“ถ้าเจ้ายังลังเล... วิญญาณของอาจารย์เจ้าจะไม่มีวันไปสู่สุคติ แต่จะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดให้ข้ากระชากเล่นในนรกที่ไม่มีวันจบสิ้น”
น้ำเสียงที่คุ้นเคย แผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบข้างใบหู แต่กลับหนักแน่นประหนึ่งค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ รินทร์หยุดฝีเท้าลงกลางโถงทางเดินที่ว่างเปล่าของคฤหาสน์ร้าง กลิ่นธูปเก่าปนกับกลิ่นสาบสางของความตายลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ เขากระชับกำไลประคำไม้พยุงในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคมเข้มดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองไปยังความมืดเบื้องหน้า ที่ซึ่งภาพนิมิตของแพรวากำลังยืนหันหลังให้เขา
“นั่นไม่ใช่แพรวา” รินทร์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาเย็นเยียบและมั่นคง แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความกังวล “เจ้ากำลังเล่นตลกกับความตายอยู่นะ... ไอ้เงาจอมปลอม”
ร่างในชุดสีขาวที่ดูเหมือนแพรวากลายร่างช้าๆ ผิวหนังที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มปริแตก เผยให้เห็นไอหมอกสีดำมืดที่ไหลเวียนอยู่ภายในเหมือนเลือดพิษ มันหันกลับมา แววตาที่เคยอ่อนโยนกลับกลายเป็นหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง มันยกยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าสะพรึงกลัว
“รินทร์... ช่วยฉันด้วย” เสียงของแพรวาขาดห้วง สลับกับเสียงหัวเราะแหบแห้งของชายแก่ “เขาจะฆ่าฉัน... รินทร์ มาหาฉันสิ แค่ก้าวเดียว... ก้าวเดียวเท่านั้น เจ้าจะได้พลังที่จะล้างแค้นให้อาจารย์ของเจ้าได้ทุกอย่าง”
รินทร์สูดหายใจลึก เขาหลับตาลงสัมผัสถึงกระแสพลังอาคมที่หมุนวนอยู่รอบกาย กลิ่นอายนี้ไม่ใช่เพียงมายา แต่มันคือ ‘คำสาปทอรัก’ ที่ถูกถักทอด้วยจิตอาฆาตเพื่อกัดกินศรัทธาของผู้ใช้ไสยเวท หากเขาเผลอใจไปเพียงนิด หรือเกิดความโกรธแค้นจนขาดสติ รอยสักอาคมบนแผ่นหลังของเขาจะกลายเป็นโซ่ตรวนที่ดึงเขาลงสู่ด้านมืดทันที
เขาลืมตาขึ้น ดวงตาสีเข้มฉายแววเด็ดขาด “วิชาของข้ามีไว้เพื่อคุ้มครอง ไม่ใช่เพื่อสนองตัณหาของมารอย่างเจ้า”
รินทร์สะบัดมือออกไปเบื้องหน้า ฝ่ามือเปล่าที่ไร้อาวุธกลับส่องแสงสีขาวนวลตาเป็นอักขระโบราณที่สว่างวาบไปทั่วโถงทางเดิน แสงนั้นปะทะเข้ากับร่างจำลองของแพรวาจนมันกรีดร้องเสียงแหลมสูง สิ่งนั้นพยายามคว้าอากาศอย่างบ้าคลั่ง ร่างของมันสลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำร่วงกราวลงพื้น แต่ทว่า... ทันทีที่เถ้าถ่านเหล่านั้นแตะพื้น มันกลับก่อตัวใหม่กลายเป็นร่างของหญิงสาวอีกคนที่รินทร์คุ้นเคยดี
ภาพของ ‘อาจารย์’ ที่เสียชีวิตไปแล้วกำลังยืนอยู่ตรงหน้า มือของชายชราถือคัมภีร์ใบลานเล่มสุดท้ายที่หายสาบสูญไปก่อนการตายของเขา
“รินทร์... เจ้าเก่งขึ้นมาก” เสียงอาจารย์ดูอบอุ่นและเปี่ยมด้วยเมตตา “แต่เจ้ายังไม่รู้ความจริง... แพรวาน่ะ ไม่ใช่คนที่เจ้าควรปกป้อง แต่คือคนที่จ้องจะสังหารเจ้ามาตั้งแต่ต้น”
รินทร์ชะงัก ฝีเท้าที่ก้าวออกไปหยุดลงกลางคัน ความสับสนเริ่มแทรกซึมผ่านรอยร้าวของความเหนื่อยล้า เขาไม่ได้กลัวตาย แต่ความทรงจำเกี่ยวกับแพรวาที่ผ่านมา ทั้งรอยยิ้ม ทั้งความห่วงใย มันเป็นเรื่องโกหกอย่างนั้นหรือ? จิตใจของเขาสั่นคลอนเหมือนเรือน้อยที่โต้คลื่นพายุ
