อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 34

จดหมายจากอดีต

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
คมมีดอาคมในฝักสั่นระริก แรงสั่นสะเทือนถี่รัวส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสประสาทราวกับมันกำลังตื่นจากความหลับใหลเพื่อรอเวลาดื่มเลือด รินทร์ไม่ได้ชักมันออกมาในทันที ความนิ่งสงบอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาคือเกราะกำบังชั้นดีที่ถูกหล่อหลอมผ่านความสูญเสียและคราบน้ำตา ดวงตาคมกริบกวาดมองความว่างเปล่าเบื้องหน้า ซึ่งบัดนี้ถูกบิดเบือนด้วยกลุ่มควันสีเทาจางๆ ที่ลอยวนอยู่เหนือพื้นไม้สักเก่าคร่ำคร่าของเรือนโบราณ ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเงาเคลื่อนไหว แต่ทว่า... สัญชาตญาณดิบของหมอผีหนุ่มบอกชัดเจนว่า สิ่งที่กำลังคุกคามพวกเขาอยู่ ณ วินาทีนี้ มิใช่ภูตผีเร่ร่อนไร้ญาติขาดมิตร หากแต่เป็น "ร่องรอยพลังจิต" ที่ถูกตั้งเวลาไว้ให้ทำงานเมื่อเงื่อนไขบางอย่างถูกเติมเต็ม "ระวังตัวด้วยนะแพรวา..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากของรินทร์อย่างระมัดระวัง ดวงตาไม่ละไปจากจุดที่กลุ่มควันกำลังรวมตัวเป็นรูปร่าง แพรวาขยับกายเข้ามาใกล้โดยปราศจากความตื่นตระหนก แม้สัมผัสพิเศษของเธอจะกรีดร้องเตือนถึงอันตรายระดับวิกฤต หญิงสาวสูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกสติ กลิ่นอายจางๆ ของธูปโบราณและกระดาษสาเก่าเก็บคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก มันไม่ใช่กลิ่นที่ควรจะมีในบ้านพักกลางกรุงหลังนี้ แต่มันเป็นกลิ่นอายเฉพาะตัวของ... อาจารย์ประทักษ์ ผู้ล่วงลับ "ท่านอาจารย์ไม่ได้ทิ้งแค่คำเตือนไว้สินะคะ... อภัยด้วยครับ ผมเผลอติดปาก" แพรวาแก้คำพูดตัวเองอย่างรวดเร็วเมื่อเหลือบเห็นสายตาที่หันมามองแวบหนึ่ง รินทร์เพียงแค่พยักหน้ารับน้อยๆ ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงความตาย ทั้งสองคนคือผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์คนละแขนง รินทร์เชี่ยวชาญด้านการขับไล่และปราบปรามด้วยอาคมขาวสายตรง ส่วนแพรวากุมกุญแจสำคัญทางจิตสัมผัสที่สามารถเชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันเข้าหากันได้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ใช่แค่คนรัก แต่คือ "คู่หู" ที่ไว้วางใจกันยิ่งกว่าชีพ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ กลุ่มควันสีเทานั้นก็สลายตัวลง เผยให้เห็นวัตถุชิ้นหนึ่งหล่นกระทบพื้นเสียงดัง *ก๊อก* รินทร์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โดยใช้ปลายเท้าเขี่ยวัตถุดังกล่าวอย่างระมัดระวัง มันคือซองจดหมายกระดาษสาหนา สีเหลืองนวลตามกาลเวลา ผิวซองผนึกด้วยครั่งสีแดงสดประทับตราอักขระโบราณที่คุ้นตา—ตราประจำสำนักของอาจารย์ประทักษ์ รินทร์ย่อตัวลง หยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมาพิจารณา ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วทะลุผ่านฝ่ามือเข้าสู่หัวใจ นี่ไม่ใช่จดหมายธรรมดา แต่มันถูกผนึกด้วยอาคมสะกดวิญญาณขั้นสูง หากผู้เปิดไม่ใช่สายเลือดหรือศิษย์เอกที่ถือครองอาคมสายเดียวกัน ซองนี้จะเผาไหม้เป็นจุลพร้อมกับวิญญาณของผู้แตะต้องทันที "จดหมายจากอดีต..." รินทร์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า ทุกย่างก้าวที่เขาเดินผ่านมาจนถึงตอนนี้ แท้จริงแล้วอาจถูกกำหนดไว้โดยอาจารย์ผู้ล่วงลับตั้งแต่ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตเสียอีก "คุณรินทร์คะ..." แพรวาเอ่ยเรียก น้ำเสียงของเธอเจือความกังวลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของชายหนุ่ม "คุณสัมผัสอะไรได้จากซองนั้นไหมคะ?" "ความคาดหวัง... และคำเตือนที่สายเกินแก้" รินทร์ตอบเสียงเรียบ นิ้วเรียวยาวบรรจงแกะครั่งผนึกออกอย่างใจเย็น ทีละขั้นตอนราวกับกำลังกู้ระเบิดเวลา กลิ่นอายพลังงานอันคุ้นเคยแผ่ซ่านออกมาทันทีที่รอยผนึกถูกทำลาย แผ่นกระดาษพับด้านในเผยตัวออกสู่โลกภายนอกอีกครั้ง แสงไฟจากหลอดไฟนีออนบนเพดานกะพริบไหวราวกับมันกำลังหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะถูกเปิดเผย