วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล•ตอนที่ 10

ธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้เยือกเย็น

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งปะปนกับไอหมอกสีครามเข้มข้นจนแทบกลายเป็นของเหลว ในเขตแดนลับหมื่นอสูรเวลานี้ ไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา มีเพียงผู้ล่ากับเหยื่อที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด ไป๋เฉินยืนนิ่งอยู่บนคาคบไม้โบราณที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมหุบเหวลึก ดวงตาคมกริบดุจใบกระบี่จับจ้องไปยังเบื้องล่าง ร่างกายของเขายังคงหลงเหลือไอพลังปราณอสูรบรรพกาลที่แผ่ซ่านออกมาเป็นระลอก รอยยับย่นบนอาภรณ์ขาดวิ่นบ่งบอกถึงการผ่านศึกหนักมาหมาดๆ ทว่าลมหายใจของเขากลับสม่ำเสมอและเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู "หึ... ตามมาไม่เลิกราสินะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับพึมพำกับสายลม ก่อนที่ร่างของเขาจะหายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงเศษใบไม้ที่ค่อยๆ ร่วงหล่นสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ลึกลงไปในเขตแดนต้องห้ามซึ่งเต็มไปด้วยค่ายกลโบราณและหมอกพิษสีม่วงเข้ม ร่างหนึ่งกำลังพิงแผ่นผาหินด้วยความอ่อนล้า อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตสีดำคล้ำ นางคือหลี่ชิงฮั่น ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งวังนภาไร้ลักษณ์ ผู้ซึ่งเคยสูงส่งและเยือกเย็นดั่งหิมะพันปี บัดนี้ เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน ริมฝีปากบางเฉียบซีดเผือดจนเกือบไร้สีเลือด ดวงตาคู่สวยที่เคยทอประกายเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับต้องหลับลงเพื่อสะกดกลั้นกระแสพิษประหลาดที่กำลังกัดกินเส้นชีพจรปราณของนางอย่างบ้าคลั่ง *พิษสลายวิญญาณเจ็ดราตรี...* นางขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด พิษร้ายนี้ไม่ได้ทำลายเพียงร่างกาย แต่มันกำลังแผดเผาแก่นแท้พลังปราณเซียนที่นางบำเพ็ญเพียรมานับร้อยปี หากปล่อยไว้เช่นนี้ เกรงว่าอีกไม่เกินหนึ่งก้านธูป (ประมาณ 15 นาที) นางคงต้องสูญเสียฐานะธิดาศักดิ์สิทธิ์ และอาจถึงขั้นสูญสิ้นวิญญาณกลายเป็นศพไร้ค่าในดินแดนรกร้างแห่งนี้ *แกร๊ก...* เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นแผ่วเบา ทว่าท่ามกลางความเงียบงัน มันกลับชัดเจนราวน้ำเสียงประกาศิตแห่งความตาย หลี่ชิงฮั่นลืมตาขึ้นทันที มือเรียวบางสั่นเท้ารีบกระชับกระบี่เซียนในมือมั่น แม้เรี่ยวแรงจะแทบไม่เหลือแล้วก็ตาม "ใคร..." น้ำเสียงของนางแหบพร่าและเย็นเยียบ แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน แต่นางก็ยังคงรักษาความสูงศักดิ์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากม่านหมอกสีม่วง แสงสลัวจากหินเรืองแสงเผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความระแวดระวัง ดวงตาคู่นั้นมองมาที่นางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "เจ้า..." หลี่ชิงฮั่นเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อจำได้ว่าเป็นศิษย์สำนักเดียวกันผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็น 'สวะ' ในอดีต ไป๋เฉิน! "หากเจ้ายังใช้พลังปราณสะกดพิษนั้นต่อ เกรงว่าอีกสามลมหายใจ เส้นชีพจรหัวใจของเจ้าคงขาดสะบั้น" ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเยาะเย้ย หรือแม้แต่ความเห็นอกเห็นใจ มีเพียงความจริงอันแหลมคมที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เรื่องของข้า... ถอยไป!" หลี่ชิงฮั่นกัดฟันกรอด พลังปราณสีฟ้าครามระเบิดออกจากร่างวูบหนึ่งเพื่อขับไล่ผู้มาเยือน