กลิ่นอายจางๆ ของไคล์กลีเซอรีนและธูปหอมโบราณยังคงอบอวลอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมคับแคบแห่งนี้ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบไม่ใช่กลิ่นฉุนเหล่านั้น มันคือสัมผัสจากร่างบางในอ้อมแขนที่เริ่มเย็นเฉียบลงทุกที
"แพรวา... ตั้งสติไว้ครับ"
ผมกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจของตัวเองติดขัดอยู่ในลำคอ ยามเมื่อสายตากวาดมองผ่านเนื้อผ้าสีอ่อนที่ฉีกขาดบริเวณหัวไหล่ขวาของเธอ รอยสักอักขระโบราณเส้นสีดำสนิทราวกับหมึกจีนผสมเลือดอาถรรพ์ กำลังเลื้อยวนและขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต มันเปล่งประกายเรืองรองจางๆ แข่งกับแสงไฟนีออนสลัวบนเพดาน
นี่ไม่ใช่รอยสักที่มนุษย์ทั่วไปขีดเขียนขึ้นมาด้วยเข็มและหมึก แต่มันคือ "รอยตราอาคม" สายดำสนิทที่ถูกประทับลงบนเนื้อหนังมังสาโดยตรงผ่านพิธีกรรม "ฝังเงา"
แพรวาสะดุ้งเฮือก ร่างกายของเธอสั่นเทิ้ม ดวงตาที่เคยสุกใสและเปี่ยมด้วยความอ่อนโยน ค่อยๆ เงยขึ้นมองผม ชั่วขณะหนึ่ง... นัยน์ตาคู่นั้นไหววับ ประกายสีดำทมิฬวาบผ่านเข้าไปในม่านตาคู่งามราวกับมีใครอีกคนกำลังมองผ่านหน้าต่างบานนั้นออกมา
"รินทร์..." เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงของแพรวาคนที่ผมรู้จัก เสียงนั้นแหบต่ำและเจือด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก "คุณช่วยเธอไม่ได้หรอก... คนใกล้ตัวที่สุด มักจะเป็นคนที่มีมีดซ่อนอยู่ข้างหลังคมที่สุดเสมอ... รู้ไหมครับ?"
สรรพนามและน้ำเสียงนั้นทำให้ผมขนลุกซู่ ความหนายะเยือกพุ่งทะลุจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่สันหลัง ในฐานะหมอผีที่ผ่านการปะทะกับไสยเวทมานักต่อนัก ผมรู้ดีว่านี่คืออาการของ "จิตซ้อนจิต" หรือการถูกครอบงำด้วยอาคมระยะประชิด ผู้ที่จะทำเช่นนี้ได้... ต้องเป็นคนที่เข้าใกล้แพรวาอย่างสนิทสนมจนสามารถแตะต้องตัวและวาง "ยันต์เงา" ลงบนร่างเธอได้โดยที่เธอไม่ทันระวังตัว
ผมรีบยกมือขวาขึ้น ท่องคาถาบท "พระพุทธเจ้าปราบมาร" ในใจ พร้อมกับกดนิ้วหัวแม่มือลงที่กึ่งกลางหน้าผากของเธอเพื่อสะกดกั้นพลังชั่วร้ายที่กำลังแผ่ซ่าน
"ถอยไป!" ผมคำรามลั่น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาด แสงสีขาวนวลจากพลังอาคมพวยพุ่งออกจากปลายนิ้วของผมเข้าปะทะกับรอยสักบนหัวไหล่ของแพรวาอย่างจัง
*เปรี้ยะ!*
เสียงคล้ายประจุไฟฟ้าลัดวงจรดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มควันสีเทาลอยกรุ่นออกมาจากผิวหนังของหญิงสาว แพรวากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน ดวงตาของเธอกลับมาเป็นปกติในชั่วพริบตา ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะอ่อนปวกเปียกและทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของผม
ผมรวบร่างเธอไว้แน่น หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความโกรธเกรี้ยวและวิตกกังวลระคนกัน อาคมที่ฝังอยู่ในตัวแพรวาไม่ใช่แค่ไสยดำทั่วไป แต่มันคือสายใยวิญญาณที่เชื่อมโยงเธอกับ "จอมขมังเวทเงา" ผู้อยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมด
สายตาสีเข้มของผมกวาดมองไปรอบห้องแคบๆ แห่งนี้ บนโต๊ะทำงานมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งเปิดคาไว้ กองเอกสารการสืบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเกินความจำเป็น แก้วกาแฟสองใบนึ่งกรุ่นวางอยู่... แก้วหนึ่งพร่องไปครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกแก้วยังเต็มไปด้วยกาแฟดำสนิทที่ยังไม่ถูกแตะต้อง
มีคนอื่นอยู่ในห้องนี้ก่อนที่ผมจะพังประตูเข้ามา... และคนๆ นั้นเพิ่งจะเดินออกไปทางประตูด้านหลังไม่ถึงวินาที
ผมวางแพรวานอนราบลงบนโซฟาอย่างเบามือที่สุด ถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาห่มให้เธอเพื่อบรรเทาอาการหนาวสั่น มือหนาเอื้อมไปหยิบยันต์เกราะเพชรติดตัวไว้ ก่อนจะก้าวช้าๆ ไปยังประตูด้านหลังที่แง้มอยู่เล็กน้อย ลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกเข้ามาปะทะใบหน้า กลิ่นจางๆ ของ "ใบสนแห้ง" และ "กำยานเก่า" ลอยมาแตะจมูก—กลิ่นเอกลักษณ์ที่ผมจดจำได้ขึ้นใจ กลิ่นที่ควรจะเลือนหายไปพร้อมกับกองเพลิงในคืนวันอุบาทว์เมื่อสามปีก่อน
กลิ่นของ "อาจารย์ทรนง" ผู้ล่วงลับ
ผมชะงักฝีเท้า หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เป็นไปไม่ได้... อาจารย์ของผมเสียชีวิตในกองเพลิงวันนั้น ศพของท่านถูกเผาไหม้จนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ผมเป็นคนทำพิธีส่งวิญญาณด้วยมือตัวเอง... แล้วกลิ่นนี้มันคืออะไร?
