อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 14

เงาสะท้อนในกระจก

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
"อย่ามอง..." เสียงของผมแหบพร่า ทว่าหนักแน่น แพรวาสะดุ้งสุดตัว ร่างบางสั่นเทาขณะยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานเก่าแก่ในห้องโถงของเรือนไม้สัก กลิ่นสาบสางของน้ำมันพรายและธูปหอมฉุนกึกโชยมาแตะจมูก ผมก้าวเท้าสั้นๆ เข้าไปหาเธออย่างระมัดระวัง ดวงตาจับจ้องไปที่เงาสะท้อนในกระจกบานนั้น ซึ่งผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงอย่างน่าขนลุก ในกระจก... แพรวายืนอยู่ที่เดิม ทว่าใบหน้าของเธอกลับไม่ได้แสดงความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้ดำสนิทราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ไร้แสงสว่าง "รินทร์... รินทร์ช่วยฉันด้วย" เสียงของแพรวาที่ยืนอยู่ข้างกายผมสั่นเครือ น้ำตาใสเอ่อล้นคลอเบ้า "ทำไม... ทำไมเงาในนั้นถึงยิ้มให้ฉัน" "ตั้งสติไว้ครับ มองแค่ที่ไหล่ซ้ายของผม ห้ามละสายตาเด็ดขาด" ผมขยับตัวไปยืนบังหน้ากระจกไว้เสียมิด กระชับสายประคำไม้พยุงในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว อากาศภายในห้องเย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอ เงาในกระจกไม่ได้เคลื่อนไหวตามคนตรงหน้าอีกต่อไป มันขยับกายอย่างเชื่องช้า เอื้อมมือออกมาแตะผิวสัมผัสเย็นเฉียบของกระจกจากด้านใน เสียงเล็บครูดกับเนื้อแก้วดัง "ครืด... ครืด..." บาดลึกลงไปในความรู้สึกของคนฟัง "แกต้องการอะไร" ผมถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวั่นเกรง ผมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่สัมภเวสีทั่วไป แต่เป็นอาคมที่ถูกวางโครงข่ายไว้อย่างประณีตเพื่อล่อให้คนรักของผมตกลงไปในกับดัก เงาที่เหมือนแพรวาค่อยๆ ขยับปาก ทั้งที่แพรวาตัวจริงกำลังปิดตาร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างหลังผม "ต้องการ... สิ่งที่ข้าควรได้มานานแล้วอย่างไรล่ะ รินทร์" เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเธอ แต่มันเป็นเสียงแหบพร่าของชายแก่ที่คุ้นเคย... เสียงของคนที่ผมเคยเรียกว่าอาจารย์ คนที่ตายไปเมื่อห้าปีก่อนในพิธีล้างอาถรรพ์ที่ผิดพลาด ผมกัดฟันแน่น ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในอก "แกไม่ใช่เขา อย่าได้บังอาจนำเอาชื่อครูบาอาจารย์มาลบหลู่ ณ ที่แห่งนี้" "โกรธหรือ?" เงาในกระจกหัวเราะร่า ก่อนจะเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นเงาดำทะมึนที่ขยายตัวจนเกือบเต็มบานกระจก "เจ้าทำลายหมากของข้าไปหลายตัว แต่วันนี้... เลือดเนื้อและจิตวิญญาณของผู้หญิงคนนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ข้าหลุดพ้นจากพันธนาการของความมืดมิดเสียที" ทันใดนั้น เงาสีดำพุ่งทะลุผ่านกระจกออกมาเหมือนกระแสน้ำวน ผมรีบควักยันต์อาคมขาวที่ลงจารึกด้วยเลือดของตนเองขึ้นมา วาดมือกลางอากาศเป็นอักขระขอมโบราณ เกิดแสงสว่างวาบสีทองสว่างจ้าทั่วห้องโถง "แพรวา ถอยไป!" ผมคำราม หญิงสาวเซถอยหลังไปชนกับตู้ไม้ แต่ทว่า... เงาสีดำนั้นไม่ได้พุ่งเข้าหาผม แต่มันกลับแทรกซึมผ่านผิวกายของเธอราวกับควันสีเทา แพรวากรีดร้องออกมาสุดเสียง ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกทรุดลงกับพื้น