วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 28

สมบัติวิญญาณเก้าสวรรค์

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่ กระทบลงบนพื้นศิลาโบราณจนเกิดเสียงดังกังวานคล้ายระฆังสำริด ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวภายในคูหาลับใต้พิภพ ไอสังหารสีนิลยังคงพวยพุ่งม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นอยู่เบื้องล่าง ราวกับมหาสมุทรโลหิตที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพชีวิตที่ย่างกรายเข้ามา ไป๋เฉินยืนนิ่งสนิทดั่งรูปสลักหินผา อาภรณ์สีขาวสะอาดบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นผงแห่งกาลเวลาและหยาดเลือดจางๆ ดวงตาคู่คมกริบดั่งกระบี่เพชรทอดมองลึกลงไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า จิตสำนึกของเขาแผ่ขยายออกไปดั่งใยแมงมุมสัมผัสได้ถึงชีพจรแห่งปฐพีที่เต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง "ท่านไป๋..." เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งหิมะพันปีดังขึ้นแผ่วเบา หลี่ชิงฮั่นก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ ปลายกระบี่นภาไร้ลักษณ์ในมือของนางยังคงเรืองแสงสีฟ้าครามจางๆ ขับเน้นให้ใบหน้างามล้ำเลิศดั่งเทพเซียนนั้นดูราวกับภาพวาดที่สลักขึ้นจากหยกขาวบริสุทธิ์ ทว่าแววตาคู่สวยของนางกลับฉายแววระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด "กลิ่นอายที่กดทับลงมาเมื่อครู่... มันรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่เราเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรบรรพกาลขั้นรวมวิญญาณเสียอีก" ไป๋เฉินมิได้หันกลับไปมอง ร่างกายของเขายังคงตึงเครียด เส้นชีพจรปราณทั่วร่างโคจรด้วยความเร็วสูงสุด เคล็ดวิชาอสูรบรรพกาลในตันtianส่งเสียงคำรามก้องกังวานในโสตประสาท ดั่งพญาอินทรีย์เพลิงที่ตื่นจากการหลับใหล "มันไม่ใช่แค่กลิ่นอายของสัตว์อสูรหรอก ชิงฮั่น" ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นแห่งความตื่นตระหนกที่ยากจะพบเห็นได้บ่อยนัก "เจ้าสัมผัสได้หรือไม่... ชีพจรที่กำลังสั่นไหวอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเรา มันกำลังเรียกหาบางสิ่งบางอย่าง" หลี่ชิงฮั่นขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย นางเพ่งสมาธิไปยังห้วงมิติเบื้องล่าง ทันใดนั้น ร่างบางก็สะท้านเฮือก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "หรือว่า..." "ถูกต้อง" ไป๋เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก1ครา ไออุ่นจากพลังปราณอัคคีผสานเข้ากับความเย็นเยียบของวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ "มันคือ 'สมบัติวิญญาณเก้าสวรรค์' สมบัติล้ำค่าที่หลับใหลมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล และที่สำคัญที่สุด... ข้ารับรู้ได้ถึงจิตวิญญาณของ 'กระบี่' อีกเล่มหนึ่งที่ถูกผนึกไว้ ณ จุดที่ลึกที่สุดของแดนลับแห่งนี้" ถ้อยคำนั้นทำให้บรรยากาศรอบกายพลันเย็นยะเยือกยิ่งขึ้นไปอีก ในฐานะอดีตมหาเทพกระบี่ ไป๋เฉินย่อมรู้ดีว่ากระบี่ระดับบรรพกาลนั้นมีความนึกคิดและจิตวิญญาณเป็นของตนเอง พวกมันเลือกนาย หาใช่ให้นายเลือกสรร และการที่กระบี่เล่มหนึ่งจะส่งเสียงคำรามเรียกหาผู้ครอบครอง นั่นหมายความว่า... มันตรวจพบ 'สายเลือด' หรือ 'วิถี' ที่สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ ตู้มมมม! ฉับพลันนั้น พื้นศิลาเบื้องหน้าก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น