"คุณกำลังสงสัยในสิ่งที่ตาเห็นใช่ไหมครับ... รินทร์"
เสียงทุ้มนุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณระเบียงด้านนอก เสียงนั้นคุ้นหู เสียดแทงเข้ามาในโสตประสาทจนผมต้องกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ผมหันขวับไปมอง เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากม่านราตรีเข้ามาในแสงไฟสลัว ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มเรียบร้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาที่เปี่ยมด้วยความเมตตาเช่นเดียวกับทุกๆ วันตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่ผมเคยเคารพรัก
นั่นคือ "สารวัตรกริช" นายตำรวจผู้ใหญ่ที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนผมในทุกคดีความ... ผู้ชายที่นั่งดื่มกาแฟร่วมโต๊ะกับผมเมื่อวานนี้ ผู้ชายที่รู้ความเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของผมและแพรวา
สารวัตรกริชยกมือขึ้นจัดปกเสื้ออย่างใจเย็น สายตาคมกริบมองตรงมาที่ผมโดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"ตกใจมากสินะครับ ที่รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเงาทั้งหมด... คือคนใกล้ตัวที่คุณไว้วางใจมากที่สุด" สารวัตรกริชเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย รากำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป "ความจริงมันมักจะน่าขมขื่นแบบนี้เสมอแหละครับ รินทร์... ยิ่งคุณพยายามไขว่คว้าหาความจริงมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งพบว่า มือที่คุณจับเพื่อร่วมทางมาตลอด คือมือคู่นั้นเองที่เป็นคนผลักแพรวาลงไปในหลุมศพ"
ผมยืนนิ่งเป็นหุ่นปั้น ลมหายใจสะดุดกึก ความเจ็บปวดร้าวลึกเสียดแทงเข้ามาในอกซ้ายยิ่งกว่าถูกคมมีดกรีด รอยต่อของเรื่องราวทั้งหมดเริ่มประกอบเข้าหากันในหัว สมจิ๋ว, เหยื่อรายก่อนหน้า, รอยสักบนตัวแพรวา, และข้อมูลลับที่รั่วไหลไปให้ฆาตกรทุกครั้ง... ทุกอย่างกระจ่างชัดในวินาทีนี้
ผมมองหน้าชายที่ผมเคยนับถือเสมือนพ่อคนที่สอง แววตาของผมว่างเปล่าแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่ถูกกดทับไว้ใต้ความนิ่งสงบ
"ทำไมครับ... สารวัตร" ผมเอ่ยถาม เสียงลอดไรฟัน ต่ำและเย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง
สารวัตรกริชหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาที่เคยอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความมืดบอดที่ลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง เขายกมือขึ้นแตะที่รอยแผลเป็นจางๆ บริเวณลำคอ—รอยแผลเดียวกับที่อาจารย์ทรนงเคยมี
"เพราะว่า... วิชาอาคมขาวที่คุณถือครองอยู่ มันไม่เคยสมบูรณ์แบบยังไงล่ะครับ" สารวัตรกริชยิ้มเหี้ยม "และเพื่อจะทำให้มันสมบูรณ์ ฉันจำเป็นต้องใช้ 'ภาชนะ' ที่บริสุทธิ์ที่สุด... ซึ่งก็คือผู้หญิงที่นอนอยู่ข้างหลังคุณนั่นแหละ!"
พูดจบทันที สารวัตรกริชก็สะบัดมือขวาออก ร่างของเงาดำนับสิบสายพุ่งทะลุตึกเข้ามาโอบล้อมผมจากทุกทิศทาง พร้อมกับเสียงหัวเราะก้องกังวานที่บาดลึกถึงวิญญาณ
และก่อนที่ผมจะได้ก้าวเข้าไปประจันหน้า ความจริงอีกหนึ่งเรื่องที่โหดร้ายยิ่งกว่าก็ปรากฏขึ้น เมื่อแพรวาที่ควรจะหมดสติอยู่บนโซฟา... ค่อยๆ พยุงร่างลุกขึ้นยืนช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่งตรงมาให้ผมจากด้านหลัง!
---
*(ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดและสัจธรรมอันเจ็บปวดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - อรุณมนตราขาว)*
อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 26
ความจริงที่ขมขื่น
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!