อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 47

กองทัพวิญญาณ

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นธูปโบราณที่ไหม้จนเกรียมคละคลุ้งตลบอบอวลอยู่รอบกาย ความกดดันในอากาศสูงเสียจนแก้วหูอื้ออึง รินทร์ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าวงสายสิญจน์ที่เริ่มสั่นไหว เสียงสวดคาถาอัญเชิญอาคมขาวจากปากของเขายังคงดังกังวานมั่นคง แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายซึมตามไรผมและขมับ ดวงตาคมกริบทอประกายวับวาวภายใต้แสงเทียนสีนวลที่สะท้อนเงากับใบหน้าเคร่งขรึม มือหนาข้างหนึ่งกำตะกรุดโบราณประจำตัวไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นจรดระหว่างคิ้วเพื่อตั้งสมาธิสะกดจิต ขนาบข้างด้วยร่างของแพรวาที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่บนเสื่อกก หญิงสาวหลับตาปี๋ มือทั้งสองข้างกุมสร้อยพระที่รินทร์มอบให้ไว้แนบอก ลมหายใจของเธอกระชั้นถี่ด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งเร้นลับที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที "รินทร์... พวกมันมาแล้วค่ะ... ไม่ส, พวกมันมากันเต็มไปหมดเลย..." เสียงหวานสั่นเครือหลุดลอดริมฝีปากที่ซีดเซียวของแพรวา เปลือกตาบางพยายามเปิดขึ้นมองความมืดมิดนอกอาณาเขตสายสิญจน์ที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้เหตุผล "ตั้งสติไว้แพรวา อย่าหลุดโฟกัสเด็ดขาด" รินทร์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง นัยน์ตาคมกวาดมองไปรอบห้องโถงกว้างของเรือนไทยโบราณที่บัดนี้ อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ห้ามปล่อยมือจากสร้อยเส้นนั้นเป็นอันขาด ผมอยู่ตรงนี้ ไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนแตะต้องคุณได้แน่นอนครับ" สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม อากาศรอบด้านก็พลันแปรปรวนอย่างรุนแรง เปลวเทียนทั้งสี่มุมห้องไหววูบก่อนจะดับพรึบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เหลือเพียงแสงสลัวจากดวงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ด ทว่าสิ่งน่ากลัวกว่าความมืดคือเสียงอื้ออึงนับร้อยนับพันที่ดังแว่วมาจากความว่างเปล่า มันไม่ใช่เสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้ แต่เป็นเสียงโหยหวนคร่ำครวญ เสียงกระซิบกระซาบด้วยความแค้นเคือง และเสียงลากโซ่ตรวนที่ดังกระทบพื้นไม้ดังสนั่นหวั่นไหว ครืน! พื้นเรือนไม้สักทองสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว รินทร์ก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่งเพื่อตั้งท่ารับมือ สายตาคมกวาดมองทะลุความมืดผ่านเนตรวิญญาณ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือภาพอันน่าสะพรึงกลัว—เงาดำทมิฬรูปร่างบิดเบี้ยวจำนวนมหาศาลกำลังไหลทะลักเข้ามาจากทุกทิศทุกทางราวกับกระแสน้ำวนของความตาย กองทัพวิญญาณอาฆาตที่ถูกปลุกเร้าด้วยไสยเวทสายดำขั้นสูง พุ่งเป้าตรงมาที่ใจกลางวงสายสิญจน์ที่แพรวานั่งอยู่ "คิดจะใช้มวลวิญญาณมาบดขยี้อาคมของข้าอย่างนั้นหรือ..." รินทร์พึมพำกับตัวเอง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวในฐานะผู้สืบทอดสายวิชาอาคมขาว มือหนาตวัดวาดกลางอากาศอย่างรวดเร็ว อาคมอักขระโบราณสีทองเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นตามปลายนิ้วที่ลากผ่าน รินทร์พ่นคาถาบทใหญ่ที่ได้รับการถ่ายทอดมาตราต่อตรา สิ้นเสียงกังวานทุ้มต่ำ คลื่นพลังงานสีขาวบริสุทธิ์ก็แผ่ขยายออกเป็นวงกว้างกระแทกเข้าใส่กองทัพเงาดำที่พุ่งเข้ามาปะทะอย่างจัง! ตู้ม! แรงปะทะระหว่างพลังอาคมขาวและพลังวิญญาณด้านมืดสร้างแรงกระเพื่อมทางจิตวิญญาณจนเกิดเสียงดังสนั่นในห้วงมิติ เงาดำแถוหน้าแตกสลายหายไปกับสายลม แต่ทว่าจำนวนของพวกมันกลับมีมากเกินกว่าจะต้านทานไหว