รอยแยกขนาดใหญ่อันน่าสะพรึงกลัวปริแตกออกเป็นทางยาวนับร้อยจั้ง ไอพลังปราณโบราณสีทองอร่ามพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทะลุเพดานถ้ำ ทะลวงผ่านชั้นหินหนาจนเกิดเป็นลำแสงมหึมาพุ่งตรงสู่เมฆหมอกบนเก้าชั้นฟ้า แรงกดดันระดับมหาอำนาจกดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างของศิษย์สำนักต่างๆ ที่อยู่รอบนอกแดนลับต่างส่งเสียงลั่นดังกรอบแกรบ "นั่นมันพลังบ้าอะไรกัน!" เสียงอุทานด้วยความหวาดกลัวดังมาจากระยะไกล แม้จะอยู่ห่างออกไปนับสือร์ลี้ แต่เฟิงเทียนฮ่าวที่กำลังนำกลุ่มศิษย์สายในและผู้อาวุโสพยายามฝ่าค่ายกลเข้ามาถึงกับใบหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย พลังมารฟ้าในร่างของมันสั่นระริกราวกับหวาดกลัวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เบื้องหน้า "สมบัติวิญญาณ... แดนลับนี้ซ่อนสมบัติวิญญาณระดับบรรพกาลเอาไว้!" ผู้อาวุโสคนหนึ่งแผדเสียงตะโกนด้วยความโลภจนดวงตาแดงก่ำ "หากข้าได้ครอบครองมัน ต่อให้ต้องสังหารทุกคนที่ขวางหน้า ข้าก็ยอม!" ภายในคูหาลับ ไป๋เฉินแย้มยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตาและฟ้าดิน "พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวกันแล้วสินะ..." ไป๋เฉินกล่าวเบาๆ นัยน์ตาเปล่งประกายสีทองอร่ามดั่งอสูรโบราณ "ท่านจะทำอย่างไรต่อไป?" หลี่ชิงฮั่นก้าวเข้ามาประชิดเบื้องหลัง กระชับกระบี่ในมือแน่น นางพร้อมที่จะร่ายกระบวนท่ากระบี่นภาไร้ลักษณ์สยบปฐพีเคียงข้างเขาเสมอ ไม่ว่าศัตรูเบื้องหน้าจะเป็นกองทัพนับหมื่นหรือบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่จากสำนักใดก็ตาม "ทำอย่างไรน่ะหรือ?" ไป๋เฉินสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง ไอพลังปราณอันดุดันแผ่ซ่านออกไปรอบทิศทาง แววตาของชายหนุ่มทอประกายคมกล้าดุจคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก "ในเมื่อพวกมันอยากได้กระบี่เล่มนี้จนตัวสั่น... ข้าก็จะแสดงให้พวกมันเห็นว่า การจะไขว่คว้าหาของสูงนั้น... ต้องแลกมาด้วยความพินาศย่อยยับเพียงใด!" เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างพุ่งทะยานลงสู่ห้วงเหวลึกเบื้องล่างทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทิ้งไว้เพียงเสียงลมคำรามก้องและเส้นทางสายเลือดที่กำลังจะถูกจารึกขึ้นใหม่ด้วยวิถีแห่งเซียนและอสูร! เบื้องล่างของรอยแยกนั้น ความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์ถูกฉีกกระชากออกด้วยแสงสว่างสีทองเจิดจ้า และณ ใจกลางรัศมีนั้นเอง เงาร่างของกระบี่โบราณขนาดยักษ์เล่มหนึ่งกำลังลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือแท่นบูชาโลหิต ลวดลายอักขระโบราณนับหมื่นตัวสลักอยู่บนตัวกระบี่ ส่งเสียงร้องคำรามดั่งพญาเสือโคร่งคำรามก้องป่าใหญ่ ทว่า... สิ่งที่ทำให้ไป๋เฉินต้องหยุดชะงักฝีเท้ากลางอากาศ และทำให้หัวใจของนางเซียนผู้เยือกเย็นอย่างหลี่ชิงฮั่นถึงกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ ก็คือร่างที่ถูกตรึงอยู่ด้วยโซ่ตรวนมารฟ้าเบื้องหน้ากระบี่เล่มนั้น... นั่นคือร่างของสตรีผู้หนึ่ง... สตรีที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับมารดาผู้ล่วงลับของไป๋เฉินอย่างไร้ที่ติ! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีเซียนอันโดดเดี่ยวนี้ไปพร้อมกับข้า ลั่วอสูรหมื่นภูผา นะครับ
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%