“ขยับไปทางซ้ายอีกนิดครับรินทร์... ตรงนั้นแหละ เหมือนมันมีอะไรบางอย่างที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปูนฉาบ”
เสียงของแพรวาสั่นพร่าเล็กน้อยขณะเธอกุมมือผมไว้แน่น กระแสความเย็นเยียบจากปลายนิ้วเธอส่งผ่านเข้ามาในความรู้สึกของผม มันไม่ใช่ความกลัวธรรมดา แต่เป็นความรู้สึกที่คล้ายกับถูกจ้องมองจากสิ่งที่ไม่มีตัวตน แสงไฟจากไฟฉายในมือผมสั่นไหวไปตามจังหวะลมหายใจที่รวยรินของหอไตรเก่าแก่ในวัดร้างแห่งนี้
ผมใช้มือเปล่าลูบไล้ไปตามฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ชำรุดทรุดโทรม เนื้อปูนที่ควรจะแข็งแกร่งกลับมีความรู้สึกยืดหยุ่นผิดธรรมชาติ ราวกับมันมีชีวิตและกำลังรอคอยการปลดปล่อย
“ถอยไปก่อนครับแพรวา” ผมกำชับเสียงเรียบ สุขุม แต่แฝงด้วยความเฉียบขาด สายตาของผมจับจ้องที่รอยแยกเล็กๆ บนฐานพระ “ถ้าอาคมที่ถูกวางไว้มันรุนแรง คุณอาจจะได้รับผลกระทบ”
“ไม่... รินทร์ ถ้าฉันถอย คุณจะมองไม่เห็น 'รอยรั่ว' ของมัน” แพรวายืนยัน ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นในความมืด สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความหวาดหวั่นเป็นความมุ่งมั่นที่ผมเองก็มิอาจปฏิเสธได้
ผมตัดสินใจกัดนิ้วชี้ข้างขวาจนเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ก่อนจะบริกรรมคาถาอาคมสายขาวเบาๆ ในลำคอ ปลายนิ้วแตะลงบนรอยแยกนั้นอย่างแผ่วเบา ทันทีที่เลือดหยดลงไป เสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงคนกระซิบด่าทอจากทั่วทุกทิศทางก็ดังระงมขึ้นในโสตประสาท มันคืออาคมสะกดวิญญาณชั้นต่ำที่ถูกใช้เพื่อป้องกันสิ่งของล้ำค่า... หรืออาจจะเป็น 'คำสาป'
*ครืด...*
เสียงหินเสียดสีกันดังก้องกังวานไปทั่วหอไตรที่ปิดตายมานานหลายทศวรรษ ฐานพระค่อยๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นช่องว่างมืดมิดเบื้องล่าง มันไม่ใช่แค่ที่เก็บของ แต่มันคือหลุมที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตเพื่อกักเก็บ 'บางอย่าง' เอาไว้
ผมคว้าตำราเล่มหนึ่งขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง ปกของมันทำจากหนังอาถรรพ์ที่ดูแห้งกรังและมีกลิ่นอับชื้นของดินและคราบเลือดจางๆ ทันทีที่สัมผัส ผมรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่พุ่งตรงเข้ามายังหัวใจ นี่ไม่ใช่ตำราวิชาอาคมปกติ แต่มันคือบันทึกแห่งจอมขมังเวทที่เคยถูกขนานนามว่า 'ผู้สยบเงา' ซึ่งเป็นอาจารย์ของอาจารย์ผมที่สาบสูญไปนานหลายปี
“รินทร์... ดูนั่น” แพรวากระซิบเสียงเบาหวิว นิ้วเรียวของเธอชี้ไปยังเงาดำที่ปรากฏขึ้นบนผนังหอไตร
มันไม่ใช่เงาของพวกเรา แต่มันคือเงาที่ไม่มีรูปร่างชัดเจน มันขยับเขยื้อน ราวกับกำลังยิ้มเยาะเย้ยถึงความพยายามในการค้นหาความจริงครั้งนี้ ผมกระชับตำราในมือแน่น ร่างกายเตรียมพร้อมรับมือกับการจู่โจมที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
“ถ้าสิ่งที่คุณตามหา คือวิธีปราบจอมขมังเวทเงา...” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง พวกเราสองคนหันขวับไปทันที แต่ทว่าในความมืดนั้นกลับว่างเปล่า “คุณคงต้องแลกด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุด เพื่อจะเข้าใจว่าทำไมเงาถึงไม่มีวันหายไปจากตัวคุณ”
ผมรู้ดีว่านั่นคือเสียงของมัน... คนที่รอคอยการคืนชีพและใช้แพรวาเป็นหมากตัวสำคัญ ผมขยับไปยืนบังแพรวาไว้ทันที ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ตำราในมือผมจะสั่นไหวอย่างรุนแรง หน้ากระดาษเปิดออกเองราวกับถูกลมหมุนวน และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษนั้นทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้น
มันคือภาพวาดลายเส้นที่ดูประหลาด และตรงกลางของหน้ากระดาษนั้น... มีชื่อของ 'แพรวา' เขียนด้วยเลือดที่ยังคงความสดใหม่ราวกับเพิ่งเขียนเสร็จเมื่อครู่นี้เอง
“รินทร์...” แพรวาส่งเสียงเรียกผม ร่างกายของเธอเริ่มสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ผมหันไปมองเธอ และต้องตะลึงงันเมื่อเห็นเงาสีดำค่อยๆ คืบคลานขึ้นมาจากพื้นดิน ล้อมรอบตัวเธอไว้เหมือนกับโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการไขปริศนา แต่มันคือกับดักที่ถูกวางไว้ตั้งแต่วันแรกที่ผมก้าวเข้าสู่เส้นทางสายนี้ เพื่อล่อให้ผมเป็นผู้เปิดประตูที่ปิดตายนี้ด้วยมือของตัวเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในความมืดมิดไปกับรินทร์ในตอนนี้นะครับ ครั้งหน้า เราจะมาดูกันว่ารินทร์จะตัดสินใจอย่างไรเมื่อคนรักของเขาตกอยู่ในเงื้อมมือของเงามืด อรุณมนตราขาว ครับ
อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 13
ความลับใต้ฐานพระ
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!