ราวกับต้นตอเบื้องหลังได้เปิดประตูมรณะที่เชื่อมต่อกับขุมนรกโดยตรง เงาดำตัวแล้วตัวเล่าถาโถมเข้าชนกำแพงสายสิญจน์จนเส้นด้ายสีขาวเริ่มเปล่งแสงริบหรี่และมีรอยขาดวิ่นทีละน้อย รินทร์กัดกรามแน่น เลือดสีแดงสดซึมออกจากมุมปากจากการฝืนใช้พลังจิตควบคุมอาคมต้านทานแรงกดดันมหาศาล เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้แนวป้องกันนี้แตก แพรวาจะตกเป็นเป้าหมายทันที และเป้าหมายของจอมขมังเวทเงาก็คือการใช้ร่างของเธอเป็นภาชนะรองรับดวงวิญญาณบรรพกาล "รินทร์ เลือด... คุณเลือดออก!" แพรวาร้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นหยดเลือดไหลรịnลงมาจากมุมปากของชายหนุ่ม เธอทำท่าจะลุกขึ้นเพื่อเข้าไปช่วย แต่ถูกเสียงดุห้ามไว้อย่างเฉียบขาด "อยู่เฉยๆ แพรวา! ห้ามขยับเด็ดขาด!" รินทร์หันมามองด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยแต่เด็ดเดี่ยว "ผมไม่เป็นไร... แค่นี้ยังทำอะไรผมไม่ได้หรอกครับ" ทว่า ในวินาทีที่ความสนใจของรินทร์พะว้าพะวังอยู่กับคนรัก เงาดำสายหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นเรือนก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยต่อของแผ่นไม้ด้วยความเร็วสูง มันพุ่งตรงเข้าหาแพรวาจากด้านหลังโดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว! รินทร์เบิกตาโพรง ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง สัญชาตญาณนักปราบผีร้องเตือนภัยถึงขีดสุด เขาพุ่งตัวเข้าไปขวางกลางอากาศอย่างไร้ความลังเล คว้าด้ามมีดหมออาคมประจำกายแทงสวนเข้าใส่เงาดำนั้นเต็มแรง พร้อมกับใช้แขนอีกข้างโอบกอดร่างของแพรวาหลบวิถีการโจมตีอย่างหวุดหวิด ร่างของทั้งสองกลิ้งไปกับพื้นไม้ตามแรงเหวี่ยง รินทร์ใช้ร่างกายของตนเองเป็นเกราะกำบังปกป้องแพรวาจากแรงกระแทก กลิ่นอายความตายพุ่งเข้าปะทะใบหน้าจนชาหนึบ แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยให้อ้อมแขนที่โอบกอดหญิงสาวคลายลงแม้แต่น้อย "เจ็บไหมครับแพรวา" รินทร์กระซิบถามเสียงพร่า ลมหายใจเริ่มติดขัด แพรวาส่ายหน้าช้าๆ น้ำตารื้นคลอเบ้าตาด้วยความซาบซึ้งและหวาดกลัว "ไม่ค่ะ... รินทร์ล่ะคะ เลือดออกเยอะมากเลย..." รินทร์ไม่ได้ตอบคำถาม เขายันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้จะรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวไหล่ขวาจากการโดนไสยเวทเงากัดกินผิวเนื้อ แต่แววตากลับยิ่งคมกริบและดุดันขึ้นเป็นทวีคูณ การที่พวกมันส่งกองทัพวิญญาณมาถ่วงเวลาเช่นนี้ ย่อมหมายความว่า "ตัวการใหญ่" กำลังทำพิธีกรรมสำคัญอยู่ในรัศมีที่ไม่ไกลจากที่นี่แน่นอน ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมพลังปราณและอาคมที่เหลืออยู่ทั้งหมด มือขวาชูด้ามมีดหมอขึ้นฟ้า ท่องคาถาบทสุดท้ายที่ทรงพลังที่สุดเพื่อกวาดล้างสิ่งชั่วร้ายรอบกายให้สิ้นซากในคราเดียว ทว่า ก่อนที่คมมีดจะสะบัดลงเพื่อปลดปล่อยพลังอาคมขาว แสงไฟรอบห้องก็ดับวูบลงสนิท เหลือเพียงความมืดมิดสนิทที่แม้แต่แสงจันทร์ก็สาดส่องไม่ถึง และในความเงียบงันที่น่าอึดอัดนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ แผ่วเบา แต่ก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง... *"ฝีมือพัฒนาขึ้นนี่... ไอ้ศิษย์น้องทรยศ"* ร่างสูงโปรดของชายในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้เงาฮู้ด ทว่ารอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปากนั้นทำให้รินทร์ต้องชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า ใครคือผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าในเวลานี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างและเอาใจช่วยรินทร์มา ณ ที่นี้นะครับ อรุณมนตราขาว
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%