อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 10

รอยสักบนแผ่นหลัง

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บศพเย็นเยียบไม่ได้ทำให้รินทร์รู้สึกสะทกสะท้านเท่ากับประโยคสุดท้ายของอาจารย์ที่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท เขาขยับถุงมือยางให้กระชับมือ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ร่างไร้วิญญาณบนเตียงสแตนเลสเบื้องหน้า แสงไฟนีออนเหนือหัวกะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนจังหวะหัวใจของคนที่กำลังหวาดกลัว “ถอยไปนิดครับแพรวา กลิ่นอาคมแรงมาก ผมเกรงว่ามันจะกระทบกระเทือนสัมผัสของคุณ” รินทร์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงความห่วงใย แพรวายืนนิ่งอยู่ข้างหลัง ใบหน้าของเธอซีดเผือดขณะที่มือสั่นเทาเล็กน้อย เธอรับคำด้วยการถอยไปยืนห่างจากโต๊ะชันสูตร แต่ดวงตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ร่างนั้นด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก รินทร์ค่อยๆ บรรจงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของศพชายหนุ่มออกอย่างแช่มช้า ภายใต้แสงสลัว แผ่นหลังของเหยื่อไม่ได้ราบเรียบอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเต็มไปด้วยรอยสักสีหมึกแดงฉานที่ดูราวกับยังมีชีวิต มันไม่ได้เป็นเพียงลวดลายศิลปะ แต่เป็นอักขระขอมโบราณที่ขดตัววนเวียนคล้ายงูพิษหลายตัวกำลังรัดรึงกระดูกสันหลังเอาไว้ “รอยสัก ‘กงจักรอาฆาต’...” รินทร์พึมพำ น้ำเสียงของเขาหนักอึ้ง “พวกมันไม่ได้แค่ฆ่า แต่มันจองจำวิญญาณไว้ในภาชนะเนื้อหนัง” เขายื่นมือไปแตะที่แผ่นหลังนั้นเบาๆ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความเย็นยะเยือกแล่นปราดขึ้นสู่แขน รินทร์ขมวดคิ้วแน่น เขาสัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตที่พยายามจะกัดกินพลังชีวิตของเขาผ่านทางกระแสไสยเวท แต่ชายหนุ่มเพียงแค่สวดคาถาสั้นๆ ในใจ แสงสีขาวจางๆ เปล่งประกายออกจากปลายนิ้วปัดเป่าไอหมอกดำมืดนั้นออกไป “รินทร์... ฉันเห็น...” แพรวาที่ยืนนิ่งมาตลอดกาลเอ่ยขึ้นเสียงสั่น “ฉันเห็นขบวนคนชุดดำ พวกเขายืนล้อมวง... มีใครบางคนที่มีใบหน้าพร่าเลือนถือมีดเล่มหนึ่ง... เขากำลังวาดเส้นสายลงบนหลังของผู้ชายคนนี้... แล้วเขาก็พูดชื่อคนคนหนึ่ง...” “ชื่ออะไรครับ?” รินทร์หันกลับมามองคู่รักด้วยสายตาสุขุม แม้ในใจจะเริ่มเห็นภาพการเคลื่อนไหวของลัทธิเงามืดนี้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ “‘มหาศิลา’...” แพรวาครางชื่อนั้นออกมา ก่อนที่เธอจะทรุดตัวลง รินทร์รีบปราดเข้าไปประคองร่างบางเอาไว้ทันท่วงที ดวงตาของเธอเหลือกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็นปกติ ทว่าในจังหวะนั้นเอง อุณหภูมิในห้องเก็บศพกลับลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอ รินทร์สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่รอยสักนั้นอีกครั้ง เส้นหมึกสีแดงเริ่มขยายตัว รอยอักขระที่เคยสงบนิ่งกลับบิดเบี้ยวราวกับกำลังมีชีวิต