ดวงตาของเธอเบิกโพลงและกลายเป็นสีดำมืดสนิท เธอค่อยๆ พยุงกายขึ้นช้าๆ ท่าทางการเดินดูแช่มช้อยและดุดันผิดกับคนเดิมอย่างสิ้นเชิง "รินทร์..." เธอเอ่ยชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสมเพช "วิชาอาคมของเจ้ามันช่างอ่อนหัดนัก... คิดหรือว่าการปกป้องเพียงแค่นี้ จะต้านทานแรงอาฆาตจากนรกภูมิได้" เธอยกมือขึ้น นิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศเบาๆ ข้าวของในห้องโถงเริ่มสั่นไหวและลอยขึ้นช้าๆ ก่อนจะพุ่งเข้าหาผมราวกับกระสุนปืน ผมปัดป้องด้วยมือเปล่าที่หุ้มด้วยปราณอาคม แต่จำนวนของมันมีมากเกินไปจนผมแทบถอยไม่เป็นท่า "ฉันไม่ทำร้ายเธอ แพรวา... ได้ยินไหม" ผมพยายามสื่อสารผ่านจิต "เจ้าพวกมารร้าย! ออกไปจากร่างของเธอเดี๋ยวนี้!" ผมตัดสินใจทุ่มหมดหน้าตัก ปลดสร้อยประคำอาคมทิ้งแล้วเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วสูง ผมคว้าข้อมือเธอไว้แน่น มืออีกข้างกดลงที่หน้าผากมน สวดมนต์บทสยบมารอย่างต่อเนื่อง แสงสีทองจากฝ่ามือของผมเริ่มขับไล่ไอหมอกสีดำที่คลุมร่างเธออยู่ "อย่าหวังว่าข้าจะปล่อย!" เสียงปีศาจร้ายคำรามลั่นผ่านลำคอของเธอ แพรวาพยายามดิ้นรน แรงมหาศาลที่เธอยกขึ้นมาผลักอกผมทำให้ผมกระเด็นไปกระแทกกับผนังห้องจนร้าว ผมกระอักเลือดออกมาคำโต ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่สิ่งที่น่าห่วงที่สุดคือแววตาของแพรวา... เธอจ้องมองผมด้วยความเวทนา ก่อนจะหยิบมีดหมออาคมที่วางอยู่บนหิ้งบูชาขึ้นมา และจ่อเข้าที่ลำคอของตนเอง "ถ้าเจ้าไม่หยุดพิธี... ข้าจะส่งร่างนี้ไปหาอาจารย์ของเจ้าในปรโลกเดี๋ยวนี้!" ผมหยุดชะงัก ลมหายใจสะดุด ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัว แพรวาไม่ได้ขู่... ผมเห็นปลายนิ้วของเธอที่กดมีดลงบนผิวหนังจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเป็นทางยาว ทว่า ในวินาทีที่ผมกำลังจะตัดสินใจยอมแพ้ มืออีกข้างหนึ่งที่ไม่ได้ถือมีดของแพรวาก็ขยับขึ้นมาอย่างผิดปกติ เธอเอื้อมมาจับมือที่ถือมีดเอาไว้แน่นด้วยแรงของเธอเอง "รินทร์... อย่า... อย่าเชื่อมัน" เสียงของแพรวาดังขึ้นแผ่วเบา สลับกับเสียงหัวเราะเยาะของปีศาจ "รีบฆ่าฉัน... ก่อนที่มันจะยึดครองสมบูรณ์!" ก่อนที่ผมจะทันได้ตัดสินใจ พื้นห้องที่เท้าของเรายืนอยู่กลับสั่นสะเทือนรุนแรง ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังพังทลายขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ลอยแตกแยกปรากฏขึ้นตรงกลางระหว่างผมกับแพรวา แสงสว่างสีเขียวอมฟ้าพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับเงาที่คุ้นเคย... ชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างเยือกเย็น "ศิษย์รัก... เจ้าแก่ขึ้นไปเยอะเลยนะ" ชายผู้นั้นกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ไม่มีอยู่จริงบนใบหน้าศพที่มีรอยเย็บเต็มตัว ผมเบิกตากว้าง... ร่างนั้นคืออาจารย์ของผม... ที่ควรจะตายไปนานแล้ว ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในความมืดมิดกับผมในตอนนี้ และหวังว่ารอยร้าวที่ปรากฏขึ้น จะไม่ใช่จุดสิ้นสุดของโชคชะตาที่กำลังจะพังทลายลงนะครับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ อรุณมนตราขาว
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%