อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 38

ข้ามเขตแดนวิญญาณ

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
"เจ้าไม่ใช่รินทร์ที่ข้าเคยรู้จัก... และรินทร์ที่ข้ารัก ก็ไม่มีวันมองข้าด้วยสายตาเย็นชาเช่นนั้น" เสียงของผมแหบพร่า สั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมามั่นคงดั่งหินผา มือขวาของผมกระชับยันต์อักขระโบราณที่เขียนด้วยเลือดนกกระจิบลงบนแผ่นทองเหลืองไว้แน่น ความร้อนจากกระแสอาคมเริ่มแผ่ซ่านปลายนิ้วจนผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เบื้องหน้าของผมไม่ใช่แพรวาที่เคยสดใส แต่เป็นร่างในชุดสีขาวเปื้อนเลือดที่ยืนนิ่งสงบอยู่กลางห้องมืดสนิท ดวงตาคู่นั้น... ที่เคยเป็นประกายอบอุ่น บัดนี้กลับกลายเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิตที่ถูกอาบด้วยไฟนรก เธอยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย พื้นห้องใต้ดินที่เคยเป็นปูนหยาบ บัดนี้กลับบิดเบี้ยวกลายเป็นมวลหมอกสีดำที่หมุนวนราวกับปากเหวไร้ก้นบึ้ง "เจ้าจะเรียกหาความรักจากภาชนะที่ตายไปแล้วไปทำไมกัน เล่ารินทร์?" เสียงของแพรวา... ไม่สิ เสียงของ 'สิ่งนั้น' ที่สิงสู่ร่างเธอขานตอบ น้ำเสียงนั้นแหบต่ำและทรงอำนาจ มันกระแทกเข้าที่โสตประสาทของผมราวกับค้อนทุบ ร่างของเธอค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้น โดยมีม่านควันดำพยุงร่างไว้เหมือนเส้นใยแมงมุมที่พันธนาการดวงวิญญาณเอาไว้ ผมกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากการฝืนใช้ 'มนตราเปิดมิติ' เริ่มกัดกินร่างกาย เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ผมไม่มีเวลาลังเล หากปล่อยให้ร่างนี้ถูกจอมขมังเวทเงาครอบงำไปมากกว่านี้ วิญญาณของแพรวาจะถูกกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว "ข้าไม่เรียกหาความรัก..." ผมก้าวเท้าผ่านรอยแยกของมิติที่เริ่มปริแตกออกราวกับกระจก "ข้ามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เจ้าไม่มีสิทธิ์ครอบครอง" ผมสะบัดมือขวา ยันต์อักขระพุ่งทะลุมวลหมอกสีดำเข้าปะทะกับหน้าอกซ้ายของเธอทันที! *เปรี้ยง!* เสียงอาคมกระทบกันดั่งอสนีบาตฟาดลงกลางใจมิติ แสงสีทองสว่างวาบขึ้นในความมืด ร่างของแพรวากระตุกแรง เธอหวีดร้องด้วยเสียงที่ฟังดูไม่ใช่คน ทว่าในจังหวะที่ม่านหมอกสีดำคลายตัวลง ผมเห็นรอยแผลที่เธอแทงตัวเอง... มันไม่ได้เป็นเพียงแผลฉกรรจ์ แต่มันคือประตูมิติที่เปิดออกสู่โลกหลังความตาย ผมไม่รอช้า พุ่งร่างเข้าหาเธอพร้อมกับร่ายมนต์สกัดกั้น "โอม... มหาศิลา ปิดกั้น... กั้นกาง... อักขระนารายณ์คลายอาถรรพ์!" ผมคว้าข้อมือเธอไว้ได้ แสงจากยันต์ที่ผมถืออยู่เชื่อมต่อกับพลังชีวิตของเธอ ผิวหนังของเธอเย็นเยียบจนผมรู้สึกได้ถึงกระดูก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด สิ่งที่น่ากลัวคือความว่างเปล่าในสายตาคู่นั้นที่กำลังจ้องมองทะลุผ่านตัวผมไป "รินทร์..." เธอเอ่ยชื่อผมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แววตาสีแดงฉานวูบไหวกลับมาเป็นสีนิลชั่วขณะ "หนีไป... มิติที่นี่... ไม่ใช่สำหรับคนที่มีชีวิต" "ไม่" ผมตอบสั้นๆ ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ถ้าไม่มีเจ้า โลกนี้ก็ไม่มีความหมายสำหรับข้าแต่แรกแล้ว" ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปราวกับถูกกระชาก มิติซ้อนทับที่ผมก้าวเข้ามาเริ่มสั่นคลอน เศษเสี้ยวของห้วงเวลาแห่งความตายพุ่งเข้ามาหาเราดั่งห่าฝนใบมีด ผมโอบกอดแพรวาไว้แน่น ถ่ายทอดพลังอาคมขาวเข้าปกป้องร่างของเธอจากกระแสความมืดที่พยายามจะกระชากวิญญาณเธอออกไป ผมรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลจากเบื้องลึก มันไม่ใช่แค่พลังของจอมขมังเวทเงา แต่มันคือ 'กฎของมิติ' ที่กำลังพยายามกำจัดผู้บุกรุกอย่างผมออกไป พื้นดินใต้เท้าหายไป ความว่างเปล่าโอบล้อมรอบตัวเรา ความมืดมิดเข้าจู่โจมจนผมเริ่มมองไม่เห็นทางข้างหน้า "เจ้าคิดว่าจะพาภาชนะของข้าไปได้งั้นหรือ?" เสียงของจอมขมังเวทเงาดังขึ้นรอบทิศทาง มันไม่ใช่เสียงที่มาจากข้างนอก แต่มันดังขึ้นจากภายในใจของผมเอง "เจ้าทำพลาดครั้งใหญ่แล้ว รินทร์... เพราะในขณะที่เจ้าพาตัวข้าเข้ามาในมิติแห่งนี้ เจ้าก็ได้เปิดประตูให้ 'เงาที่แท้จริง' ของอาจารย์เจ้า ได้กลับมาทำภารกิจที่ค้างคาให้สำเร็จ" ผมชะงักกึก ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปตามไขสันหลัง เมื่อเงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากความมืดเบื้องหลังแพรวา ร่างนั้นมีลักษณะคุ้นตาเหลือเกิน... ร่างชายชราในชุดพราหมณ์เก่าคร่ำที่ผมเคยเคารพรักดั่งพ่อบังเกิดเกล้า แต่บัดนี้ แววตาของอาจารย์กลับไร้ซึ่งความเมตตา มีเพียงความมืดมิดที่ลึกสุดหยั่ง ท่านก้าวออกมาจากเงามืด พร้อมกับเงื้อกริชอาคมที่ทำจากกระดูกมนุษย์ในมือ "รินทร์... ศิษย์รัก" เสียงของอาจารย์เย็นยะเยือกเสียจนลมหายใจผมแทบหยุดนิ่ง "ข้าเฝ้ารอวันนี้มานาน... วันที่ศิษย์คนโปรดจะเดินเข้ามาหาความตายถึงในถิ่นของข้าด้วยตัวเอง" กริชในมือท่านพุ่งตรงมาที่หัวใจของผม ในวินาทีที่ผมกำลังจะใช้ยันต์สุดท้ายต้านรับ แพรวาก็เบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้... ไม่ใช่ทั้งสีแดงหรือสีนิล แต่เป็นสีขาวโพลนดั่งแสงสว่างจากสรวงสวรรค์ เธอกางมือออก พลังมหาศาลมหาศาลระเบิดออกรอบตัวจนร่างของอาจารย์กระเด็นถอยไป แต่ทว่า... แรงระเบิดนั้นกลับฉีกกระชากพื้นที่ที่เรายืนอยู่จนขาดสะบั้น ร่างของผมและแพรวาตกลงไปสู่เหวสีดำมืดมิดที่ไร้จุดจบ ในวินาทีที่กำลังร่วงหล่น ผมมองเห็นชายชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่บนขอบเหวเบื้องบน... เขากำลังยกโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหู และพูดด้วยน้ำเสียงที่ผมคุ้นเคยที่สุด "จัดการเรียบร้อยแล้วครับ... คืนนี้รินทร์จะไม่มีวันได้กลับออกมาจากเขตแดนวิญญาณนี้อีก" ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติอันมืดมนไปพร้อมกับผมนะครับ รินทร์กำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่เจ็บปวดที่สุด อรุณมนตราขาวขอสัญญาว่าตอนหน้าจะมีคำตอบที่คาดไม่ถึงรออยู่แน่นอนครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%