"เราเดินหมากผิดตาไปกี่ก้าวแล้วครับแพร"
รินทร์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักที่มืดสลัว แสงไฟสลัวจากเทียนเล่มเดียวที่ปักไว้กลางห้องถูกลมวูบหนึ่งพัดจนไส้เทียนสั่นไหว เขาไม่ได้หันไปมองหญิงสาวที่นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟา ดวงตาคมกริบของหมอผีหนุ่มจ้องมองไปยังยันต์อักขระโบราณที่เขาวาดไว้บนพื้นไม้ มันเป็นอาคมเกราะแก้วเจ็ดชั้นที่เขาเชื่อมั่นว่าไม่มีไสยเวทใดจะเจาะทะลวงผ่านเข้ามาได้ ทว่าในยามนี้ รอยร้าวเล็กๆ เส้นหนึ่งกลับปรากฏขึ้นกลางยันต์อักขระตัว 'นะ' ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอาคมทั้งหมด
แพรวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอที่เคยสดใสยามนี้กลับฉายแววหม่นหมอง เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากรอยร้าวนั้น "มันไม่ได้พยายามบุกเข้ามาหรอกค่ะ... รินทร์ แต่มันกำลังหัวเราะเยาะเราอยู่ เหมือนกับว่าแผนการที่คุณวางไว้เมื่อคืน มันรู้ทันตั้งแต่เรายังไม่ได้เริ่มเดินด้วยซ้ำ"
คำว่า 'ค่ะ' ของแพรวาทำเอาหัวใจของรินทร์กระตุกวูบ เขาหันมามองคนรัก แววตาของเขาอ่อนลงชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามวิสัยของนักสู้ผู้ปกป้อง "ผมปิดกั้นกระแสจิตทุกทาง ทำสมาธิในมณฑลพิธีที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ แต่อักขระนี้... มันสะท้อนถึงการถูกทำลายจากข้างใน ไม่ใช่จากข้างนอก"
เขาลุกขึ้นเดินไปทรุดตัวลงข้างๆ แพรวา ฝ่ามืออุ่นของเขากุมมือที่สั่นเทาของเธอไว้ "บอกผมเถอะแพรวา ในนิมิตเมื่อครู่ คุณเห็นอะไร?"
แพรวานิ่งไปนาน ความเงียบในห้องกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่เธอจะตัดสินใจกระซิบเสียงแผ่ว "มีคนใส่ชุดสีดำสนิท ยืนอยู่บนยอดเจดีย์ร้างที่เดียวกับที่คุณจะไปทำพิธีสะกดวิญญาณในคืนนี้ เขาไม่ได้ถืออาคม ไม่ได้ถือของขลัง... แต่เขาถือ 'เส้นผม' ของคุณ รินทร์... มันเป็นผมของคุณที่หายไปจากแปรงเมื่อสามวันก่อน"
รินทร์นิ่งค้างไป ความเย็นเยือกแล่นปราดจากสันหลังขึ้นสู่สมอง เขารู้ดีว่าการได้เส้นผมไปนั้นหมายถึงอะไร มันคือการทำ 'พันธะสัญญาทางอาคม' หากศัตรูมีผมของเขาและสามารถล่วงรู้ตารางเวลาของเขาได้ นั่นหมายความว่าภายใน 'อาคมขาว' ที่เขาภาคภูมิใจ มีสายลับ... ไม่ใช่คน แต่เป็น 'เงา' ที่แทรกซึมเข้ามากับลมหายใจของเขาเอง
"คุณถูกวางยาโดยไม่รู้ตัว" รินทร์พึมพำกับตัวเอง สายตาเหลือบไปมองแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ซึ่งเขามักจะดื่มก่อนนอนเสมอ "ผมประมาทเกินไป... คิดว่าตัวเองมีตบะแก่กล้าพอจะป้องกันคนรอบข้างได้ แต่ที่จริงแล้วศัตรูไม่ได้จ้องจะทำร้ายคุณ แต่มันจ้องจะ 'ใช้' คุณเป็นสะพานเชื่อมต่อมาถึงผม"
รินทร์ลุกขึ้นเดินไปที่กระจกเงาบานใหญ่ในห้อง เขาเพ่งมองเงาสะท้อนของตนเองอย่างพินิจพิเคราะห์ พลังอาคมขาวในกายเขากำลังสั่นไหว มันเหมือนกับน้ำที่กำลังเดือดพล่านด้วยแรงกระเพื่อมจากบางสิ่งที่ชั่วร้ายกว่า หากเขาออกไปเผชิญหน้ากับจอมขมังเวทเงาในสภาพนี้ เขาไม่ได้ไปปราบมัน แต่เขากำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่มันเตรียมไว้ให้
"เราต้องเปลี่ยนแผน" รินทร์หันกลับมา แววตานิ่งสงบดุจผิวน้ำในยามไร้ลม "แพรวา คุณต้องจำไว้... ไม่ว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าคุณจะได้ยินเสียงผมเรียก หรือเห็นผมเดินกลับมาหาคุณ อย่าเปิดประตูเด็ดขาด"
"แล้วคุณล่ะ?" แพรวาลุกขึ้นยืน น้ำตาคลอเบ้า "คุณจะไปที่นั่นคนเดียวเหรอ? เจดีย์ร้างนั่นคือหลุมพรางชัดๆ!"
