"เลือกเอาเถิดรินทร์... เลือดเนื้อเชื้อไขที่เจ้าหวงนัก หรือจะยอมให้วิญญาณอาจารย์ผู้ให้กำเนิดวิชาของเจ้า ต้องกลายเป็นสัมภเวสีเร่ร่อนในขุมนรกตลอดกาล"
เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากลำคอ แต่สั่นสะเทือนผ่านมวลอากาศรอบกายจนแก้วหูรินทร์ปวดร้าว หมอผีหนุ่มยืนนิ่งท่ามกลางกลิ่นสาบดินและไอเย็นที่กดทับลงมาจนหายใจลำบาก เขาไม่ตอบโต้ด้วยวาจา แต่กระชับด้ามมีดหมออาคมในมือแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งแสงที่บิดเบี้ยวตรงหน้าอย่างพิจารณา
"ท่านอาจารย์..." รินทร์เอ่ยเบาๆ นัยน์ตามีร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ความสุขุม "ท่านไม่อยู่ในสภาพที่จะต่อรองเช่นนี้ได้ หากท่านยังมีจิตสำนึกเหลืออยู่บ้าง จงบอกผม... ใครเป็นคนบงการให้ท่านมาขวางทางผม"
วิญญาณในคราบอาจารย์แสยะยิ้ม กรามของมันหลุดรุ่ยเผยให้เห็นลิ้นสีดำคล้ำที่เต้นตุบๆ ก่อนที่ร่างนั้นจะเลือนหายไปราวกับควันไฟที่ถูกลมเป่า ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ก้องอยู่ในมโนภาพ
รินทร์ไม่รอช้า เขาตัดสินใจพุ่งตัวไปยังจุดที่วิญญาณนั้นเคยยืนอยู่ มันคือป่าช้าเก่าหลังวัดร้างที่ถูกทิ้งร้างมาหลายทศวรรษ พื้นดินบริเวณนี้แห้งแล้งผิดธรรมชาติ ไม่มีแม้แต่หญ้าขึ้นปกคลุม เขาก้าวผ่านหลุมฝังศพที่ผุพังไปจนถึงใจกลางป่าช้า ซึ่งเป็นที่ตั้งของฮวงซุ้ยหินแกรนิตสีดำสนิท—ตำแหน่งที่ฝังศพอาจารย์ของเขา
เขาสัมผัสได้ถึงไออาคมที่ผิดเพี้ยน มันไม่ใช่พลังของอาจารย์ที่เคยสอนสั่ง แต่มันคือไสยเวทสายดำที่ซ้อนทับด้วยมนตราโบราณ รินทร์ทรุดตัวลงคุกเข่า มือขวาปัดคราบดินออกจากป้ายหินที่แตกหัก ก่อนจะลงอาคมเบิกเนตรที่ปลายนิ้วแล้วแตะลงบนพื้นดินเหนือฝาโลง
"เปิดออกเสีย..." รินทร์พึมพำเบาๆ
ป้ายหินหนักอึ้งเคลื่อนตัวออกด้วยแรงอาคม รินทร์รีบใช้ไฟฉายส่องลงไปในหลุมลึกที่ควรจะมีร่างของอาจารย์นอนสงบนิ่งอยู่ แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
ความว่างเปล่า...
