"เจ้ากำลังกลัว... ไม่ใช่กลัวตาย แต่กลัวว่าหากพลาดพลั้ง แพรวาจะเป็นฝ่ายดับสูญไปตลอดกาล"
เสียงแหบพร่าของหลวงตาสมหมายดังก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบงันของถ้ำศิลาอาสน์ รินทร์นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ สองมือนิ่งสนิทบนหน้าตัก แต่ทว่าภายในใจกลับประดุจมหาสมุทรที่ถูกพายุซัดกระหน่ำ ภาพใบหน้าของแพรวาที่ซีดเซียวจากผลกระทบของอาคมเงาเมื่อคืนยังคงวนเวียนไม่จางหาย
"จิตที่หวั่นไหว คือช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดของนักอาคมครับหลวงตา" รินทร์ตอบกลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความสั่นไหวเล็กน้อยในห้วงลึก "ผมรู้ดี... แต่ตราบใดที่มันยังมีลมหายใจและจ้องจะพรากเธอไป ผมจะให้จิตนิ่งดั่งหินผาได้อย่างไร"
หลวงตาสมหมายลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาของท่านดุจประกายเพชรที่มองทะลุผ่านรูขุมขนของรินทร์ "การชำระจิตใจไม่ใช่การกำจัดความรักหรือความห่วงใยทิ้งไป แต่มันคือการวางจิตไว้เหนือความรู้สึกนั้น หากเจ้าปล่อยให้ความรักกลายเป็นโซ่ตรวน เจ้าจะพ่ายแพ้ให้กับจอมขมังเวทเงาตั้งแต่ยังไม่เริ่มร่ายอาคม"
รินทร์หลับตาลง พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจาย เขาเริ่มบริกรรมคาถาหัวใจธรณี อักขระโบราณสีทองเรืองรองปรากฏขึ้นรอบกาย แต่ทว่าแทนที่จะเป็นไออุ่นของอาคมขาว กลับมีหมอกควันสีดำสนิทแทรกซึมเข้ามาในห้วงสมาธิ มันคือกลิ่นสาบของไสยดำ กลิ่นของความตายที่ติดตามเขามาทุกฝีก้าว
*เจ้าไม่มีวันปกป้องใครได้... รินทร์*
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาท มันคือเสียงของศัตรูที่อยู่เบื้องหลังเงา รินทร์ขบกรามแน่น เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เขาเห็นภาพในนิมิต... แพรวากำลังถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งความมืดมิดในสถานที่ที่เขาไม่รู้จัก เธอกำลังร้องเรียกชื่อเขา ดวงตาคู่สวยที่เคยเปี่ยมด้วยชีวิตชีวากำลังดับแสงลง
"อย่า... อย่าแตะต้องเธอ!" รินทร์ตะโกนก้องในใจ สมาธิเริ่มแตกซ่าน อาคมรอบกายเขาสั่นไหวรุนแรงจนหินรอบถ้ำเริ่มร้าว
"รินทร์! ตั้งสติ!" เสียงตวาดของหลวงตาดังขึ้นราวกับเสียงระฆังทองคำ กระชากสติของชายหนุ่มให้กลับมาอยู่กับตัว "สิ่งที่เจ้าเห็นคือนิมิตลวง! มันใช้ความรักของเจ้าเป็นเหยื่อล่อให้เจ้าตกหลุมพราง หากเจ้าหลงกลไปกับมัน จิตของเจ้าจะถูกดูดกลืนเข้าสู่แดนสนธยา และนั่นคือจุดจบของทั้งเจ้าและหญิงสาวผู้นั้น!"
รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ยากที่สุด คือการปล่อยวางสิ่งที่เขารักที่สุดไว้ชั่วคราว เขาจินตนาการถึงเปลวไฟสีขาวบริสุทธิ์เผาผลาญความห่วงใยที่ร้อนรุ่มให้กลายเป็นความเยือกเย็น ดั่งกระแสธารที่ไหลผ่านหุบเขา ความเจ็บปวดจากการสูญเสียอาจารย์ที่เคยเป็นแผลเป็นในใจเริ่มถูกเยียวยาด้วยอาคมแห่งการปล่อยวาง
ในตอนนั้นเอง ความมืดมิดที่รุมเร้าก็ถูกตีกลับ รัศมีสีขาวโพลนพุ่งออกจากร่างของรินทร์ แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วถ้ำศิลาอาสน์ ชำระล้างไอชั่วร้ายที่ฝังตัวอยู่ในเงามืดให้มลายสิ้น
เมื่อรินทร์ลืมตาขึ้น แววตาของเขามีเพียงความสงบดั่งพื้นน้ำที่ไร้คลื่นลม แต่ทว่าความมุ่งมั่นในแววตานั้นกลับน่าเกรงขามกว่าครั้งไหนๆ
"ผมเข้าใจแล้วครับหลวงตา... ความรักคือพลัง แต่มันต้องถูกใช้ด้วยปัญญา ไม่ใช่ความเขลา" รินทร์ก้มกราบหลวงตาด้วยความเคารพสูงสุด
"เจ้าผ่านบททดสอบขั้นต้นแล้ว" หลวงตาสมหมายพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "แต่จงระวัง... อาคมเงาไม่ได้มีไว้แค่ทำลายคน แต่มีไว้เพื่อล่อลวงให้เจ้าเปิดประตูบานที่ไม่มีวันปิดลงได้อีก"
รินทร์ลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แววตาสุขุมกลับมาฉายแววดุดันอีกครั้ง เขาเดินออกจากถ้ำศิลาอาสน์ด้วยก้าวย่างที่มั่นคง ทว่าทันทีที่เขาออกมาสู่แสงสว่างภายนอก ความรู้สึกเยือกเย็นประหลาดก็แล่นผ่านสันหลัง
มีบางอย่างผิดปกติ... กลิ่นอายที่เขาได้รับสัมผัสไม่ใช่ไอของภูตผีธรรมดา แต่มันคือกลิ่นน้ำหอมที่เขารู้จักดี... กลิ่นดอกมะลิอ่อนๆ ที่แพรวามักใช้ประจำ
เขาหยุดกึก หัวใจที่เพิ่งฝึกชำระให้สงบกลับเต้นรัวด้วยความกังวล รินทร์หันไปมองรอบกายอย่างรวดเร็ว ในป่าลึกที่เงียบสงัดไร้ซึ่งเสียงนกร้อง ไร้ซึ่งเสียงลมพัดผ่าน มีเพียงกระดาษยันต์ใบหนึ่งที่ถูกปักไว้บนต้นไม้ใหญ่ด้านหน้า... มันไม่ใช่ยันต์ที่เขาเคยเห็น แต่มันคือยันต์สะกดวิญญาณที่เขียนด้วยเลือดสดๆ
รินทร์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ มือขวาหยิบมีดหมออาคมประจำกายออกมาโดยอัตโนมัติ เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะกระดาษยันต์นั้น ทันใดนั้น กระดาษยันต์ก็ลุกไหม้เป็นเปลวไฟสีเขียวหม่น และเสียงของแพรวาก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่า
*"รินทร์... ช่วยฉันด้วย... ฉันไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว"*
ไม่ใช่แค่เสียง... มันคือภาพโฮโลแกรมอาคมที่ฉายให้เห็นร่างของแพรวาถูกขังอยู่ในกรงแก้วกลางมหาสมุทรที่มืดมิด เบื้องหลังของเธอคือชายในชุดคลุมสีดำสนิทที่มองตรงมายังรินทร์ผ่านนิมิตนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของรินทร์เย็นเยียบ
"ถึงเวลาที่เจ้าต้องเลือกระหว่าง 'เกียรติยศแห่งสายอาคมขาว' กับ 'ชีวิตที่เจ้าหวงแหน' แล้วล่ะ รินทร์... เลือกผิดเพียงก้าวเดียว แพรวาจะกลายเป็นภาชนะของข้าในคืนจันทร์ดับนี้"
อรุณมนตราขาวขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรินทร์ในเส้นทางสายอาคมนี้ และหวังว่าทุกท่านจะคอยลุ้นไปกับการตัดสินใจครั้งสำคัญของเขาในตอนถัดไปนะครับ
อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 28
ชำระจิตใจ
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!