อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 45

นิมิตแห่งหายนะ

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นธูปหอมกรุ่นที่ลอยวนอยู่ในห้องพระไม่ได้ช่วยให้ความหนับแน่นในอกของแพรวาจางหายลงเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะวางกำไลหยกโบราณลงบนพานสำริด เสียงกระดิ่งลมสำฤทธิ์ที่แขวนอยู่ริมหน้าต่างดังขึ้นเบาๆ ทั้งที่ไม่มีลมพัดผ่านแม้แต่น้อย มันคือสัญญาณเตือนภัยที่สัญชาตญาณดิบในตัวเธอกรีดร้องบอกมาเนิ่นนาน ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปเบื้องหน้า ทว่าภาพที่สะท้อนในจอประสาทตากลับไม่ใช่ผนังห้องสีวลีอันคุ้นตา หากแต่เป็นภาพลานกว้างรกร้างแห่งหนึ่งในยามวิกาล เปลวเพลิงสีครามลุกโชนรายล้อมวงสิญจน์ที่ขาดวิ่น เสียงสวดมนต์คาถาอาคมบทโบราณดังสะท้อนก้องกังวานในโสตประสาท ราวกับเสียงนั้นถูกส่งตรงมาจากขุมนรก และที่ตรงกลางวงอัคคีนั้น... เงาร่างของเธอกำลังทรุดฮวบลง พร้อมกับเลือดสีดำที่ทะลักออกจากทวารทั้งห้า "ไม่... ไม่จริง" เสียงกระซิบแหบพร่าหลุดจากริมฝีปากที่ซีดเผือด ภาพนิมิตในหัวฉายชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ความเจ็บปวดรวดร้าวราดรอนไปทั่วร่างราวกับกระดูกทุกท่อนกำลังถูกบดขยี้ ความตายไม่ได้มาเยือนแบบช้าๆ แต่มันกำลังคืบคลานเข้ามาด้วยความกระหาย และที่น่ากลัวที่สุดคือ ภาพสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวับ เธอมองเห็นเงาดำทมิฬรูปร่างสูงใหญ่กำลังยืนยิ้มเยาะอยู่เบื้องหลังร่างไร้วิญญาณของรินทร์ ชายหนุ่มผู้เป็นดวงใจ ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของรินทร์ กลิ่นอายความอบอุ่นและพลังอาคมขาวบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากตัวเขาช่วยดึงสติของแพรวากลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ชายหนุ่มก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันสุขุมกวาดมองสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณของหมอผีผู้ผ่านศึกมาโชกโชน ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดและหยดเหงื่อที่ผุดพรายตามขมับของคนรัก รินทร์ขยับตัวเข้ามาใกล้ในทันที มือหนาเอื้อมไปแตะที่แก้มเนียนเย็นเฉียบของแพรวาอย่างทะนุถนอม แรงสัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคง จนแพรวาต้องโผเข้าซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยให้ความหวาดกลัวที่อัดแน่นระเบิดออกมาเป็นหยาดน้ำตา "แพรวา... เกิดอะไรขึ้นครับ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน แต่น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความกังวลลึกซึ้ง นิ้วหัวแม่มือของเขาเกลี่ยไล้คราบน้ำตาบนแก้มให้อย่างเบามือ "คุณเห็นอะไรอีกแล้วใช่ไหม" แพรวาส่ายหน้าช้าๆ ซุกซบใบหน้าเข้าหาไออุ่นจากตัวเขาให้มากที่สุด ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือตอนนี้ ชายหนุ่มตรงหน้าจะสลายหายไปตลอดกาล "ฉัน... ฉันเห็นวันนั้นค่ะ... เอ๊ย... ฉันเห็นวันนั้น... รินทร์คะ... วันที่ฉัน..." เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าความตายกำลังรออยู่เบื้องหน้า "วันที่ฉันต้องตาย" รินทร์นิ่งงันไปชั่วอึดใจ กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน แววตานิ่งสงบราวกับผืนน้ำในยามวิกาลเปลี่ยนเป็นประกายคมปลาบดุดันชั่วขณะ พลังอาคมรอบตัวเขาปั่นป่วนขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะถูกสะกดให้สงบลงอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจของคนรัก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอารมณ์ เขารู้ดีว่าพลังจิตสัมผัสของแพรวามักแม่นยำเสมอ โดยเฉพาะภาพนิมิตเกี่ยวกับวาระสุดท้ายของชีวิต "มองตาผมนะครับแพรวา" รินทร์ประคองใบหน้าเรียวให้เงยขึ้นสบตา สายตาของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว "จำคำพูดของผมไว้นะครับ... ตราบใดที่ลมหายใจของผมยังอยู่ และตราบใดที่รอยยันต์คุ้มภัยนี้ยังสลักอยู่บนแผ่นดิน ไม่ว่าหน้าไหนหน้าไหน ทั้งภูตผีปีศาจ หรือแม้แต่จอมขมังเวทเงาตนนั้น ก็ไม่มีวันพรากคุณไปจากผมได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยวิญญาณของผมเองก็ตาม" ถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นคงและอิทธิฤทธิ์แห่งอาคมขาวทำให้หัวใจที่หวาดผวาของแพรวาสสงบลงได้บ้าง เธอยกมือขึ้นแตะรอยสักยันต์โบราณจางๆ ที่ต้นแขนของเขา ซึ่งเป็นเครื่องรางปกป้องคุ้มครองที่รินทร์ลงอักขระด้วยเลือดและอาคมบริสุทธิ์ให้แก่เธอด้วยความรักและห่วงหา "แต่ภาพนั้น... มันชัดเจนมากนะคะรินทร์" แพรวายังคงหวาดหวั่น เสียงของเธอยังคงสั่นเครือ "มันไม่ใช่แค่ฝันร้าย แต่มันคืออนาคต... เขารออยู่... คนที่อยู่เบื้องหลังเงาดำนั้น เขารอวันที่ฉันจะอ่อนแอที่สุดเพื่อใช้ฉันเป็นสะพานข้ามภพ" รินทร์ดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอกแน่นขึ้น อ้อมแขนของเขาแข็งแกร่งและอบอุ่น ปัดเป่าความหนาวเหน็บจากนิมิตมรณะให้ถอยร่างไป สายตาของหมอผีหนุ่มทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ความมืดมิดยามราตรีที่ปกคลุมอยู่ภายนอกดูราวกับกำลังเย้ยหยันพวกเขา เขารู้ดีว่าศัตรูในเงามืดกำลังเดินหมากตาสำคัญ และการที่แพรวาเห็นภาพล่วงหน้าเช่นนี้ แปลว่าเวลาของพิธีกรรมต้องห้ามกำลังใกล้เข้ามาทุกที "ถ้ามันอยากได้ตัวคุณนัก มันก็ต้องก้าวผ่านศพผมไปก่อน" รินทร์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาฉายแววฆ่าฟันอย่างที่หาได้ยากยิ่งสำหรับสุภาพบุรุษเช่นเขา "คืนนี้... เราจะเตรียมรับมือ ผมจะไม่ยอมให้เงาดำนั่นแตะต้องปลายเส้นผมของคุณเด็ดขาด" เขาก้มลงจูบหน้าผากมนแผ่วเบาเพื่อส่งถ่ายพลังอาคมอุ่นร้อนเข้าสู่ร่างกายของเธอ แพรวากำเสื้อยืดของเขาแน่น หลับตาลงพยายามซึมซับความปลอดภัยที่เขามอบให้ ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมอยู่กับความเงียบงันและความตึงเครียดภายในห้องพระนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้นที่ระเบียงด้านนอก... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ไม่ใช่เสียงคนเคาะประตู แต่มันคือเสียงเล็บยาวๆ ขูดกับกระจกหน้าต่างเบาๆ ราวกับต้องการทดสอบความอดทนของพวกเขา และเมื่อรินทร์หันขวับไปมอง ร่างเงาดำทมิฬที่ไร้ใบหน้าก็ยืนตระหง่านอยู่หลังกระจกใส พร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหูที่สะท้อนเงาจันทร์... และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือเงาร่างนั้นกำลังเอ่ยชื่อแพรวาออกมาด้วยเสียงแหบพร่าที่ดังลอดเข้ามาในห้อง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านความมืดมิดไปพร้อมกับรินทร์เสมอนะครับ อรุณมนตราขาว
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%