"อย่ามองตาเงาพวกนั้น! หลับตาลงแพรวา!"
เสียงตวาดของรินทร์ดังแทรกผ่านความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว มือหนาของเขาเอื้อมไปคว้าต้นคอของหญิงสาว กดให้ใบหน้าของเธอซุกลงกับอกแกร่งเพื่อตัดการรับรู้จากสิ่งที่กำลังคืบคลานขึ้นมาจากผืนดิน แพรวาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความเย็นยะเยือกจากมือที่จับข้อเท้าเธอยังคงฝังลึกราวกับเข็มพิษที่ตอกลงในกระดูก
"รินทร์... มัน... มันกำลังจะดึงฉันไป" เสียงของแพรวาขาดห้วง ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดเมื่อตราประทับบนฝ่ามือของรินทร์เปล่งแสงสีม่วงอมดำออกมาวาบหนึ่ง มันไม่ใช่แสงสว่างจากอาคมคุ้มครอง แต่มันคือตราคำสาปที่ดูดกลืนพลังชีวิตของเขาไปทุกขณะที่เขาพยายามร่ายคาถาป้องกัน
รินทร์กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน ความเจ็บปวดแล่นริ้วผ่านเส้นประสาทราวกับถูกไฟแผดเผา แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือจากการปกป้องหญิงสาว ชายหนุ่มสะบัดมือข้างที่ว่างออกไปในอากาศพร้อมตวัดนิ้วเขียนยันต์กลางความมืด อาคมแสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกไปเป็นรูปตาข่ายเหล็กไหล สกัดกั้นเงาดำที่พยายามจะฉุดกระชากแพรวาลงสู่รอยแยกใต้พื้นดิน
"ข้าไม่ยอมให้เจ้าพรากใครไปจากชีวิตข้าอีก" รินทร์คำรามเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและแรงอาฆาตที่ถูกกดทับไว้ภายใต้มาดนิ่งสุขุม
ทว่า ในคืนเดือนดับที่ไร้แสงจันทร์นี้ พลังของศัตรูช่างแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด เงาดำไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา แต่มันคือจิตที่ก่อตัวขึ้นจากความอาฆาตของคนตายหลายร้อยชีวิต เสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์เริ่มดังระงมไปทั่วบริเวณ ราวกับว่ากำแพงมิติระหว่างความเป็นและความตายกำลังพังทลายลง
"รินทร์... รอยนั่น... มันกำลังขยายขึ้น" แพรวาเงยหน้าขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นรอยอาถรรพ์บนฝ่ามือของรินทร์เริ่มเลื้อยคล้ายเถาวัลย์ปีศาจลามขึ้นไปถึงต้นแขน เส้นเลือดของเขากลายเป็นสีดำสนิท
"นั่นคือหน้าที่ของหมอผีไม่ใช่หรือครับ ที่ต้องรับเอาความทุกข์ของคนอื่นมาแบกไว้เอง" รินทร์ฝืนยิ้มที่มุมปาก แม้ความเจ็บปวดจะทำให้มือของเขาสั่นเทา "คุณไม่ต้องกลัว ผมอยู่นี่แล้ว"
เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่อันตรายที่สุด รินทร์ใช้นิ้วหัวแม่มือขูดลงบนรอยอาถรรพ์จนเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา ก่อนจะแตะเลือดนั้นลงบนหน้าผากของแพรวาเป็นยันต์ปิดทวาร เพื่อไม่ให้สิ่งลี้ลับใดๆ เข้าถึงจิตสัมผัสของเธอได้อีกในคืนนี้
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสผิวหน้าของเธอ ร่างของเขาก็ถูกกระแทกอย่างแรงจนกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงดิน เงาสีดำขนาดมหึมาร่างหนึ่งผุดขึ้นมาจากเงามืด มันไม่มีใบหน้า มีเพียงปากที่ฉีกกว้างจนถึงใบหูและดวงตาที่เป็นรูโหว่ลึกโบ๋ มันคือจอมขมังเวทเงาที่เฝ้ารอเวลานี้มานาน
"แกคิดจะใช้เลือดอาคมขังข้าไว้หรือเจ้าหมอผีหนุ่ม..." เสียงของมันไม่ใช่เสียงคน แต่มันคือเสียงเสียดสีของโลหะที่ครูดไปกับหิน "เลือดของคนที่มีตราบาปแห่งอาจารย์ของแกติดตัว... ช่างหอมหวานและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด"
รินทร์ยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ พลางหยิบมีดหมออาคมประจำตัวออกมาจากย่าม มือเขาสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะกำลังฝืนต้านทานคำสาปที่กัดกินตัวเขาอยู่ภายใน
"ถ้าแกอยากได้มันนัก ก็เข้ามาเอาเอง!" รินทร์ตะโกนก้อง เสียงของเขาดังสะท้อนก้องไปทั่วสุสานร้าง
จอมขมังเวทเงาหัวเราะก้องก่อนจะพุ่งร่างเข้าหารินทร์ด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ รินทร์ตวัดมีดหมอฝ่าอากาศเกิดเป็นลำแสงสีขาว แต่เงาไม่ได้หลบ มันกลับรับคมมีดนั้นด้วยมือเปล่าแล้วบิดจนมีดหมอในมือรินทร์ร้าวเป็นทางยาว รินทร์รู้สึกเหมือนถูกค้อนเหล็กยักษ์ทุบเข้าที่หน้าอกจนกระอักเลือดออกมาเป็นสาย
ท่ามกลางสถานการณ์ที่รินทร์กำลังจะพ่ายแพ้ แพรวาที่ถูกปิดทวารไว้กลับเห็นภาพนิมิตที่ชัดเจนขึ้น เธอเห็นมือที่สามโผล่ออกมาจากเงามืดด้านหลังรินทร์ มือที่ผอมแห้งและเหี่ยวย่นราวกับซากศพ มันไม่ใช่ของจอมขมังเวทเงา แต่เป็นของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นมาตลอดเวลา
"รินทร์! ระวังข้างหลัง!"
รินทร์ชะงัก สายตาเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนในดวงตาของจอมขมังเวทเงา สิ่งที่อยู่ข้างหลังเขาไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็นชายชราในชุดสีขาวสะอาดตาที่เขาจำได้ดีที่สุดในชีวิต
นั่นคืออาจารย์ของเขา... อาจารย์ที่ตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
อาจารย์ที่ค่อยๆ วางมือลงบนบ่าของรินทร์เบาๆ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำลายทุกความเชื่อมั่นของเขาลงจนหมดสิ้น
"ศิษย์รัก... เจ้ายังทำได้ดีไม่พอหรอกนะ เพราะความตายที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในคืนนี้"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรอยอาถรรพ์ในครั้งนี้ครับ อรุณมนตราขาว
อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 9
คืนเดือนดับ
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!