"คุณกำลังเดินวนอยู่ในเขาวงกตที่สร้างขึ้นจากความทรงจำของตัวคุณเอง... แพรวา"
เสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นของรินทร์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด กลิ่นธูปโบราณและควันจันทน์อบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นเยียบของไสยดำที่แผ่ซ่านมาจากผนังห้องปิดตาย ร่างบางของแพรวายืนเหม่อลอยอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคู่งามไร้ซึ่งประกายชีวิต ราวกับสติสัมปชัญญะของเธอถูกกักขังไว้ในม่านหมอกแห่งภาพลวงตาที่จอมขมังเวทเงาถักทอขึ้นอย่างประณีต
รินทร์ไม่รีบร้อน เขาหลับตาลงชั่วพริบตา ปรับลมหายใจให้เข้าสู่สมาธิขั้นสูง มือหนายกขึ้นจรดนิ้วเข้าหากันเป็นมุทราโบราณแห่งสำนักอาคมขาว ท่องคาถาชำระจิตในใจอย่างเงียบเชียบ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามขมับของชายหนุ่ม ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้า แต่เป็นเพราะแรงกดดันจากมหาเวทที่กำลังกัดกินสติของคนรักทีละน้อย
"จำที่ผมเคยบอกได้ไหมครับ... ว่าเงาดำไม่มีวันมีตัวตนที่แท้จริง มันเป็นเพียงสิ่งที่อาศัย 'แสง' หรือ 'ความกลัว' ของเราในการหล่อเลี้ยง" รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างระแวดระวัง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง อาคมที่ปกคลุมอยู่ไม่ได้ใช้กำลังทำลาย แต่ต้องใช้ปัญญาถอดรหัส
ภาพลวงตาตรงหน้าเริ่มบิดเบี้ยว เมื่อรินทร์สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
เงาสะท้อนในกระจกโบราณมุมห้อง... มันไม่ได้ขยับตามการเคลื่อนไหวของแพรวา
รินทร์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย ความกระจ่างแจ้งสว่างวาบขึ้นในหัว สมองของหมอผีหนุ่มวิเคราะห์กลลวงนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง นี่ไม่ใช่คาถาสะกดจิตธรรมดา แต่มันคือ "ค่ายกลเงาสะท้อนวิญญาณ" ที่ดึงเอาปมในใจของแพรวามาสร้างเป็นภาพลวงตาซ้อนทับกันถึงสามชั้น หากใช้กำลังเข้าแก้ ค่ายกลจะสะท้อนพลังกลับมาทำลายจิตวิญญาณของผู้ถูกกระทำทันที
ทางเดียวที่จะทำลายมันได้ คือการหาจุดศูนย์กลางของภาพลวงตา... และจุดนั้นก็อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
"ถ้าคุณคิดว่าภาพเหล่านี้คือนรก... ผมก็จะพาคุณเดินทะลวงมันออกมาเองครับ"
รินทร์พุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือเรียวของแพรวาไว้แน่น แรงปะทะจากอาคมมืดสะท้อนเข้าใส่ร่างของเขาจนกระอักเลือดคำโต รสคาวสนิมคละคลุ้งในโพรงปาก แต่ชายหนุ่มหาได้ใส่ใจไม่ สายตาของเขายังคงแน่วแน่ เขาสะบัดนิ้วซัดยันต์อัคคีทิพย์เข้าใส่เงาสะท้อนในกระจกทันที
เปรี้ยง! เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับม่านหมอกสีดำที่เริ่มปริร้าว
ภาพบรรยากาศในห้องค่อยๆ สว่างขึ้น ความกดอากาศที่เคยบีบคั้นเริ่มคลี่คลาย แพรวากะพริบตาถี่ๆ ก่อนที่ร่างบางจะทรุดฮวบลงในอ้อมแขนของรินทร์ ลมหายใจของเธอกลับมาสม่ำเสมออีกครั้ง แม้จะยังอ่อนแรงจากการถูกสูบพลังชีวิตไปบ้าง
"รินทร์..." เสียงแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อเขาเบาๆ
"ปลอดภัยแล้วครับ ผมอยู่ตรงนี้" รินทร์กระซิบตอบเสียงนุ่ม พลางใช้มือโอบประคองร่างของคนรักไว้อย่างทะนุถนอม สายตายังคงไม่ละจากประตูห้องที่ปิดสนิท
ทว่า... ความเงียบสงบหลังม่านหมอกถูกทำลายลงในเสี้ยววินาทีต่อมา
เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากมุมมืดที่ควรจะว่างเปล่า เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดมิด รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าของชายแปลกหน้าที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่
"นับว่าเจ้าฉลาดไม่เบา... หมอผีตระกูลรินทร์ แต่อย่าลืมสิว่า การทำลายม่านหมอก ไม่ได้แปลว่าเจ้าชนะเกมนี้"
รินทร์เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของบุคคลปริศนาที่ก้าวออกมาจากเงา ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ค่ายกลถูกเปิดเผยออกมาในรูปแบบที่เขาคาดไม่ถึง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขปริศนาไปกับรินทร์นะครับ อรุณมนตราขาว
อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 50
ทำลายม่านหมอก
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!