"เจ้ายังดึงดันจะปกป้องเศษสวะเช่นมันอีกหรือ, ชิงฮั่น?"
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดุจเสียงกระดูกกระทบกันดังสะท้านไปทั่วหุบเขารกร้าง เฟิงเทียนฮ่าวในร่างที่ถูกย้อมด้วยไอน้ำสีดำทมิฬยืนตระหง่านอยู่บนยอดผาชัน ดวงตาทั้งคู่ลุกโชนด้วยเพลิงมารสีเลือด ร่างของเขาขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นเงาอสูรบรรพกาลสามเศียรหกร่าง พลังกดดันระดับเขตแดนราชันย์สวรรค์แผ่ซ่านจนมิติรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น
เบื้องล่าง หลี่ชิงฮั่นยืนหยัดด้วยความสง่างามดั่งดอกบัวหิมะกลางพายุโลหิต กระบี่น้ำแข็งในมือสั่นระริก ปลายกระบี่หยาดหยดเลือดสดๆ ที่ไหลรินจากมุมปากของนาง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยรอยเลือดสีแดงฉาน ทว่าแววตาของนางกลับปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงความเย็นชาและเด็ดเดี่ยวที่ล้ำลึกยิ่งกว่าห้วงน้ำแข็งพันปี
"วิถีมารของเจ้า... เป็นเพียงเศษเดนที่หลงLือมาจากยุคบรรพกาล เฟิงเทียนฮ่าว ต่อให้เจ้ากลืนกินวิญญาณไปนับหมื่นดวง เจ้าก็เป็นได้แค่สุนัขรับใช้ที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งเซียน!" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดน้ำแข็ง
ในเสี้ยววินาทีนั้น ไป๋เฉินที่นั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหลังนางเพื่อโคจรพลังปราณอสูรฟื้นฟูชีพจร ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ
นัยน์ตาของไป๋เฉินมิได้มีร่องรอยของความอ่อนล้า แม้เส้นชีพจรทั่วร่างจะแตกละเอียดจากการฝืนทะลวงขอบเขต แต่รัศมีกระบี่ที่เปล่งประกายออกมาจากร่างของเขากลับบริสุทธิ์และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม เขายันกายลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ มือขวายื่นออกไปคว้าด้ามกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาเล่มหนึ่งที่ปักอยู่บนพื้นดิน
กระบี่ไม้... ที่ไร้ซึ่งลวดลาย ไร้ซึ่งอักขระเวทใดๆ
ทว่าเมื่อสัมผัสกับฝ่ามือของไป๋เฉิน มิติรอบกายกลับหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง
"ชิงฮั่น... ถอยไป" เสียงของไป๋เฉินทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่มันแฝงไว้ด้วยอำนาจบัญชาที่แม้แต่ฟ้าดินยังต้องสั่นคลอน
หลี่ชิงฮั่นหันกลับมามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม แววตาที่เคยเยือกเย็นฉายประกายความอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่ง นางพยักหน้ารับอย่างเงียบๆ ก่อนจะถอยร่นออกไปสามสิบก้าว พร้อมกับแผ่เขตแดนกระบี่น้ำแข็งปกป้องคุ้มครองสภาวะรอบด้านไม่ให้ใครมารบกวนการตัดสินชะตากรรมครั้งนี้
"ฮ่าๆๆๆ! ดี! ดีนัก! ไป๋เฉิน วันนี้ข้าจะบดขยี้ทั้งกายและวิญญาณของเจ้าให้แหลกคามือ ไม่ให้แม้แต่โอกาสได้กลับชาติมาเกิดใหม่!"
