วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 8

การกลับมาของปีศาจสำนักรอง

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
ความเงียบงันยามวิกาลภายในเรือนพักศิษย์สายรอง หาใช่ความสงบสุข หากแต่เป็นความนิ่งงันก่อนที่พายุโลหิตจะโหมกระหน่ำ ประหนึ่งผืนป่าที่สรรพสัตว์ต่างหมอบราบคาบบدเมื่อราชสีห์ผู้เป็นเจ้าป่าก้าวเข้ามาเยือน ไอสังหารสีดำสนิทสายหนึ่งพวยพุ่งผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่า มันมิใช่ไอพลังปราณทั่วไป หากแต่เป็นกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของวิชามารโลหิตที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยวิญญาณมนุษย์นับร้อย ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ไร้ซึ่งความลังเล เงาร่างสามร่างเคลื่อนไหวราวกับภูตผีไร้เงา พวกมันคือมือสังหารรับจ้างระดับปฐพีขั้นสมบูรณ์ที่เฟิงเทียนฮ่าวทุ่มทุนส่งมา เพื่อบดขยี้กระดูกของไป๋เฉินให้แหลกเป็น Jùn (จุ้น) "เป้าหมายอยู่หลังฉากกั้นนั่น... จัดการให้เด็ดขาด อย่าให้ส่งเสียงเล็ดลอดออกไปได้แม้แต่ครึ่งคำ" เสียงแหบพร่าดุจเสียงกระดูกเสียสีกันดังขึ้นแผ่วเบาจากหัวหน้ามือสังหาร เงาทั้งสามพุ่งทะยานเข้าหาเตียงนอนพร้อมกัน ประกายคมดาบอาบยาพิษสีม่วงเข้มสะท้อนแสงจันทร์สลัววับวาบ มันคือกระบวนท่า "ดาบผ่าวิญญาณ" ที่มุ่งหมายปลิดชีพในคราเดียว ฉับพลันนั้นเอง... *ฉัก!* เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แต่หาใช่เสียงเนื้อที่ถูกเฉือนไม่ เงาร่างบนเตียงกลับเลือนหายไปราวกับภาพลวงตา ไป๋เฉินหาได้นอนอยู่บนเตียงแต่แรกไม่ ร่างของเขาปรากฏขึ้นบนขื่อคานเรือนด้วยท่าทีสบายๆ สองมือไขว้หลัง นัยน์ตาสสีดำสนิทคู่นั้นเยือกเย็นดุจหุบเขาหมื่นปี ทอดมองเหล่ามือสังหารเบื้องล่างด้วยแววตาสสมเพชเวทนา "วิชามารโลหิตขั้นสาม... น่าเสียดายที่พวกเจ้าฝึกฝนมาได้แค่เปลือก ขาดซึ่งจิตวิญญาณแห่งการฆ่าฟันที่แท้จริง" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังกดดันจนมือสังหารทั้งสามถึงกับกระอักเลือดคำโตออกมาพร้อมกัน หัวหน้ามือสังหารเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มผู้ซึ่งข่าวลือกล่าวขานว่าเป็นเพียง "ศิษย์สวะ" แต่ยามนี้ ร่างของไป๋เฉินกลับปกคลุมด้วยไออسูลสีชาดจางๆ ที่แผ่แรงกดดันระดับนภาออกมาอย่างไม่ปิดบัง "เป็นไปได้ 30%... เจ้า... เจ้าทะลวงขอบเขตปราณจิตวิญญาณตั้งแต่เมื่อใด!" "เรื่องนั้นไม่จำเป็นที่ศพเช่นพวกเจ้าต้องรู้" ไป๋เฉินกล่าวสั้นๆ ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปจากขื่อคานในพริบตา ความเร็วระดับนี้เหนือกว่าขอบเขตที่พวกมันจะจินตนาการได้ ความมืดมิดภายในห้องพล تبدیلเป็นสีชาดฉับพลัน ประกายกระบี่ไร้ลักษณ์กรีดผ่านอากาศอย่างไร้ร่องรอย สัมผัสแห่งความตายพุ่งเข้าเกาะกุมขั้วหัวใจของมือสังหารคนแรกในทันที *ฉับ!