"ถ้าผมไม่ไป มันจะตามล่าคุณจนกว่าจะเจอ" รินทร์ยิ้มจางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้แต้มด้วยความสุข แต่เป็นรอยยิ้มของสุภาพบุรุษที่ยอมสละชีพเพื่อสิ่งที่รัก "อาคมขาวไม่ได้ปกป้องผม แต่มันปกป้องคุณ... นั่นคือหน้าที่เดียวที่ผมยึดถือ"
เขาก้าวเดินไปหยิบมีดหมอเล้ามวลสารลงอาคมที่วางอยู่ข้างหมอน ก่อนจะเดินออกไปที่ประตูห้อง ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับพรึบลงโดยไม่มีเหตุผล กลิ่นธูปเก่าๆ ที่ไม่ได้จุดอบอวลไปทั่วบริเวณ ความมืดมิดขยายตัวราวกับมีชีวิต รินทร์หยุดชะงัก ฝ่ามือกระชับด้ามมีดหมอแน่นจนขึ้นข้อขาว
"รินทร์... ดูที่หน้าต่างนั่นสิ!" แพรวาร้องเสียงหลง
ที่บานหน้าต่างกระจก เงาร่างสีดำร่างหนึ่งไม่ได้ยืนอยู่ข้างนอก แต่มันกำลัง 'แทรก' ผ่านกระจกเข้ามาเหมือนหมึกที่ละลายในน้ำ ใบหน้าใต้ผ้าคลุมสีดำที่เคยเลือนรางบัดนี้กลับชัดเจนขึ้น มันไม่มีดวงตา มีเพียงรอยฉีกขาดที่ปากซึ่งกำลังแสยะยิ้มกว้างถึงใบหู ร่างนั้นชูเส้นผมสีดำยาวหนึ่งเส้นขึ้นมาในอากาศ ก่อนจะค่อยๆ ม้วนพันเข้ากับนิ้วที่เรียวยาวราวกับกิ่งไม้แห้ง
รินทร์ตวัดมีดหมอในมือกลางอากาศ เกิดเป็นประกายไฟสีขาวเจิดจ้าขับไล่ความมืดออกไปได้เพียงชั่วพริบตา ทว่าในวินาทีที่แสงจางลง ร่างนั้นกลับหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าขนลุก และเสียงกระซิบที่ดังออกมาจาก 'เงาของรินทร์เอง' บนพื้นห้อง
*“เจ้าหมอผีโง่เขลา... เจ้าเชื่อในอาคมขาวจนลืมไปว่า เงาที่ยาวที่สุด เกิดจากแสงที่สว่างที่สุด... และนั่นแหละ คือทางที่ข้าจะเดินเข้าไปในหัวใจของเจ้า”*
รินทร์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทางประตูห้องที่ถูกล็อกไว้แน่นหนา ทว่าเขากลับพบว่าที่บานประตูนั่นเอง มีรอยมือเปื้อนเลือดสลักเป็นรูปอักขระอาถรรพ์ที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่มันกลับเรืองแสงสีม่วงคล้ำออกมาอย่างช้าๆ รอยร้าวในอาคมที่เขาเห็นบนพื้นเมื่อครู่เริ่มขยายตัวลามขึ้นมาบนผนังห้อง และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... รอยร้าวนั้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายใบหน้าของ 'อาจารย์' ผู้ล่วงลับของเขา
อาจารย์ที่ตายไปแล้วด้วยน้ำมือของจอมขมังเวทเงา... กำลังเอื้อมมือออกมาจากรอยแยกของมิติเพื่อเรียกหาเขา
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นไปกับรินทร์ในวิกฤตครั้งนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ อรุณมนตราขาว
อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 22
รอยร้าวในอาคมขาว
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!