อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 46

อาวุธจากบรรพกาล

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นหอมจางๆ ของไม้จันทน์หอมผสมควันธูปโบราณลอยวนอวลอยู่ในห้องใต้ดินอันมืดทึบ แสงสว่างเดียวภายในห้องมาจากเปลวเทียนเล่มเล็กที่สั่นไหวตามแรงกระเพื่อมของอากาศ ไอร้อนระอุแผ่ซ่านออกมาจากวัตถุลึกลับเบื้องหน้า รินทร์นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นศิลาเย็นเฉียบ สายตาคมกริบทอประกายความนิ่งสงบ ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นระรัวราวกับกลองศึก เขากำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้เพื่อแลกกับการปกป้องคนที่ตนรักที่สุด "คุณรินทร์... ไหวไหมคะ" น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกังวลของแพรวาดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เธอพยายามก้าวเข้ามาใกล้ แต่ม่านพลังอาคมที่ล้อมรอบตัวรินทร์อยู่กลับผลักร่างเธอให้ถอยหลังด้วยแรงลมกดดันที่มองไม่เห็น รินทร์เหลือบสายตากลับไปมองหญิงสาวครู่หนึ่ง แววตาที่ปกติมักจะเรียบเฉยปรากฏแววอ่อนโยนวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเข้มแข็งดังเดิม เขาไม่อาจปล่อยให้ความกลัวครอบงำได้ ในเมื่อจอมขมังเวทเงายังลอยนวลและจ้องจะใช้แพรวาเป็นภาชนะแห่งความมืด หากเขาไม่มี "อาวุธจากบรรพกาล" ชิ้นนี้ ความตายคงเป็นสิ่งเดียวที่รออยู่เบื้องหน้า "ถอยไปก่อนแพรวา... ตรงนี้อันตรายเกินกว่าจะเข้ามาใกล้" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าหนักแน่นและเด็ดขาด มือหนายกขึ้นประสานกันเป็นมัดกล้ามคาถา ปากพร่ำท่องมนต์บทโบราณที่สืบทอดมาในสายอาคมขาว เสียงสวดต่ำทุ้มก้องกังวานไปทั่วห้องใต้ดิน จนผนังหินรอบด้านเริ่มมีละอองไอสีขาวผุดขึ้นมาต่อต้านกับความมืดมิดที่พยายามแทรกซึมเข้ามาจากรอยแตก เบื้องหน้าของเขาคือหีบไม้สักทองคำฝังลายยันต์โบราณที่ปิดตายมานับร้อยปี มันถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยหยดเลือดหยดแรกที่รินทร์สลักลงบนผิวไม้ *แอ๊ด...* เสียงเปิดฝาหีบดังเสียดแทรกโสตประสาท ราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกจองจำมาเนิ่นนาน ทันทีที่ฝาหีบเปิดอ้าออก ความมืดมิดรอบตัวก็พลันสลายวับด้วยแสงสว่างสีทองเจิดจ้า แสงนั้นไม่ได้แสบตา แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่น ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจแห่งความบริสุทธิ์ สิ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่ภายในหีบคือ "กริชโบราณสลักอักขระพันปี" ตัวใบมีดทำจากเหล็กน้ำพี้ผสมแร่เหล็กไหลสะท้อนแสงไฟเป็นประกายระยิบระยับ ด้ามจับแกะสลักเป็นรูปพญานาคราชขดตัวอ้าปากคาบแก้วมณีวิญญาณ ทันทีที่ปลายนิ้วของรินทร์สัมผัสโดนด้ามกริช กระแสพลังงานสายมหึมาก็พวยพุ่งเข้าสู่กระแสเลือดของเขาราวกับสายฟ้าฟาด ร่างกายของเขาเกร็งกระตุกด้วยความเจ็บปวดและปีติที่ผสมผสานกันอย่างแยกไม่ออก ภาพอดีตของบรรพจารย์ที่เคยถือครองอาวุธชิ้นนี้ในการปราบปีศาจไหลทะลักเข้ามาในห้วงความคิด ความรู้แจ้งในอาคมขั้นสูงหลั่งไหลเข้าสู่สมองจนรินทร์ต้องหลับตาลงเพื่อตั้งสติ "นี่น่ะหรือ... พลังที่แท้จริงของตระกูลเรา" รินทร์พึมพำกับตัวเอง ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอขึ้น ดวงตาที่ลืมขึ้นอีกครั้งทอประกายสีทองอร่ามจางๆ น่าเกรงขาม แพรวายกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นพลังงานรอบตัวรินทร์แปรเปลี่ยนไป ร่างกายของเขาราวกับถูกห่อหุ้มด้วยเกราะแก้วโปร่งแสง ความรู้สึกกดดันอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม ทว่า... ความเงียบสงบภายในห้องใต้ดินกลับอยู่ได้ไม่นานนัก *เพล้ง!* กระจกหน้าต่างบานเล็กด้านบนของห้องใต้ดินแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วคมกริบร่วงหล่นลงมากระทบพื้นพร้อมกับสายลมเย็นเยียบที่พัดพาความเหม็นเน่าของซากศพและกลิ่นอายไสยดำอันคุ้นเคยเข้ามาอย่างไร้สัญญาณเตือน รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว มือซ้ายกระชับกริชโบราณมั่น สายตาดุดั่งพญาเหยี่ยวพุ่งตรงไปยังความมืดริมหน้าต่างทันที เงาดำทะมึนสายหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ร่างนั้นบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยรอยแผลฉกรรจ์ แต่มันไม่ได้มุ่งโจมตีที่ตัวรินทร์... มันพุ่งตรงไปยังแพรวาที่ยืนอยู่ลำพัง! "แพรวา ระวัง!" รินทร์ตะโกนก้องด้วยความตกใจ ร่างของเขาพุ่งตัวออกไปราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง ทว่า... ก่อนที่กริชในมือเขาจะทันได้สัมผัสร่างเงาดำนั้น เสียงหัวเราะแหบพร่าและเยือกเย็นก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องนอกหน้าต่าง เป็นเสียงที่ทำให้เลือดในกายของรินทร์เย็นเฉียบลงในพริบตา "มาช้าไปหน่อยนะ... ทายาทแห่งอรุณมนตรา" เสียงนั้นกระซิบข้างหูแพรวา ทั้งที่ร่างของเธอยังอยู่ห่างจากหน้าต่างหลายวา ร่างของหญิงสาวนิ่งค้าง แววตาเหม่อลอยราวกับถูกสะกดด้วยมนตราดำสนิท ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างและเอาใจช่วยรินทร์มา ณ ที่นี้นะครับ อรุณมนตราขาว
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%