วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 15

การท้าทายจากอัจฉริยะตระกูลใหญ่

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
“ตระกูลหลินแห่งเมืองหมื่นศิตรา ช่างสั่งสอนบุตรชายได้น่าขันสิ้นดี” เสียงหัวเราะเยียบเย็นประดุจสายลมหนาวจากห้วงนรกภูมิ หลุดออกมาจากริมฝีปากของไป๋เฉินอย่างไม่ไยดี ร่างโปร่งในชุดคลุมสีหมึกยืนหยัดสง่างามบนลานประลองหินอัคนี ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเหยียดหยาม สมเพช และหวาดหวั่นในความเย่อหยิ่งของศิษย์สวะผู้นี้ เบื้องหน้าของเขาคือ หลินเฟยหรง คุณชายรองแห่งตระกูลหลิน ผู้ถือครองพรสวรรค์ระดับนภาและทรัพยากรนับไม่ถ้วน แววตาของหลินเฟยหรงแดงก่ำด้วยโทสะ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ในมือของมันกำด้ามกระบี่วิเศษระดับปฐพี ‘อัสนีโลหิต’ แน่นจนสั่นระริก “ไป๋เฉิน! วันนี้คือวันตายของเจ้า อย่าคิดว่ามีศิษย์พี่หลี่ชิงฮั่นคอยหนุนหลังแล้วเจ้าจะรอดไปได้!” หลินเฟยหรงคำรามลั่น ประกายสายฟ้าสีเลือดพวยพุ่งออกจากตัวกระบี่วิเศษระดับปฐพีแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศรอบด้านจนผู้คนอึดอัดหายใจไม่ออก แรงกดดันระดับขอบเขตผสานวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายออกไปดุจคลื่นยักษ์ คล้ายจะบดขยี้ร่างของไป๋เฉินให้แหลกเป็นจุลในพริบตา ท่ามกลางลานประลองที่ตึงเครียด หลี่ชิงฮั่น ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งวังนภาไร้ลักษณ์ ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่บนอัฒจันทร์ฝั่งเหนือ นางทอดสายตาลงมามองการต่อสู้ด้วยแววตาที่ราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความกังวลใดๆ แม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนมุมปากดั่งหิมะพันปีที่กำลังละลาย—นางรู้ดีว่า การกระทำของหลินเฟยหรงในเวลานี้ มิใช่การท้าทาย... แต่มันคือการเดินไปสู่หลุมศพที่ขุดรอไว้ด้วยมือของมันเอง ไป๋เฉินกวาดสายตามองกระบี่ในมือของอีกฝ่าย มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและกลิ่นอายอันเก่าแก่ที่เกินกว่าคนหนุ่มทั่วไปจะจินตนาการถึง “กระบี่วิเศษระดับปฐพี? ในสายตาของข้า มันก็เป็นเพียงเศษเหล็กขึ้นสนิมที่ถือโดยเด็กอมมือคนหนึ่งเท่านั้น” ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเร้า ทว่าก้องกังวานเสียดแทงจิตใจของผู้ฟัง “เจ้าอยากใช้มันพิสูจน์สิ่งใด? พลังของตระกูลใหญ่ หรือความโง่เขลาที่ไร้ก้นบึ้งของตัวเจ้าเอง?” “ตายเสียเถอะ!” หลินเฟยหรงทนรับความอัปยศไม่ไหวอีกต่อไป มันระเบิดลมปราณทั้งหมดที่มี ร่างกายทะยานพุ่งเข้าหาไป๋เฉินดุจสายฟ้าฟาด กระบี่อัสนีโลหิตในมือถูกตวัดออกเป็นประกายกระบี่สีเลือดนับพันสาย กลิ่นอายการฆ่าฟันแผ่พุ่งจนมิติรอบข้างบิดเบี้ยว วิชากระบี่ประจำตระกูลหลิน ‘อัสนีสลายวิญญาณ’ ถูกแผดเผาจนถึงขีดสุด! ผู้คนต่างส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจ บางคนถึงกับหลับตาลงเพราะไม่อาจทนดูภาพที่ศิษย์สวะอย่างไป๋เฉินถูกตัดเป็นชิ้นๆ ได้ ทว่า... ไป๋เฉินกลับไม่ขยับเขยื้อน เขายืนนิ่งราวกับรูปสลักหิน ทว่าภายในห้วงจิตวิญญาณกลับหมุนวนด้วยเคล็ดวิชาอสูรบรรพกาล ปราณสีดำสนิทไหลทะลักออกจากจุดตันتيนอย่างเงียบเชียบ หลอมรวมเข้ากับฝ่ามือเปล่าของเขา ประกายแสงสีทองแดงดิบเถื่อนสะท้อนออกมาจากดวงตาคู่นั้น—ดวงตาของมหาเทพผู้ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน *เปรี้ยง!