* โลหิตสีดำสาดกระเซ็นย้อมผนังห้องเป็นทางยาว ศีรษะของมือสังหารคนหนึ่งหลุดลอยออกจากบ่าก่อนที่มันจะทันได้ตั้งกระบวนท่าตั้งรับเสียด้วยซ้ำ ความตายมาเยือนรวดเร็วจนแม้แต่เสียงกรีดร้องก็ยังติดอยู่ลำคอ หลี่ชิงฮั่นที่นั่งสมาธิโคจรพลังปราณอยู่มุมห้องลืมตาขึ้นช้าๆ นางมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นัยน์ตาดอกบัวคู่นั้นทอประกายระยับด้วยความชื่นชม นางมองดูแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านท่ามกลางคราบโลหิต แผ่นหลังนี้... ช่างอบอุ่นและแข็งแกร่งจนนางรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด "ศิษย์พี่ไป๋... ฝีมือท่านพัฒนาขึ้นอีกแล้วกระมั้ง" หลี่ชิงฮั่นเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความอ่อนโยนเอาไว้ในที "แค่เศษสวะที่เฟิงเทียนฮ่าวส่งมาลองเชิงก็เท่านั้น" ไป๋เฉินสะบัดมือเบาๆ คราบโลหิตบนคมกระบี่พลันมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขากวาดสายตามองมือสังหารคนที่เหลือที่ยามนี้ขาสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ขีดจำกัดทางจิตใจของพวกมันพังทลายลงเรียบร้อยแล้วต่อหน้าพญามารผู้เยือกเย็น "บอกเจ้านายของพวกเจ้าไป... ว่าอีกสามวัน ข้า... ไป๋เฉิน จะไปเยือนตำหนักประมุขด้วยตนเอง เพื่อทวงคืนทุกสิ่งที่มันแย่งชิงไป!" มือสังหารคนสุดท้ายที่เหลือรอด หน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด มันรู้ดีว่าหากอยู่ต่อมีแต่ความตายสถานเดียว จึงกัดฟันใช้วิชาหลบหนีลับ "ยันต์อัคคีเร้นกาย" เผาผลาญพลังชีวิตเพื่อพุ่งทะยานทะลุหลังคาหนีออกไปในยามราตรี ไป๋เฉินไม่ได้ไล่ตาม ปล่อยให้มันหนีไปตามระเบียบ เพราะเขารู้ดีว่าข่าวสารนี้จะไปถึงหูของเฟิงเทียนฮ่าวในไม่ช้า และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ เพื่อให้สุนัขรับใช้เหล่านั้นตระหนักว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามา ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันกำลังจะกลับคืนสู่เรือนพักอีกครั้ง บรรยากาศรอบกายพลันหนתทึบขึ้นอย่างฉับพลัน อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงจนหยดน้ำกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำ เสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานมาจากความว่างเปล่าเบื้องบน ราวกับเสียงของปีศาจที่หลุดพ้นจากขุมนรกโลกันตร์ "ช่างปากกล้ายิ่งนัก... ไป๋เฉิน เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน ถึงได้กล้าประกาศกร้าวว่าจะมาเหยียบตำหนักประมุข?" เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติที่บิดเบี้ยวกลางอากาศ ชายชราในชุดคลุมสีเทาเข้ม ปักลายหัวกะโหลกอสูร ดวงตาทั้งคู่ลึกล้ำราวกับห้วงเหวไร้ก้นบึ้ง ไอพลังปราณระดับ "ราชันย์แท้จริง" แผ่ซ่านกดทับจนโครงสร้างไม้ของเรือนพักส่งเสียงลั่นเอี๊ยดราวกับจะแหลกสลาย หลี่ชิงฮั่นหน้าถอดสีทันที นางอุทานออกมาด้วยความตกใจ "ผู้อาวุโสสี่... ผู้อำมหิตโลหิต! เหตุใดมันจึงมาอยู่ที่นี่ด้วยตนเอง!" ไป๋เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่รอวันชำระ... ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวิถีเซียนอันไร้จุดจบนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%