เฟิงเทียนฮ่าวคำรามก้อง เงาอสูรสามเศียรหกร่างเบื้องหลังพุ่งทะยานลงมาจากยอดผา ดั่งอุกกาบาตทมิฬที่แผดเผาทุกสิ่ง ร่างของมันพกพาพลังมารที่สามารถแปรเปลี่ยนปฐพีให้กลายเป็นทะเลเพลิงได้ในพริบตา กรงเล็บมารสีดำสนิทฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
ไป๋เฉินไม่หลบเลี่ยง เขาก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่งอย่างมั่นคง ดวงตาคมกริบดุจกระบี่เพ่งมองตรงไปยังเงาอสูรที่พุ่งเข้ามา ในห้วงความคิดของเขา ภาพอดีตชาติที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดแห่งมหาภพไหลย้อนกลับมา ความโดดเดี่ยว ความเจ็บปวด และการทรยศหักหลัง ทั้งหมดถูกหลอมรวมเข้ากับเคล็ดวิชาอสูรบรรพกาลขั้นสูงสุด—*วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ กลืนกินสวรรค์*
"ย้ากกกก!"
กระบี่ไม้ไผ่ในมือของไป๋เฉินถูกตวัดออกไปอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกองศาของการเคลื่อนไหวกลับดึงดูดพลังปราณธรรมชาติรอบรัศมีร้อยลี้ให้หลั่งไหลมารวมกันที่ปลายกระบี่จนเกิดเป็นแสงสว่างวาบเจิดจ้าดุจดวงอาทิตย์แรกกำเนิด
ตูมมมมมมมม—!
การปะทะกันระหว่างกระบี่อสูรและพลังมารระเบิดออกอย่างกึกก้อง เสียงคำรามดังก้องกังวานเสียดแก้วหูจนภูเขาอีกลูกถึงกับพังทลายลงมา แรงกระแทกอันมหาศาลแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง กลืนกินทุกสิ่งบนเส้นทาง รอยแยกของแผ่นดินแตกขยายออกราวกับปากอสูรที่กำลังอ้ากว้าง
ตรงจุดศูนย์กลางของการปะทะ พื้นดินทรุดตัวลงอย่างรุนแรง เกิดเป็นหลุมลึกขนาดมหึมาเส้นผ่าศูนย์กลางนับพันเมตร ควันสีดำทมิฬและละอองแสงสีทองพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเมฆฝนถูกฉีกกระชากหายไปในพริบตา คลื่นกระแทกพัดพาเอาต้นไม้โบราณและโขดหินปลิวหายไปในอากาศราวกับเศษกระดาษ
เฟิงเทียนฮ่าวเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างของเขากระเด็นถอยหลังไปนับร้อยวา กระอักเลือดคำโตออกมาท่ามกลางอากาศ เสื้อผ้าขาดวิ่นจนเผยให้เห็นรอยสักอسالมารที่กำลังแตกสลายทีละนิด
ส่วนไป๋เฉิน... ร่างของเขายังคงยืนหยัดอยู่บนขอบหลุมลึก มือขพยุงกระบี่ไม้ไผ่ที่บัดนี้มีรอยร้าวปรากฏขึ้นบางๆ เลือดสีแดงเข้มไหลรินจากปลายนิ้วมือทั้งห้าหยดลงสู่พื้นดินที่กำลังร้อนระอุ
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันและควันโขมงที่ค่อยๆ จางลง สายตาของไป๋เฉินกลับไม่ได้มองไปยังศัตรูคู่อาฆาตที่กำลังบาดเจ็บสาหัสเบื้องหน้า... แต่เขากลับหันขวับไปมองยังทิศทางเบื้องล่างของก้นหลุมลึกที่เพิ่งถูกสร้างขึ้น
ณ ที่ก้นหลุมลึกอันมืดมิดนั้น... เปลวเพลิงสีฟ้าครามสายหนึ่งกำลังลุกโชนขึ้นอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเสียงกระซิบอันเก่าแก่และทรงพลังที่ดังสะท้อนก้องขึ้นมาจากใต้พิภพ ราวกับมีบางสิ่งที่ถูกหลับใหลมานับล้านปี กำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหล...
และเงาร่างสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับไอสังหารอันเย็นเยียบ ก็ก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง โดยมีดวงตาสีแดงคู่หนึ่งจ้องมองตรงมาที่ไป๋เฉินด้วยรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีเซียนบทนี้ด้วยกันครับ
ลั่วอสูรหมื่นภูผา
วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 21
การต่อสู้ที่สั่นสะเทือนผืนแผ่นดิน
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!