหลือ ข้าคือราชันย์ผู้กุมวิถีแห่งอสูร เจ้าจงกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบี่ในมือข้า... หรือไม่ก็ดับสูญไปเสียเดี๋ยวนี้!"
ท่ามกลางมวลพลังที่ปั่นป่วน เสียงคำรามกึกก้องจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณกระบี่ดังสะท้อนขึ้นในโสตประสาท มันเป็นเสียงของสัตว์ร้ายที่ถูกจองจำมานับล้านปี ความแค้น ความโดดเดี่ยว และความหิวกระหายถูกถ่ายทอดผ่านเศษเหล็กชิ้นนั้น ไป๋เฉินไม่ได้หวาดหวั่น เขากลับปิดเปลือกตาลง ปล่อยให้จิตของตนดำดิ่งลงสู่ห้วงลึกของกระบี่
ในห้วงคำนึงนั้น ไป๋เฉินยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งสังหารที่มืดมิด เบื้องหน้าเขาคือเงาร่างขนาดมหึมาของพยัคฆ์ปีกค้างคาวในตำนาน ดวงตาของมันเปรียบดั่งดวงตะวันสีเลือดที่จ้องมองมายังผู้อุกอาจ
"เจ้า... กล้าดียังไงถึงคิดจะสยบข้า?" เสียงนั้นดังกังวานในจิตใจ ไม่ใช่ด้วยคำพูด แต่ด้วยแรงกดดันที่บีบคั้นจนแทบกระอักเลือด
ไป๋เฉินหัวเราะร่า รอยยิ้มนั้นคือรอยยิ้มของผู้ที่ผ่านการฆ่าฟันมาจนนับไม่ถ้วน "สยบงั้นหรือ? ข้าไม่ได้มาเพื่อสยบเจ้า แต่ข้ามาเพื่อทำพันธสัญญา พันธสัญญาที่จะทำให้เจ้ากลายเป็นคมกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า เพื่อจารึกชื่อของข้าไว้เหนือสรวงสวรรค์ที่ทรยศพวกเรา!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่พยัคฆ์อสูรจะก้มหัวลงต่ำ สายลมแห่งปราณที่เชี่ยวกรากม้วนตัวรอบร่างของไป๋เฉิน เศษเสี้ยวกระบี่ในถ้ำลับส่องแสงเจิดจ้าขึ้นจนผนังถ้ำที่ปกคลุมด้วยอักขระโบราณเริ่มร้าวราน ร่างกายของไป๋เฉินถูกยกระดับเข้าสู่ขอบเขตพลังขั้นถัดไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของอสูรและกระบี่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว กระบี่ในมือของเขาเริ่มก่อรูปร่างขึ้นใหม่จากพลังปราณที่ควบแน่นจนกลายเป็นเหล็กกล้าที่แวววาวราวกับเกล็ดมังกร
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนดังก้องเข้ามาในโถงถ้ำ ไป๋เฉินลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาฉายประกายสีทองลึกลับเข้มข้น เขาชักกระบี่ออกจากแท่นศิลา แรงปะทะนั้นส่งคลื่นกระแทกมหาศาลทำลายผนังถ้ำจนพังทลายลงครึ่งหนึ่ง
"เจ้ามาได้ถูกเวลาพอดี เฟิงเทียนฮ่าว" ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา โดยไม่หันกลับไปมอง บุรุษผู้สวมอาภรณ์สีครามสง่างามที่ยืนอยู่เบื้องหลังเขาคือคนที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี—อดีตศิษย์พี่ที่ฉกชิงทุกอย่างไปจากเขา
เฟิงเทียนฮ่าวกำหมัดแน่น แววตาสั่นระริกด้วยความริษยาเมื่อเห็นอาวุธในมือของไป๋เฉิน "แก... เศษสวะอย่างแกไปเอาพลังแบบนั้นมาจากไหน? กระบี่เล่มนั้นไม่ควรอยู่ในมือคนไร้ค่าเช่นเจ้า!"
ไป๋เฉินหมุนตัวกลับอย่างช้าๆ คมกระบี่ในมือสั่นไหวเล็กน้อย ก่อให้เกิดเสียงหวีดหวิวที่บาดลึกถึงกระดูก "ไร้ค่า? ข้าที่แกเคยฝังกลบลงสู่ก้นบึ้งของความตาย บัดนี้ได้หวนคืนมาพร้อมกับทัณฑ์ที่จะทำให้เจ้าต้องร่ำไห้เป็นสายเลือด"
ทันใดนั้นเอง ไป๋เฉินขยับร่างด้วยความเร็วเหนือขีดจำกัด กระบี่เล่มนั้นฟาดฟันผ่านอากาศอย่างไร้ร่องรอย ก่อให้เกิดเส้นสีดำของรอยแยกมิติที่ค่อยๆ ขยายตัวเข้าหาเฟิงเทียนฮ่าว แต่ก่อนที่กระบี่จะแตะตัวศัตรู แสงจันทร์สีเงินยวงก็สาดส่องลงมาจากรอยแตกของเพดานถ้ำ ร่างอรชรในชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ของหลี่ชิงฮั่นปรากฏกายขึ้นขวางกลางระหว่างทั้งสอง
นางไม่มองไป๋เฉิน เพียงแต่ใช้นิ้วเรียวงามดีดกระบี่ที่กำลังจะทะลวงร่างของเฟิงเทียนฮ่าวจนเบี่ยงวิถีออกไป ไป๋เฉินชะงักฝีเท้า ใบหน้าเรียบเฉยปรากฏรอยยิ้มสมเพช แต่ในแววตาของเขากลับมีความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ เมื่อหลี่ชิงฮั่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำแข็ง
"ไป๋เฉิน... เจ้าข้ามเส้นแบ่งของมารและเทพเกินไปแล้ว หากเจ้ายังฝืนใช้อำนาจของกระบี่เล่มนี้ จิตใจของเจ้าจะถูกมันกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่วิญญาณ"
ไป๋เฉินแค่นหัวเราะ "นางเซียนผู้สูงส่ง เจ้ากำลังปกป้องศัตรูของข้า หรือกำลังปกป้องหัวใจที่เริ่มสั่นคลอนของตัวเจ้าเองกันแน่?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมหอกที่ปักเข้ากลางใจหลี่ชิงฮั่น นางนิ่งงัน มือที่ถือกระบี่หิมะสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด เงาปริศนาอีกร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากเงามืดหลังเฟิงเทียนฮ่าว เป็นชายชราในชุดคลุมสีเทาที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีตัวตนอยู่... เขาคือคนที่ลงมือสังหารไป๋เฉินในชาติภพที่แล้ว!
"พันธสัญญาที่เจ้าทำสำเร็จนั้น... ไม่ได้มีไว้ให้เจ้าใช้สอย แต่มันคือตราประทับที่จะส่งเจ้าไปสู่ขุมนรกที่แท้จริงต่างหาก ไป๋เฉิน" ชายชรากล่าวพลางยื่นมือออกมา สลักอักขระสีดำมืดที่ทำให้กระบี่ในมือไป๋เฉินสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนเลือดพุ่งออกจากปาก
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในมหากาพย์แห่งวิถีเซียนบทนี้ด้วยกันนะครับ
ลั่วอสูรหมื่นภูผา
วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 6
พันธสัญญากระบี่โบราณ
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!