อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 44

รวบรวมอาคมขาว

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นธูปหอมรุ่นเก่าที่อบอวลด้วยกำยานและไม้จันทน์ คลุ้งตลบอยู่รอบกายจนแทบทำให้ลมหายใจสะดุด รินทร์นั่งขัดสมาธิอยู่บนอาสนะผ้าดิบสีขาวบริสุทธิ์ เบื้องหน้าคือแท่นบูชาโบราณที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษแห่งสำนักอาคมขาว รอยจารอักขระขอมโบราณบนแผ่นทองแดงสะท้อนแสงเทียนวับแวม ยามเมื่อเปลวไฟไหววูบตามสายลมที่ลอดผ่านหน้าต่างไม้สักทึบ ความเงียบงันภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ไม่ได้น่ากลัว แต่มันหนักอึ้งราวกับภูเขาที่กดทับลงบนบ่า "จิตของท่าน... กำลังไขว่คว้าหาที่พึ่งพิง แต่ในขณะเดียวกันก็แบกรับภาระที่หนักเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะแบกไหว" เสียงทุ้มต่ำของหลวงปู่ทัต พระเถราจารย์ผู้เรืองอาคมแห่งสำนักป่าวิเวก ดังขึ้นทำลายความเงียบ ท่านมองศิษย์หนุ่มด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความเมตตาและความห่วงใยลึกซึ้ง รินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความเหนื่อยล้าไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ บัดนี้ฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิด มือทั้งสองข้างที่วางอยู่บนเข่ากำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้วครับ หลวงปู่..." รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ขบกรามแน่น "พลังมืดของจอมขมังเวทเงานั้นแผ่ขยายเร็วเกินไป ไสยดำสายโลหิตที่มันใช้กำลังกัดกินวิญญาณผู้บริสุทธิ์ และที่สำคัญที่สุด... แพรวาตกอยู่ในอันตราย" เมื่อชื่อของคนรักถูกเอ่ยขึ้น หัวใจของรินทร์ก็กระตุกวูบ ภาพรอยแผลเป็นจากพลังงานมืดที่เริ่มกัดกินจิตสัมผัสของแพรวาในคืนก่อน ยังคงกรีดแทะความรู้สึกของเขาไม่ต่างจากมีดคมๆ หลวงปู่ทัตถอนหายใจยาวนาน พลางยื่นตลับยาสสมุนไพรโบราณและลูกประคำไม้จันทน์หอมเก่าแก่ให้ "ความรักคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่อีกด้านหนึ่ง มันก็คือจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดเช่นกัน รินทร์เอ๋ย... เจ้าดั้นด้นมาที่สถานศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เพื่อขอรับการถ่ายทอด 'อาคมขาว' ขั้นสูงสุด เจ้ามั่นใจแล้วหรือว่าจิตของเจ้าบริสุทธิ์พอที่จะรองรับพลังแห่งแสงสว่างนี้โดยไม่ถูกความอาฆาตพยาบาทครอบงำเสียก่อน" รินทร์รับลูกประคำมาสัมผัส ความเย็นเยียบจากเนื้อไม้ส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเลือด แต่มันกลับช่วยชำระล้างความร้อนรุ่มในอกให้สงบลงอย่างประหลาด เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมาเป็นหนึ่งเดียว "ผมใช้ชีวิตเพื่อปกป้อง ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นครับ... หากอำนาจมืดจะกลืนกินวิญญาณผม ผมยอมให้แสงสว่างแผดเผาผมให้มอดไหม้ ดีกว่าปล่อยให้แพรวาต้องตกเป็นเครื่องสังเวยในเงื้อมมือของมัน" คำพูดนั้นหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว ราวกับคำสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลวงปู่ทัตพยักหน้ารับช้าๆ แววตาปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่เปี่ยมด้วยความชื่นชม "ถ้าเช่นนั้น... จงเตรียมตัวให้พร้อม ปิดทวารทั้งห้า ละทิ้งกิเลสและภาพลวงตา แล้วปล่อยให้พลังแห่งครูบาอาจารย์นำพาเจ้าไป" พระเถราจารย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยิบขันน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่หน้าพระประธาน ท่านพรมน้ำมนต์ลงบนศีรษะของรินทร์ สามครั้ง ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง พร้อมกับเสียงสวดคาถาโบราณที่ดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาท เป็นภาษาขอมโบราณที่ถักทอด้วยความศักดิ์สิทธิ์และพลังจิตอันกล้าแกร่ง