รินทร์กางกระดาษแผ่นนั้นออกช้าๆ ลายมือหวัดแต่ทรงพลังของอาจารย์ประทักษ์ปรากฏแก่สายตา ข้อความทุกบรรทัดถูกเขียนด้วยหมึกผสมชาดแดง ซึ่งในทางไสยเวทโบราณหมายถึงการใช้ "โลหิต" เป็นสื่อกลางในการบันทึกถ้อยคำ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและสื่อสารจิตวิญญาณโดยตรง *“ถึง... รินทร์ ศิษย์รักของข้า”* *“หากเจ้าได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แปลว่าตัวข้าคงไร้ลมหายใจไปแล้ว และไอ้เงานั่น... มันก็คงเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อหาภาชนะชิ้นสุดท้ายแล้วเช่นกัน เจ้าจงจำไว้ให้ดี ศัตรูที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่ไม่ใช่คนธรรมดา แต่มันคือเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่ถูกตัดขาดจากนรกภูมิ มันใช้ร่างของคนใกล้ตัวที่สุดเป็นเกราะกำบัง และคนที่มันต้องการมากที่สุดในตอนนี้... ก็คือคนข้างกายของเจ้า”* รินทร์หยุดอ่านชั่วขณะ กรามของเขาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาดุดันฉายประกายอำมหิตขึ้นวูบหนึ่งเมื่อข้อความดังกล่าวพุ่งเป้ามาที่แพรวาโดยตรง เขารีบกวาดสายตาอ่านบรรทัดต่อไปทันที *“จดหมายฉบับนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเตือนให้เจ้าหวาดกลัว แต่เพื่อบอก ‘ทางออก’ ที่ข้าไม่มีโอกาสได้บอกตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ในห้องใต้ดินของเรือนหลังเก่าที่อำเภอลับแล... มี ‘ศิลาชำระเงา’ ซ่อนอยู่ มันคือสิ่งเดียวที่จะตัดวงจรกรรมและทำลายต้นตอของไสยดำสายนี้ได้ แต่มันแลกมาด้วยการเปิดเผยความลับที่เจ้าพยายามปกปิดมาตลอด... ความลับเกี่ยวกับชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเจ้าเอง”* รินทร์นิ่งค้างไปในอากาศ ลมหายใจสะดุดกึก ความลับที่เขาฝังกลบไว้ในก้นบึ้งของจิตใจมาตลอดหลายปี ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาพูดถึงโดยอาจารย์ผู้ล่วงลับ ชาติกำเนิดของเขา... เรื่องราวที่แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่อยากจะจดจำ แพรวาสังเกตเห็นความผิดปกติทางสีหน้าของชายหนุ่ม เธอเอื้อมมือมาแตะที่แขนของเขาเบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นช่วยดึงสติของรินทร์ให้กลับคืนมาสู่ปัจจุบัน "คุณรินทร์ มีอะไรในนั้นคะ? สีหน้าของคุณไม่ค่อยดีเลย" แพรวาถามด้วยความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง รินทร์หันมาสบตาหญิงสาว แววตาไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดั่งหินผาตามเดิม เขาพับกระดาษเก็บใส่กระเป๋าเสื้ออย่างมิดชิด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด "ไม่มีอะไร... แค่เรื่องการเตรียมตัวรับมือกับมัน" รินทร์โกหกออกไป คำพูดที่ซ่อนเร้นความจริงเอาไว้ครึ่งหนึ่ง เพื่อปกป้องแพรวาจากอันตรายที่ยังมาไม่ถึง ทว่า... ในวินาทีที่รินทร์ตัดสินใจปกปิดความลับนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปฉับพลัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเดินเข้ามาใกล้จากระเบียงด้านนอก ทั้งที่ประตูกลอนลงกลไว้แน่นหนา และไม่มีทางที่มนุษย์คนใดจะขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้โดยไม่ผ่านการอนุญาตจากอาคมคุ้มกันของเขา *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง สามจังหวะที่จงใจล้อเลียนรูปแบบการเคาะของอาจารย์ประทักษ์ไม่มีผิดเพี้ยน รินทร์ชักมีดอาคมออกจากฝักในพริบตา แพรวาถอยหลังไปพิงผนังห้องโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่น ประตูไม้สักค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างในเงาสลัวของใครบางคนยืนยันการมาเยือน ร่างนั้นก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่สะท้อนภายใต้แสงไฟริบหรี่ และคำพูดประโยคแรกที่หลุดออกมาจากปากของแขกยามวิกาล ก็ทำให้เลือดในกายของรินทร์เย็นเฉียบลงทันที "อ่านจดหมายจบแล้วสินะ... ลูกชายของข้า" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปในอาคมแห่งความลับนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%