วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 14

หมัดเดียวสะท้านเวที

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
"อวดดี!" เสียงคำรามต่ำดังลอดไรฟันของ 'หานหลง' รองหัวหน้าศิษย์สายในดังสะท้านลานประลองหินทมิฬ ลมปราณแท้จริงระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกรอบกายจนแผ่นศิษย์นับร้อยชีวิตใต้เวทีต้องถอยกรูดด้วยความอึดอัด ในมือของมันคือกระบี่เก้าเพลิงที่มีเปลวเพลิงสีครามลุกโชน ดึงดูดความสนใจจากผู้อาวุโสที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์สูงตระหง่านให้ต้องหรี่ตามองด้วยความคาดหวัง ทว่า 'ไป๋เฉิน' กลับยืนไขว่ห้างอยู่เบื้องหน้าอย่างเกียจคร้าน ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแววตาคมกริบดั่งกระบี่โบราณทอดมองคู่ต่อสู้ราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนก่อนตาย "เจ้าคิดว่าเคล็ดวิชากระบี่เพลิงพิสุทธิ์ของตระกูลหานจะหยุดข้าได้หรือ?" น้ำเสียงเรียบเฉยแต่เย็นเยียบจนบาดลึกถึงกระดูกดำเอ่ยขึ้น ไป๋เฉินไม่แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝัก มือข้างหนึ่งยังคงไขว้ไว้ด้านหลัง ขณะที่กลิ่นอายอสูรบรรพกาลสายหนึ่งถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างอย่างแนบเนียน มันคือกลิ่นอายที่ทำให้มิติรอบตัวสั่นไหวและกดทับจิตวิญญาณของผู้คนจนแทบอยากจะคุกเข่าลงคำนับ บนอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม 'หลี่ชิงฮั่น' ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งวังนภาไร้ลักษณ์ นั่งนิ่งสงบดั่งรูปสลักหยกหิมะ นัยน์ตาคู่งามจับจ้องไปยังร่างของชายหนุ่มโดยไม่กะพริบ ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างบางเบา นางรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้หาได้มีความหมายอันใดนอกจากการตบหน้าพวกกบฏที่บังอาจเหยียบยยำสายเลือดแห่งตระกูลหลัก "ตายเสียเถอะไอ้สวะไป๋!" หานหลงระเบิดโทสะจนขีดสุด ร่างของมันพุ่งทะยานเข้ามาดั่งอสนีบาตคำราม กระบี่ในมือแผดเผาอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหวิว พลังปราณทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่ปลายกระบี่หวังจะสังหารไป๋เฉินให้สิ้นซากในกระบวนท่าเดียว รอบสนามประลองตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนต่างกลั้นหายใจ ร่างกายของศิษย์หลายคนสั่นเทิ้มด้วยแรงกดดันจากกระบี่เก้าเพลิง แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีเป็นวินาทีตายนั้นเอง ไป๋เฉินขยับ ไม่ใช่การชักกระบี่ ไม่ใช่การร่ายรำอักขระเวทอันซับซ้อน ชายหนุ่มเพียงแค่ก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายพลanแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำเลือนรางดั่งวิญญาณอสูรหมื่นปีที่ล่องลอยอยู่เหนือกาลเวลา กำปั้นขวาถูกกำแน่นจนปรากฏเส้นเลือดสีทองจางๆ สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันจนแสบตา *ตู้มมม—!* เสียงระเบิดของอากาศดังสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้ากำลังถล่มลงมา หมัดธรรมดาที่ดูไร้ซึ่งลวดลาย กลับอัดแน่นไปด้วยพลังปราณบรรพกาลที่หนักหน่วงดั่งภูเขาหมื่นลูกพุ่งชนเข้ากับหน้าอกของหานหลงอย่างจัง เวลาดูคล้ายจะหยุดเดินไปชั่วขณะ เปลวเพลิงสีครามที่แผดเผารอบตัวหานหลงดับวูบลงในพริบตาเดียว แรงกระแทกมหาศาลทะลวงผ่านเกราะปราณป้องกันระดับหลอมรวมวิญญาณของมันราวกับกระดาษเปียกน้ำ ดวงตาของหานหลงเบิกโพ้าด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมานที่แม้แต่เสียงกรีดร้องก็ยังไม่อาจหลุดลอดออกมาได้ *ครืนนน...!* ร่างของหานหลงปลิวละลิ่วดั่งใบไม้ไร้เรียวแรงทะยานข้ามลานประลองความกว้างกว่าร้อยเมตร ก่อนจะพุ่งชนเข้ากับเสาหินอัคคีด้านข้างเวทีจนหักโค่นลงมาเป็นสองท่อน เศษหินและฝุ่นผงตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ตึง! ร่างของรองหัวหน้าศิษย์สายในผู้เคยองอาจร่วงหล่นกระแทกพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโตจนย้อมผืนหินสีดำให้กลายเป็นสีชาด ดวงตาเหลือกลานก่อนจะหมดสติไปในทันที ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานประลองอย่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่เสียงลมหายใจของผู้อาวุโสยังแทบไม่ได้ยิน ทุกคนต่างเบิกตากว้างอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น หมัดเดียว... เพียงหมัดเดียวเท่านั้น! คู่ต่อสู้ระดับแนวหน้าผู้มีพลังลมปราณหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ กลับถูกซัดกระเด็นตกเวทีไปอย่างไร้ทางสู้โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ชักกระบี่ออกมาด้วยซ้ำ นี่มันความปีศาจอันใดกัน? ไป๋เฉินค่อยๆ ลดหมัดลงช้าๆ ปัดฝุ่นที่หัวไหล่เบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ เขากวาดสายตากลับมามองรอบสนามด้วยแววตาเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ก่อนจะเหลือบมองไปยังที่นั่งของ 'เฟิงเทียนฮ่าว' ศิษย์พี่ใหญ่อดีตผู้ทรยศที่กำลังลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเขียวคล้ำและมือที่กำแน่นจนสั่นเทา บรรยากาศเริ่มคุกรุ่นด้วยความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นร้อยเท่า "หึ ฝีมือของศิษย์สายในยุคนี้... ช่างน่าสมเพชเสียจริง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งตัว ท้องฟ้าเหนือสำนักที่เคยแจ่มใสกลับมืดครึ้มลงฉับพลัน ลมพายุหมุนวนขนาดมหึมาปรากฏขึ้นใจกลางลานประลอง พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหน้าไป๋เฉินอย่างไร้ซุ่มเสียง! กลิ่นอายอันชั่วร้ายและเก่าแก่อัปยศแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว จนแม้แต่หลี่ชิงฮั่นยังต้องขมวดคิ้วแน่นและลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ "ในที่สุดเจ้าก็โผล่หัวออกมาสุนัขรับใช้แห่งแดนบูรพา..." ไป๋เฉินมุมปากกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม ขณะที่กระบี่ไร้ลักษณ์ในฝักสั่นสะท้านรับจิตสังหารที่เพิ่งตื่นขึ้น ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะครับ ครับผม!
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%