ภายในโลงไม้เก่าแก่ที่ผุพังตามกาลเวลา กลับไม่มีแม้แต่โครงกระดูกหรือเศษเถ้าถ่าน สิ่งที่วางอยู่มีเพียง "ยันต์ตรึงวิญญาณ" ที่เขียนด้วยเลือดสดๆ วางทับบนกองดินที่ยังเปียกชื้น รินทร์เอื้อมมือลงไปหยิบยันต์แผ่นนั้นขึ้นมาดู กลิ่นคาวเลือดที่แตะจมูกทำให้เขาทราบทันทีว่ามันเพิ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้เอง
"อาจารย์ถูกขโมยศพไป..." เขาขบกรามแน่น
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เป็นเสียงฝีเท้าที่เชื่องช้า มั่นคง และเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่รินทร์คุ้นเคยดี มันคือพลังที่เขาตามล่ามาตลอดชีวิต
"เจ้ามาช้าไปหนึ่งก้าวเสมอ รินทร์" เสียงทุ้มต่ำดังกังวานขึ้น รินทร์ค่อยๆ หันกลับไปมอง พบชายวัยกลางคนในชุดเสื้อผ้าสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ภายใต้เงามืดของฮู้ดคลุมศีรษะ มือข้างหนึ่งถือไม้เท้าหัวกะโหลกที่ส่องประกายสีม่วงจางๆ
"เจ้าต้องการอะไรกันแน่? การขโมยศพอาจารย์ข้าไป ทำให้อำนาจของเจ้าเพิ่มขึ้นหรืออย่างไร?" รินทร์ถามพลางขยับตัวเข้าสู่ท่าเตรียมพร้อม รัศมีอาคมขาวรอบกายเริ่มแผ่ขยายปกป้องตนเอง
จอมขมังเวทเงาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ศพของเขาไม่ได้มีไว้เพื่อเพิ่มอำนาจ แต่มันคือ 'กุญแจ' ต่างหาก รินทร์... กุญแจที่จะเปิดประตูมิติวิญญาณให้ข้าได้นำคนรักของเจ้าไปเป็นร่างประทับที่สมบูรณ์แบบที่สุด"
ขณะที่รินทร์กำลังจะพุ่งตัวเข้าใส่ จู่ๆ เสียงกรีดร้องแหลมเล็กของแพรวาก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากกระแสจิตที่เชื่อมต่อกันอยู่ รินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาสลับระหว่างความโกรธแค้นและความกังวล
"แพรวา!"
"ไม่ต้องห่วงหรอก..." ชายในเงามืดกล่าวพลางขยับนิ้วอย่างแช่มช้า แผ่นยันต์ในมือรินทร์เริ่มร้อนจัดจนเขาทนไม่ได้ต้องปล่อยมือ แต่มันกลับไม่ร่วงลงสู่พื้น มันลอยค้างอยู่กลางอากาศก่อนจะแปรสภาพเป็นเปลวเพลิงสีเขียวมรกตที่เริ่มเผาไหม้หลุมศพให้กลายเป็นจุณ
"ตอนนี้คนรักของเจ้ากำลังทำความรู้จักกับ 'มรดก' ที่อาจารย์เจ้าทิ้งไว้ให้... โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่า เขากำลังจะกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของเจ้าในไม่กี่นาทีข้างหน้า"
รินทร์กัดฟันแน่น เขารู้ดีว่านี่คือกับดัก แต่ถ้าเขาไม่ไปช่วยแพรวาตอนนี้ ทุกอย่างที่เขารักจะสูญสิ้นไปตลอดกาล ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับไปทางบ้านพัก สัมผัสเย็นเฉียบแตะลงที่ต้นคอของเขา พร้อมกับกระแสพลังที่คุ้นเคยอย่างประหลาดไหลผ่านเข้ามาในร่าง
"รินทร์... ช่วยฉันด้วย..."
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของอาจารย์ แต่เป็นเสียงของแพรวาที่แหบพร่าและเย็นชา ก่อนที่ร่างของเธอจะปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดหลังจอมขมังเวท แพรวายืนนิ่ง ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทเช่นเดียวกับดวงตาของอาจารย์เมื่อครู่ ในมือของเธอถือมีดอาคมของรินทร์ที่เขาทำหลุดมือไปตอนไหนก็ไม่อาจทราบได้
เธอยกมีดนั้นขึ้น จ่อเข้าที่ลำคอของตนเอง ก่อนจะแสยะยิ้มที่ทำให้รินทร์ถึงกับหน้าถอดสี
"ถ้าเจ้าอยากช่วยฉัน... ก็ลองฆ่าสิ่งที่อยู่ในร่างฉันตอนนี้ดูสิคะ ที่รัก"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินทร์และร่วมเผชิญหน้ากับความมืดมิดไปพร้อมกันนะครับ
อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 33
ความลับในป่าช้า
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!