กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของดินโป่งตีเข้าจมูกจนรินทร์ต้องขยقกรามแน่น แสงเทียนสีเหลืองนวลที่สั่นไหวตามแรงลมราตรีสะท้อนเงาโครงกระดูกมนุษย์บนโต๊ะพิธี ยาวเหยียดไปตามผนังห้องใต้ดินโบราณของเรือนไม้สักเก่าแก่ ที่นี่คือจุดศูนย์กลางของพลังงานด้านลบที่กำลังแผ่ขยายตัวราวกับเนื้องอกร้าย
"คุณรินทร์... กลิ่นพวกนี้มันเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะครับ"
เสียงกระซิบแหบพร่าของลุงมั่น สัปเหร่อเฒ่าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาครึ่งชีวิตดังขึ้นจากมุมมืด มือเหี่ยวย่นสั่นเทาขณะกำลังจัดเรียงเครื่องไหว้และกะโหลกศีรษะมนุษย์อาถรรพ์ตามตำราโบราณ ดวงตาฝ้าฟางฉายแววหวาดวิตกอย่างปิดไม่มิด
รินทร์ไม่ตอบทันที ชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมสีเข้มก้มลงมองสายสิญจน์มงคลเก้าเส้นที่เขากำลังขึงล้อมรอบอาณาเขตห้องใต้ดิน ปลายพู่กันจุ่มหมึกชาดผสมน้ำมนต์พันปีจรดลงบนแผ่นยันต์แผ่นสุดท้ายด้วยความนิ่งสงบ ทว่าภายใต้ความนิ่งนั้น หัวใจของเขากลับร้อนรุ่มดั่งไฟกัลป์
เขารู้ดีว่าคืนนี้คือคืนวันเพ็ญเดือนดับ และนั่นคือเวลาที่ "จอมขมังเวทเงา" จะใช้พลังจากเงาจันทร์ดับเพื่อทำพิธีชุบชีวิตครั้งสุดท้าย และเป้าหมายสูงสุดของมันไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือ "แพรวา" หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของเขา
รินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านความมืดไปยังชั้นบนของเรือน ที่ซึ่งแพรวานอนหลับใหลอยู่ภายใต้การปกป้องของอาคมคุ้ม,กันภัยที่เขาลงไว้ แม้จะมั่นใจในพลังอาคมขาวที่สืบทอดมาจากอาจารย์ แต่สัญชาตญาณนักปราบผีบอกเขาว่า ศัตรูในเงาครั้งนี้ไม่ได้มาด้วยเล่ห์กลธรรมดา แต่มันใช้จิตวิญญาณและความแค้นข้ามภพข้ามชาติเป็นเดิมพัน
"ถ้ามันมาถึงจุดนี้แล้ว ลุงมั่น... เราไม่มีทางถอยหลังกลับได้อีก" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคง แววตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยว "เตรียมน้ำมนต์ธรณีสารไว้ให้พร้อม ถ้าอาคมของผมเอาไม่อยู่ ลุงต้องรีบพาแพรวาหนีไปทางทิศตะวันออกทันที ห้ามหันหลังกลับเด็ดขาด"
ลุงมั่นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แล้วคุณรินทร์ล่ะครับ... ลำพังคุณคนเดียวจะรับมือกับไสยดำระดับนั้นไหวหรือครับ มันไม่ใช่แค่ผีตายโหงทั่วไปนะพ่อนะ มันคือวิญญาณบรรพบุรุษสายมารที่ถูกปลุกด้วยเลือด!"
"ผมต้องไหว" รินทร์ตอบสั้นๆ แต่หนักแน่นราวกับภูเขาหิน เขายกมือขึ้นลูบตะกรุดเก่าที่ห้อยคออยู่
ในอดีต เขาเคยสูญเสียอาจารย์ไปต่อหน้าต่อตาเพราะความประมาทและความอ่อนหัดในการรับมือกับไสยดำสายมืด วันนั้นเขาร้องไห้และสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้ใครต้องมาสังเวยให้กับความโลภของพวกเดรัจฉานวิชาอีกเด็ดขาด โดยเฉพาะแพรวา... ผู้หญิงที่สอนให้เขารู้จักความหมายของการมีชีวิตอยู่เพื่อรักใครสักคน
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป อุณหภูมิในห้องใต้ดินลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนเกิดไอสีขาวออกจากปาก เปลวเทียนที่เคยสั่นไหวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตและดับลงทีละดวง ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสิ่ง เหลือเพียงแสงสลัวจากยันต์ชาดที่เรืองแสงวาบขึ้นมาตามคำสั่งของพลังงานภายนอกที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่บันไดไม้ด้านบน... *เอี๊ยด... เอี๊ยด...*
ไม่ใช่เสียงของคนเดิน แต่เป็นเสียงลากของวัตถุบางอย่างที่หนักอึ้ง ราวกับร่างที่ไร้กระดูกกำลังเคลื่อนตัวลงมาหาพวกเขา
รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตั้งจิตอธิษฐานถึงครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง มือขวาหยิบมีดหมอโบราณเล่มยาวขึ้นมาประกบกับคาถาอาคมที่ท่องอยู่ในใจอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เขาย่างสามขุมไปยืนขวางหน้าประตูลับ กางอาคมข่ายเพชรออกรอรับการปะทะ
ทว่า... เสียงฝีเท้าที่ควรจะหยุดอยู่หน้าประตูกลับเลี้ยวไปทางห้องนอนของแพรวา!
ดวงตาของรินทร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นวาบแล่นพล่านไปตามสันหลังเมื่อเขาตระหนักได้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่การบุกรุกเพื่อทำลายล้างห้องพิธี แต่มันคือ "การเบี่ยงเบนความสนใจ" เพื่อดึงเขาให้ออกห่างจากเป้าหมายที่แท้จริง
ก่อนที่รินทร์จะทันได้ขยับตัว ประตูไม้สักบานหนาของห้องใต้ดินก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงลมอาคมมืดมิดที่พัดโหมกระหน่ำเข้ามา พร้อมกับร่างเงาดำทมิฬรูปร่างสูงใหญ่ที่ปรากฏขึ้นกลางกลุ่มควัน
และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... เสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังลอดออกมาจากเงาร่างนั้น ไม่ใช่เสียงของจอมขมังเวทเงาคนเดิมที่เขาเคยเจอ แต่มันคือเสียงของคนที่รินทร์คิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน... เสียงของอาจารย์ของเขาเอง!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินทร์ในยามวิกฤตเช่นนี้เสมอนะครับ อรุณมนตราขาว
อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 43
พิธีกรรมต้องห้าม
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!