ทว่านั่นกลับทำให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจเร็วขึ้น นางกระอักโลหิตคำโตออกมาทันที ร่างกายทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นดิน ไป๋เฉินไม่กล่าวคำไร้สาระให้มากความ ร่างของเขาวับหายไปจากจุดเดิมและปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้านางในชั่วพริบตา ความเร็วนี้น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก หลี่ชิงฮั่นตกใจจนแทบสิ้นสติ นางพยายามจะเหวี่ยงกระบี่เข้าใส่ ทว่าข้อมือกลับถูกมือหนาคว้าเอาไว้มั่นด้วยความแม่นยำดุจกรงเล็บพญาอินทรี "ปล่อย..." นางส่งเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอาย "ถ้าไม่อยากตาย ก็หุบปากแล้วนั่งนิ่งๆ" ไป๋เฉินตวาดกลับด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่เปี่ยมด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น จนทำให้หลี่ชิงฮั่นถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ นางไม่เคยถูกบุรุษใดปฏิบัติต่อด้วยความดิบเถื่อนและเด็ดเดี่ยวเช่นนี้มาก่อนในชีวิต ก่อนที่นางจะทันได้โต้แย้ง ไป๋เฉินก็นั่งลงขัดสมาธิเบื้องหลังนาง ฝ่ามือหนาทาบลงบนจุดชีพจรสำคัญที่แผ่นหลังบอบบางอย่างแม่นยำ ทันใดนั้น ไอพลังปราณสีดำสนิทปนทองอันเก่าแก่และทรงพลังก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของหลี่ชิงฮั่นดั่งกระแสน้ำเชี่ยว "นี่มัน... พลังอะไรกัน..." หลี่ชิงฮั่นเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พลังปราณที่นางสัมผัสได้ไม่ได้มีความบริสุทธิ์ดั่งวิถีเซียนทั่วไป แต่มันกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ ดิบเถื่อน และดุจดั่งอสูรบรรพกาลผู้ครองปฐพี พลังสายนี้กำลังเข้าบดขยี้และขับไล่พิษสลายวิญญาณออกจากร่างกายของนางอย่างรวดเร็ว ทว่า ในขณะที่ไป๋เฉินกำลังถ่ายทอดพลังเพื่อช่วยเหลือนางนั้น พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดรอบทิศทาง *โฮกกกก—!* ฝูงอสูรเงา ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่พุ่งทะยานออกมาจากม่านหมอก พวกมันคือปีศาจไร้ร่างที่ถือกำเนิดจากไอพิษในเขตแดนลับ ร่างกายโปร่งแสงแต่ทรงพลัง และที่สำคัญคือพวกมันกระหายเลือดของสิ่งมีชีวิตเป็นที่สุด! ไป๋เฉินลืมตาขึ้นทันที แววตาของเขาฉายประกายอำมหิตดุจพญาอสูร ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความตื่นเต้นเร้าใจของนักล่า "ดูแลตัวเองให้ดี..." เขากล่าวสั้นๆ กับหลี่ชิงฮั่น ก่อนจะชักกระบี่เหล็กดำออกจากฝัก ชั่วพริบตาที่คมกระบี่หลุดจากฝัก ประกายแสงสีเลือดก็สาดส่องตัดผ่านความมืดมิดของหุบเหว แรงกดดันจากวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ซ่านออกไปปกคลุมรัศมีร้อยลี้ จนเหล่าอสูรเงาที่กำลังพุ่งเข้ามาต้องชะงักกึกด้วยความหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณ หลี่ชิงฮั่นมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านาง หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับสั่นไหวอย่างรุนแรงโดยไร้สาเหตุ นางไม่เคยคาดคิดเลยว่า... บุรุษที่ผู้คนต่างเหยียดหยาม จะเป็นคนเดียวที่ยืนหยัดปกป้องนางท่ามกลางเงื้อมมือมรณะเช่นนี้ ทว่า ท่ามกลางฝูงอสูรเงาที่ดาหน้าเข้ามาดั่งคลื่นมหาสมุทร ไป๋เฉินกลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของพวกมัน... เงาร่างหนึ่งที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง ปรากฏตัวขึ้นบนยอดผาสูงชัน พร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่ส่งตรงมายังพวกเขา *ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีเซียนนี้ด้วยกันนะครับ* --- (โปรดติดตามตอนต่อไป)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเซียนพลิกฟ้า จารึกราชันย์บรรพกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%