รินทร์หลับตาลง ปล่อยให้โลกภายนอกดับวูบ เสียงลมหายใจของตนเองกลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยิน ทันใดนั้น ภาพนิมิตก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า... ความมืดมิดอันเวิ้งว้างเข้าโอบล้อมรอบตัวเขา ไม่มีพื้นดิน ไม่มีท้องฟ้า มีเพียงสายหมอกสีดำทึบที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เงาสلัมพยายามพุ่งเข้ามาตะปบกระชากวิญญาณของเขาจากทุกทิศทุกทาง รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาตจากคดีต่างๆ ที่เขาก้าวล่วงเข้าไปแก้ ล้วนปรากฏเป็นภาพซ้อนทับกันอย่างน่ากลัว *‘แกมันก็แค่คนโง่ที่ปกป้องใครไม่ได้!’* เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของจอมขมังเวทเงาดังก้องอยู่ในหัว รินทร์กัดฟันกรอด ความโกรธเกรี้ยววูบขึ้นมาในอก แต่เขากลับนึกถึงคำสอนของหลวงปู่และใบหน้าอันอ่อนโยนของแพรวาในยามที่เธอยิ้มให้เขา เขาผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ปลดปล่อยความกลัวและความโกรธให้สลายไปกับสายลม หลับตาลงตั้งมั่นในสมาธิ ควAมสงบเยือกเย็นแผ่ซ่านจากกลางกระหม่อมลงสู่ปลายเท้า ในมิติแห่งจิตนั้น รินทร์ยกมือขึ้นวาดอักขระกลางอากาศด้วยปลายนิ้ว อาคมขาวเปล่งแสงสีทองสว่างวาบตัดผ่านความมืดมิด ราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า แสงสว่างนั้นขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ แผดเผาเงาดำและเสียงกรีดร้องให้มลายหายไปในพริบตา พลังงานบริสุทธิ์หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเขา เติมเต็มทุกอณูวิญญาณด้วยความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่า ที่โลกภายนอก ร่างของรินทร์สั่นสะท้อนเล็กน้อย เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม แต่ใบหน้ากลับสงบนิ่งราวกับรูปสลักหิน ออร่าสีขาวนวลจางๆ แผ่ออกมาจากรอบกายจนเทียนไขในวิหารไหววูบ เมื่อรินทร์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาทั้งสองข้างไม่ได้มีเพียงความคมกريبแบบเดิม แต่มันประกายระยิบระยับด้วยอำนาจแห่งแสงสว่างที่ยากจะหาผู้ใดต่อกร ร่างกายของเขารู้สึกเบาสบายราวกับไร้น้ำหนัก ทว่าทรงพลังจนสามารถพลิกแผ่นดินได้ หลวงปู่ทัตมองดูศิษย์หนุ่มด้วยความทึ่ง พลางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "สำเร็จแล้ว... บารมีครูบาอาจารย์ปกปักรักษาเจ้า บัดนี้ อาคมขาวในตัวเจ้าบริสุทธิ์และกล้าแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับความมืดมิดทั้งหมดแล้ว จงใช้มันเพื่อความถูกต้องเถิด รินทร์" รินทร์ก้มกราบลงแทบเท้าของพระเถราจารย์ด้วยความเคารพสูงสุด "ขอบพระคุณหลวงปู่ที่ชี้ทางสว่างให้ผม" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความรู้สึกมั่นใจเต็มเปี่ยมอยู่ในอก การเดินทางไปรับพลังในครั้งนี้ ทำให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง แต่อำนาจแห่งความดีงามและครูบาอาจารย์อยู่เคียงข้างเขาเสมอ ทว่า ในขณะที่รินทร์กำลังจะก้าวเท้าออกจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของเขาก็แผדเสียงสั่นขึ้น ทำลายความเงียบงัน รินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาดู หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่เบอร์โทรนั้น... หากแต่เป็นข้อความสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาพร้อมกันบนหน้าจอ *[ภาพถ่าย: แพรวานอนหมดสติอยู่บนพื้นห้องที่เต็มไปด้วยอักขระไสยดำ และเงาปริศนากำลังยืนค้ำหัวเธออยู่]* พร้อมข้อความใต้ภาพที่เขียนไว้ด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน: *'แกมาช้าไปก้าวเดียว... เจ้าสาวของฉัน กำลังจะกลายเป็นร่างทรงที่สมบูรณ์แบบแล้ว หมอผีรินทร์'* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านความมืดมิดไปพร้อมกับรินทร์เสมอนะครับ อรุณมนตราขาว
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%