* กระบี่สีเลือดพุ่งเข้าประชิดตัวในระยะไม่ถึงคืบ คมกระบี่เตรียมจะผ่าร่างของไป๋เฉินออกเป็นสองซีก ทว่าในวินาทีความเป็นความตายนั้นเอง ไป๋เฉินพลันยกมือขึ้นสองนิ้ว คีบคมกระบี่วิเศษระดับปฐพีเอาไว้ได้อย่างแม่นยำรากับปาฏิหาริย์! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมจากการปะทะกวาดเอาเศษหินและฝุ่นผงกระจายออกไปเป็นวงกว้าง หลินเฟยหรงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกจนแทบถล่น มันพยายามออกแรงกดกระบี่ลงไปอีก แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร คมกระบี่ในมือก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย ราวกับมันถูกตรึงไว้ด้วยภูเขาไท่ซานทั้งลูก “เป็นไปไม่ได้! กระบี่วิเศษระดับปฐพีของข้า... ไฉนจึงถูกมือเปล่าของเจ้าหยุดเอาไว้ได้!” หลินเฟยหรงแผดเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว ขวัญกำลังใจพังทลายลงในพริบตา ไป๋เฉินก้มมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปี น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อiเอือนออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “วิชากระบี่ของตระกูลหลินเจ้า ร่ำเรียนมาเพื่อรำแพนหางนกยูงแค่นั้นหรือ? น่าผิดหวัง... เสียแรงที่ข้าอุตส่าห์คาดหวังไว้บ้าง” สิ้นเสียงคำพูดนั้น ไป๋เฉินพลันสะบัดข้อมืออย่างรุนแรง พลังปราณอสูรบรรพกาลระเบิดทะลักออกราวกับคลื่นมหาสมุทร แรงสะท้อนอันมหาศาลส่งผลให้กระบี่อัสนีโลหิตหักสะบั้นเป็นสองท่อนในทันทีเศษเหล็กคมกริบกระเด็นปักลงกับพื้นหินรอบด้าน ขณะที่ร่างของหลินเฟยหรงกระเด็นลอยละลิ่วไปตามแรงกระแทก กระอักโลหิตออกมาคำโตจนย้อมพื้นลานประลองให้กลายเป็นสีแดงฉาน ความเงียบสงบเข้าปกคลุมลานประลองในทันที ทุกผู้คนต่างอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับชัยชนะอันเด็ดขาดของไป๋เฉินนั้นเอง ท้องนภาเบื้องบนซึ่งเคยแจ่มใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในชั่วพริบตา เมฆทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าสีม่วงเข้มเส้นมหึมาฟาดผ่าลงมาตรงกลางลานประลอง พร้อมกับแรงกดดันระดับขอบเขตผู้หลุดพ้นที่กดทับลงมาจนผู้คนนับร้อยทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันที! ร่างเงูลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฟ้าที่คำรามกึกก้อง น้ำเสียงเยือกเย็นและทรงอำนาจดังสะท้อนก้องฟ้าดิน “ไป๋เฉิน... เจ้าบังกล้าอาจหาญสังหารคนของเรา ถึงเวลาที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิตแล้ว!” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะครับ ครับผม!
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%