“เจ้าโกหก” รินทร์กัดฟันแน่น เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ “อาจารย์ตายไปแล้ว ท่านไม่มีทางกลับมาพูดเรื่องพรรค์นี้”
“ความตายเป็นเพียงประตูหมุน รินทร์” ร่างอาจารย์ก้าวเข้ามาใกล้ แววตาคู่นั้นดูราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงดวงวิญญาณ “ลองเปิดใจดูสิ... ลองใช้พลังที่เจ้าสะสมมาอ่านคัมภีร์นี้ แล้วเจ้าจะเห็นว่าในหัวใจของแพรวามีตราประทับของ ‘เงา’ ซ่อนอยู่ เธอคือภาชนะที่จอมขมังเวทใช้ส่องกระจกดูเจ้ามาตลอด”
รินทร์รู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง เขาหยิบยื่นมือออกไปหาคัมภีร์ในมืออาจารย์อย่างเลื่อนลอย สติสัมปชัญญะเริ่มพร่ามัวจากการถูกโจมตีทางจิตอย่างหนักหน่วง สิ่งที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิตเริ่มแตกร้าว
แต่ในจังหวะที่ปลายนิ้วเกือบจะแตะโดนคัมภีร์นั้น รินทร์ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่ผิดปกติ ความเย็นที่ไม่ได้มาจากพลังอาคม แต่มาจาก ‘ความตาย’ ที่แท้จริง
เขาสะดุ้งเฮือกพลันดึงมือกลับและหมุนตัวฟาดฝ่ามือใส่ความว่างเปล่าด้านข้างทันที!
*เปรี้ยง!*
เสียงอาคมปะทะกันดังกึกก้องเหมือนสายฟ้าฟาด ร่างอาจารย์หายวับไปทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะอันน่ารังเกียจที่ดังก้องไปทั่วทุกทิศทาง รินทร์หอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เขาเกือบพลาด... เกือบจะตกหลุมพรางที่มันขุดไว้ด้วยความรักและความเคารพของเขาเอง
“ฉลาดนักนะ” เสียงของจอมขมังเวทเงาดังขึ้น ไม่ใช่จากความมืด แต่มาจากทุกๆ อณูของอากาศ “แต่เจ้าปกป้องนางได้นานแค่ไหนกันรินทร์ ในเมื่อตอนนี้... นางไม่ได้อยู่ที่นี่กับเจ้า”
หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ เขาควานหาเครื่องรางที่เขาให้แพรวาพกติดตัวไว้ตลอดเวลา แสงจากเครื่องรางนั้นดับวูบไปแล้ว... เหลือเพียงความมืดมิดที่กลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว
ในขณะที่รินทร์กำลังจะเร่งฝีเท้ากลับไปยังจุดที่เขาทิ้งแพรวาไว้ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดข้างหลังเขา เป็นเสียงที่เขารู้จักดีที่สุดในชีวิต
“รินทร์... ช่วยฉันด้วย... เขาแทงฉัน...”
รินทร์หันกลับไปพบแพรวานั่งทรุดอยู่กับพื้น เลือดสีสดไหลเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของเธอ มือของเธอสั่นเทาขณะยื่นมาหาเขา แต่ทว่า... เมื่อรินทร์มองลึกลงไปในดวงตาของเธอ เขากลับเห็นเงาสีดำรูปหัวกะโหลกสะท้อนอยู่ในม่านตาคู่นั้น และที่สำคัญที่สุด... บาดแผลที่หน้าอกของเธอ กลับไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว!
เขารู้สึกถึงปลายมีดเย็นเฉียบที่จ่ออยู่ที่ลำคอของเขาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
“สายไปแล้วรินทร์... คนที่เจ้าควรระวัง ไม่ใช่ข้า... แต่เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเจ้าต่างหาก”
รินทร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาของตัวเองบนพื้นกำลังยกมือขึ้นถือมีดอาคมจ่อคอหอยของเขาอยู่ แทนที่จะเป็นตัวเขาเอง... นี่เขาถูกสลับร่าง หรือถูกบังคับให้เห็นภาพหลอนที่สมบูรณ์แบบที่สุดกันแน่?
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - อรุณมนตราขาว
อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 27
คำลวงของมาร
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!