มันกำลังขยับเขยื้อนตามจังหวะชีพจรที่ไม่มีอยู่จริง รินทร์คว้ากริชเงินด้ามสั้นออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท เขาไม่ได้จะทำร้ายศพ แต่เขาจะสกัดกั้นการเชื่อมต่อของอาคมที่กำลังถูกกระตุ้นจากระยะไกล “คิดจะใช้ร่างนี้เป็นทางผ่านเพื่อส่งของขวัญมาให้ผมงั้นหรือ...” รินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งโอบกอดแพรวาไว้แน่น อีกข้างตวัดกริชลงบนอากาศเป็นวงกลม อาคมป้องกันชั้นสูงถูกแผ่ออกมาเป็นม่านพลังโปร่งใส ทันใดนั้นเอง ไฟในห้องเก็บศพก็ดับสนิท ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงจากรอยสักสีแดงที่ส่องสว่างวาบขึ้นมาในความมืด มันไม่ได้ส่องสว่างเพื่อนำทาง แต่ส่องสว่างเพื่อเผยให้เห็นว่า ในห้องนี้ไม่ได้มีแค่เขากับแพรวาเพียงสองคน ร่างเงาตะคุ่มหลายร่างปรากฏขึ้นที่มุมห้อง พวกมันไม่มีใบหน้า ไม่มีเสียงเดิน แต่กลิ่นหอมประหลาดที่รุนแรงจนชวนให้คลื่นเหียนกระจายไปทั่วห้อง รินทร์รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่คน แต่เป็น ‘บริวารหุ่นพยนต์’ ที่ถูกปลุกขึ้นมาจากดินแดนแห่งความตาย “แพรวา หลับตาครับ... อย่าได้มองพวกมัน” รินทร์สั่งเสียงเฉียบขาด เขาหยิบยันต์เกราะเพชรออกมาจากสาบเสื้อ ก่อนจะสะบัดไปกลางอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาคนปกติ ยันต์นับสิบใบปลิวว่อนเปลี่ยนสภาพเป็นเปลวเพลิงสีขาวโพลนเผาไหม้ร่างเงาเหล่านั้นจนส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ทว่าในขณะที่เขากำลังรับมือกับบริวารเหล่านั้น เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหูเขา มันไม่ใช่เสียงของผีร้าย แต่มันเป็นเสียงของคนที่เขาคิดว่าตายไปแล้ว... เสียงของอาจารย์ที่เขารักและเคารพดั่งพ่อบังเกิดเกล้า “เจ้าเก่งขึ้นมาก รินทร์... แต่เจ้าก็ยังอ่อนหัดเกินกว่าจะเข้าใจว่า ‘รอยสัก’ บนหลังศพนั่น ไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าคนตาย...” รินทร์ชะงักกึก ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อรับรู้ได้ว่า มือที่วางอยู่บนบ่าของเขาไม่ใช่ของแพรวา แต่มันเป็นมือที่เย็นเฉียบและแห้งกรังเหมือนเปลือกไม้เก่าๆ เมื่อเขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่ข้างหลัง ความจริงที่ไม่อยากจะเชื่อก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ร่างนั้นยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นในชุดผ้าแถบเก่าคร่ำคร่า รอยสักเดียวกันกับที่อยู่บนแผ่นหลังศพ ปรากฏชัดเจนอยู่บนใบหน้าของ ‘คนตาย’ ที่เขากำลังกอดไว้ในอ้อมแขนก่อนหน้านี้! และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือร่างของแพรวาในอ้อมแขนเขาเริ่มเปลี่ยนสภาพกลายเป็นหุ่นฟางที่ถูกมัดรวมกันด้วยเส้นด้ายอาคม ขณะที่ ‘ตัวจริง’ ของแพรวานั้น หายไปจากห้องนี้ตั้งแต่วินาทีที่ไฟดับลงแล้ว! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับผมในเส้นทางสายอาคมนี้ และโปรดติดตามตอนต่อไปว่ารินทร์จะตัดสินใจอย่างไรเมื่อคนรักถูกช่วงชิงไปต่อหน้าต่อตาในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%