“หยุดเดี๋ยวนี้ แพรวา! อย่าก้าวเข้าไปในนั้น!”
เสียงของรินทร์ดังก้องกังวานในโสตประสาทของหญิงสาว ทว่าร่างของแพรวากลับไม่ฟังคำสั่ง เธอสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่ฉุดกระชากวิญญาณให้หลุดลอยจากร่างเนื้อ ตรงหน้าเธอไม่ใช่ป่าโปร่งที่เคยพบเห็น แต่เป็นมวลหมอกสีเลือดที่ลอยต่ำคลอเคลียไปกับยอดหญ้าแห้งกรัง ราวกับผืนดินผืนนี้กำลังสูดลมหายใจของคนที่กล้าเหยียบย่างเข้ามา
“รินทร์... ช่วยฉันด้วย”
เสียงของแพรวาแผ่วเบาเกินกว่าจะเป็นเสียงคน แต่เป็นเสียงที่ดังออกมาจากก้นบึ้งของความทรงจำที่แตกสลาย ในนิมิตนั้น เธอกำลังยืนอยู่หน้าศาลเพียงตาเก่าคร่ำคร่าที่ทำจากไม้ตะเคียนดำสนิท รอบข้างไม่มีสรรพสัตว์ ไม่มีแม้แต่เสียงลม มีเพียงเสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ของบรรดาผีตายโหงที่ถูกกักขังไว้ด้วยอาคมสาปแช่ง
ทันใดนั้น ดวงตาของรินทร์ที่นั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงก็เบิกโพลง เขารับรู้ได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่พุ่งผ่านหน้าต่างเข้ามา มือหนาคว้าข้อมือของแพรวาไว้แน่น สัมผัสถึงชีพจรที่เต้นระรัวผิดจังหวะ
“ลืมตาขึ้นมาแพรวา!” รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาด เขาสะบัดมือขวาที่กำยันอักขระไว้แน่นตบลงที่หน้าผากมนของหญิงสาวเบาๆ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส กลิ่นกำยานสาบสางก็คละคลุ้งไปทั่วห้อง
แพรวาสะดุ้งสุดตัว ลมหายใจหอบถี่ ดวงตาที่เคยเลื่อนลอยกลับมาโฟกัสที่ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความกังวลของชายหนุ่ม เธอคว้าคอเสื้อของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ร่างของเขาจะหายไปในหมอกสีเลือดนั้น
“หมู่บ้านนั้น... รินทร์... มันมีอยู่จริงใช่ไหม” เสียงของเธอยังสั่นเครือ “ฉันเห็นรอยเท้าสีดำนับพันรอยมุ่งหน้าไปที่นั่น คนเหล่านั้นไม่ได้เดินไปเอง แต่พวกเขาถูก ‘ดึง’ ให้ไปเป็นเหยื่อ”
รินทร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบขันน้ำมนต์ที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงขึ้นมาพรมรอบบริเวณ เขารู้ดีว่านิมิตนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการประกาศสงครามจาก ‘จอมขมังเวทเงา’ ที่เริ่มรุกคืบเข้าใกล้คนรักของเขามากขึ้นทุกขณะ
“สงบใจลงเสียครับ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว” รินทร์กล่าวพลางลูบผมเธอเบาๆ แม้ท่าทางจะดูสุขุม แต่ในใจเขากำลังคำนวณระยะห่างระหว่างเขากับปลายทางที่นิมิตบอก—หมู่บ้านร้างชายแดนที่หายไปจากแผนที่ประเทศกว่าสามสิบปี “หมู่บ้านหุบเงาวิญญาณใช่ไหม ที่คุณเห็นในฝัน”
แพรวาพยักหน้า น้ำตาไหลอาบแก้ม “ที่นั่นไม่มีแสงตะวัน รินทร์... ฉันเห็นอาจารย์ของคุณในนั้นด้วย ท่านไม่ได้ไปสู่สุคติ ท่านถูกกักขังอยู่ในกรงอาคมสีดำ!”
มือของรินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน นี่คือความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดห้าปี การที่วิญญาณอาจารย์ยังไม่ไปเกิดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่าไสยดำของศัตรูนั้นเหนือชั้นและอำมหิตกว่าที่เขาเคยประเมินไว้
“ถ้าท่านอยู่ที่นั่น ผมก็จะไป” รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทอดยาวบนผนังห้องดูคล้ายกับยักษ์ในวรรณคดีที่เตรียมพร้อมสำหรับศึกใหญ่ “ไม่ว่าหมู่บ้านนั่นจะถูกปิดตายด้วยอาคมกี่ชั้น หรือมีปีศาจตนใดเฝ้าอยู่ ผมจะพังมันให้ราบ”
“แต่มันคือกับดักนะ!” แพรวาเตือนด้วยเสียงอันดัง “เขาต้องการให้คุณไป เพื่อใช้พลังของคนที่มีจิตอาคมกล้าแข็งอย่างคุณ เปิดผนึกประตูมิตินั้นให้กว้างขึ้น”
รินทร์ยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวแบบชายชาตินักรบ “ถ้าเขาต้องการประตู ผมก็จะมอบ ‘อาคมขังเงา’ ให้เขาแทนครับ แพรวา คุณต้องจำไว้ว่าเงาจะคงอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมีแสง ถ้าผมเป็นแสงที่ร้อนแรงพอ เงาก็จะมลายหายไปเอง”
เขาสั่งให้เธอพักผ่อนก่อนจะเดินออกมาที่ระเบียง ความมืดมิดภายนอกดูเหมือนจะเข้มข้นกว่าปกติ เสียงนกแสกกรีดร้องแว่วมาตามสายลมเหมือนเสียงหัวเราะเยาะเย้ย รินทร์หยิบตลับยันต์ประจำตัวออกมาตรวจดู รอยร้าวเล็กๆ บนแผ่นโลหะเตือนให้เขารู้ว่าเวลาเหลือน้อยลงทุกที
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นที่บันไดหน้าบ้าน เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอจนน่าขนลุก รินทร์กระชับมีดหมอในมือแน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังประตูทางเข้าที่ค่อยๆ เปิดออกเองโดยไม่มีใครแตะต้อง
ร่างของชายชราในชุดมอมแมม ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นดินเปียกชื้นที่เหมือนศพเน่าเปื่อย เขาเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาที่กลวงโบ๋ไร้ลูกตาดำ มีเพียงสีขาวขุ่นมัวที่จ้องเขม็งมาที่รินทร์
“เจ้าของบ้าน... เจ้าลืมใครไปคนหนึ่งหรือเปล่า” ชายชรากล่าวด้วยเสียงแหบแห้งราวกับกิ่งไม้หัก “อาจารย์ของเจ้าฝากข้อความมาบอกว่า... กุญแจที่เจ้าตามหา ไม่ได้อยู่ที่หมู่บ้านนั่น แต่มันอยู่ในเงาของคนที่เจ้าปกป้องอยู่ข้างหลังนั่นเอง”
รินทร์ตัวแข็งทื่อ เขาค่อยๆ หันกลับไปมองในห้องนอนที่แพรวาเพิ่งจะหลับใหลไป แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น... เพราะเงาของแพรวาบนพื้นห้อง ไม่ได้กำลังนอนนิ่งเหมือนตัวจริง แต่มันกำลังลุกขึ้นยืน และค่อยๆ เงื้อมีดสั้นที่มองไม่เห็นในมือขึ้นมา!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายอาคมที่มืดมิดและเต็มไปด้วยกลลวงนี้กับผมในตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ อรุณมนตราขาว
อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 17
คำเตือนจากความฝัน
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!