"อย่ามองเข้าไปในเงาของตัวเอง แพรวา... ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าสิ่งนั้นมันไม่เคยหยุดหิว"
เสียงของรินทร์ราบเรียบ ทว่าสั่นสะเทือนถึงโสตประสาทของหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่กลางวงสายสิญจน์ แสงเทียนสีขาวเล่มเล็กหกเล่มที่ปักล้อมรอบกายพวกเขาสั่นไหวรุนแรง ทั้งที่ในห้องปิดตายไม่มีแม้แต่กระแสลม แพรวาเม้มปากแน่นจนห่อเลือด สายตาของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะเมื่อมองเห็นเงามืดที่มุมห้องเริ่มขยับเขยื้อน ราวกับมีชีวิตและกำลังกระหายเลือด
"รินทร์... มันไม่ได้มาแค่ตนเดียวใช่ไหมคะ... ไม่ใช่สิ... มันมาเป็นร้อย" แพรวาพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่า น้ำตาไหลรินออกจากหางตาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
รินทร์ขยับกายอย่างสุขุม เขาถอดเสื้อนอกออกเผยให้เห็นแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยสักอักขระอาคมสีแดงชาดที่เรืองแสงอ่อนๆ ท่ามกลางความมืดมิด มือหนาหยิบเอา 'เบี้ยแก้' บรรจุปรอทขึ้นมาถือไว้มั่น ก่อนจะหยิบแป้งเสกโรยลงบนฝ่ามือแล้วตบเบาๆ ลงบนพื้นไม้กระดาน กลิ่นควันธูปอบอวลขึ้นมาจนน่าเวียนหัว
"หลับตาลงเสีย" รินทร์สั่งพลางทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิเบื้องหน้าหญิงสาว "ต่อจากนี้ไม่ว่าคุณจะได้ยินเสียงอะไร หรือรู้สึกถึงสัมผัสที่เย็นเยียบแค่ไหน ห้ามลืมตาเด็ดขาด จงจำไว้ว่าลมหายใจของคุณคือปราการด่านสุดท้าย ถ้าคุณเปิดประตูจิตออกไปให้มัน พวกมันจะไม่มีวันปล่อยคุณไป"
"แต่รินทร์... คุณกำลังเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องฉัน ฉันไม่อยากให้คุณต้องแบกรับอาถรรพ์พวกนี้เพียงลำพัง"
รินทร์นิ่งไปอึดใจหนึ่ง สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงเมื่อมองสบตาคู่ที่เขารักที่สุด "ชีวิตที่เหลืออยู่ของผม ถ้ามันจะถูกใช้ไปเพื่อปกป้องคุณจากการถูกพวกเดรัจฉานวิชาดึงลงไปในขุมนรก... นั่นคือเกียรติสูงสุดที่หมอผีอย่างผมจะพึงมีแล้วครับ"
เขาสูดหายใจลึก เริ่มบริกรรมคาถาด้วยเสียงกังวานต่ำ ท่วงทำนองของบทสวดอาคมขาวโบราณเริ่มแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ทันใดนั้น เงาสีดำสนิทที่มุมห้องก็เริ่มกรีดร้อง มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงแหลมสูงที่บาดลึกถึงกระดูก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แพรวาที่หลับตาแน่นสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาบนบ่า ราวกับมีน้ำหนักของศพที่ไร้วิญญาณหลายสิบศพกำลังเกาะเกี่ยวเธอไว้
รินทร์หยิบมีดหมอเล่มเก่าแก่ออกมา จรดปลายมีดลงบนหยดน้ำมนต์กลางขันสัมฤทธิ์ แล้วสะบัดออกไปในอากาศเป็นรูปยันต์ห้าแถว อาคมสีขาวสว่างวาบขึ้น ตัดผ่านความมืดจนสิ่งชั่วร้ายที่รายล้อมอยู่ต้องถอยกรูออกไป
"เจ้าพวกวิญญาณเร่ร่อนที่ถูกจองจำด้วยคำสาปแช่ง... จงสดับฟัง... วันนี้ข้าในฐานะผู้สืบทอดสายขาว มิได้มาเพื่อทำลายล้างเพื่อความสะใจ แต่มาเพื่อปลดปล่อยพันธนาการที่พวกเจ้ามิได้ก่อ! ออกไปเสีย!"
สิ้นเสียงคำรามของรินทร์ เปลวเทียนทั้งหกเล่มดับพรึบลงพร้อมกัน ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมแทนที่ เสียงลมหายใจของแพรวาขาดห้วง รินทร์รีบคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของแพรวาทำให้เขารู้ทันทีว่า พิธีล้างอาถรรพ์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
"ลืมตาได้แล้วครับแพรวา"
หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่ห้องนั่งเล่นที่แสนคุ้นเคยอีกต่อไป ผนังห้องบัดนี้เต็มไปด้วยรอยนิ้วมือที่จารึกด้วยคราบสีดำสนิท ซึ่งค่อยๆ ไหลหยดลงมาเหมือนน้ำตาของคนบาป ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของรินทร์แทบหยุดเต้น คือเงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ด้านหลังแพรวา... มันไม่ใช่เงาของเธอ
ในกระจกนั้น มีใบหน้าของชายชราผู้หนึ่ง ใบหน้าซีกหนึ่งเหวอะหวะด้วยรอยไหม้ของไสยเวท ดวงตาสีขุ่นมัวจ้องมองมาที่รินทร์ผ่านกระจกด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนที่ริมฝีปากนั่นจะขยับโดยไร้เสียง
'อาคมของเจ้า... ปกป้องนางได้แค่เพียงร่างกาย... แต่จิตวิญญาณของนาง... เป็นของข้ามาตั้งแต่ต้นแล้ว รินทร์เอ๋ย'
รินทร์หน้าถอดสี เขาตวัดมีดหมอไปที่กระจกจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แต่เศษกระจกที่ร่วงหล่นลงพื้นกลับไม่ได้สะท้อนภาพห้องที่ว่างเปล่า แต่มันสะท้อนภาพเหตุการณ์ที่เขากำลังจะพบเจอในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า... ภาพของแพรวาที่นอนไร้สติอยู่บนกองเลือด และ 'ใครบางคน' ที่ยืนถือคัมภีร์หนังมนุษย์จ้องมองมายังรินทร์ด้วยดวงตาที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
มันคือดวงตาของอาจารย์ที่เขาเคารพรักที่สุด... ผู้ซึ่งตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านค่ำคืนที่แสนกดดันนี้ไปพร้อมกับผมในตอนที่สี่นะครับ แล้วพบกันในตอนต่อไปที่ความจริงจะเริ่มเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาครับ - อรุณมนตราขาว
อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 4
พิธีล้างอาถรรพ์
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!