อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 6

เมื่อความมืดเริ่มขยับ

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
“เจ้ากำลังเล่นกับไฟ... และไฟกองนั้นกำลังจะเผาผลาญทุกอย่างที่เจ้าหวงแหนให้มอดไหม้ไปกับมือ” เสียงกระซิบที่แฝงไปด้วยไอเย็นเยียบนั้นดังก้องอยู่ในมโนภาพของรินทร์ ราวกับจะเตือนสติในห้วงภวังค์ เขาปรือตาขึ้นในความมืดสลัวของห้องพัก แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาเป็นเพียงริ้วสีเงินหม่น แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวไม่ใช่เสียงนกร้องหรือบรรยากาศภายนอก หากแต่เป็น ‘กลิ่น’ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่อบอวลอยู่รอบตัวแพรวาซึ่งนอนหลับใหลอยู่เคียงข้าง รินทร์พลิกตัวอย่างแผ่วเบา สายตาคมกริบของเขาจ้องมองหญิงสาวที่รักยิ่ง เธอขยับตัวเล็กน้อยราวกับละเมอถึงฝันร้าย มือหนาเอื้อมไปแตะที่หน้าผากของเธอ แตะสัมผัสไออุ่นที่แผ่ออกมา ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อพบว่า ‘ร่องรอย’ ที่เขาพยายามลบออกไปเมื่อตอนหัวค่ำ กำลังก่อตัวขึ้นใหม่เป็นรอยปานสีดำสนิทรูปอักขระโบราณที่ต้นคอของเธอ มันไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มันคือคำประกาศสงคราม “รู้ตัวเร็วกว่าที่คิดนะ” รินทร์พึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นนิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยรังสีสังหารที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น เขาขยับกายลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่โต๊ะไม้โบราณมุมห้อง หยิบตลับว่านอาคมออกมาเปิดออก แสงสีทองจางๆ สะท้อนกับดวงตาของเขา รินทร์หยิบน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านการปลุกเสกมานานนับปี แต้มลงบนฝ่ามือแล้ววาดเป็นยันต์คุ้มครองกลางอากาศเหนือร่างของแพรวา ทันทีที่อักขระเรืองแสงขึ้น เงาดำที่พยายามเลื้อยไต่ขึ้นมาตามผ้าห่มก็กรีดร้องเป็นเสียงที่หูมนุษย์ทั่วไปไม่ได้ยิน รินทร์ก้าวออกมาที่ระเบียง ความเงียบงันของยามวิกาลไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือการซุ่มรอ “ออกมาได้แล้ว” รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สายตาจ้องมองไปยังเงาต้นไม้ใหญ่ที่ไหวเอนผิดธรรมชาติ “การส่งกระแสจิตมาหยั่งเชิงแบบนี้ มันออกจะดูเป็นวิธีของคนขี้ขลาดไปหน่อยไหม” ความมืดเบื้องหน้าบิดเบี้ยว ราวกับหยดหมึกที่ถูกปล่อยลงในน้ำ มันค่อยๆ ก่อตัวเป็นร่างของชายชราในชุดสีมอซอ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยความมืดมิด มีเพียงนัยน์ตาสีขุ่นมัวที่ฉายแววอาฆาตพยาบาท จอมขมังเวทเงาไม่ได้มาปรากฏกายด้วยร่างเนื้อจริงๆ แต่นี่คือ 'ร่างแยกจิต' ที่ถูกส่งมาเพื่อหยั่งเชิงศัตรู “รินทร์... เจ้ามันก็แค่อาจารย์รุ่นลูกรุ่นหลานที่พยายามยื้อโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว” เสียงนั้นแหบพร่า ฟังดูเหมือนเสียงกระดูกเสียดสีกัน “หญิงสาวคนนั้นเป็นภาชนะที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ข้าตามหามาตลอดสามสิบปี เจ้าคิดว่าอาคมขาวกระจอกๆ ของเจ้าจะปกป้องหล่อนได้ตลอดไปงั้นหรือ?” รินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงขยับนิ้วมือเป็นจังหวะ ก่อนจะหยิบลูกประคำไม้พยุงแกะสลักขึ้นมาหมุนวน “ถ้าเธอคือภาชนะ ก็จงจำไว้ว่าข้าไม่ใช่แค่อาจารย์ที่สอนอาคม แต่ข้าคือผู้ที่จะขุดรากถอนโคนทุกอย่างที่เป็นของเจ้า” รินทร์ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลจากปราณอาคมแผ่ออกมาจากตัวเขาจนระเบียงไม้เริ่มสั่นสะเทือน “เจ้าเริ่มเคลื่อนไหวผิดจังหวะแล้ว เมื่อเจ้าเริ่มแสดงตัว นั่นหมายความว่าเจ้ากำลังกลัว... กลัวว่าคนอย่างข้าจะทำลายแผนการนับร้อยปีของเจ้าลง” “ข้าไม่ได้กลัว แต่ข้ากำลังสนุก” ร่างเงานั้นแสยะยิ้ม “เจ้าจะได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ยิ่งกว่าความตาย เมื่อคนรอบข้างที่เจ้าปกป้องต้องกลายเป็นหุ่นเชิดให้ข้ากระชากวิญญาณออกมาทีละดวง!” สิ้นคำกล่าวนั้น ไอหมอกสีดำมืดพุ่งเข้าหารินทร์ราวกับงูร้ายที่หิวโหย รินทร์ไม่แม้แต่จะถอยหนี เขาสะบัดลูกประคำในมือ แรงปะทะของมนตราขาวและไสยดำปะทะกันกลางอากาศจนเกิดประกายไฟสีม่วงและทองสว่างวาบไปทั่วบริเวณ รินทร์ขบกรามแน่น ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วแขนจากการต้านทานอำนาจมืดมหาศาล เขาต้องถ่วงเวลาไว้ให้นานที่สุด ก่อนที่มันจะรู้ว่าเขากำลังเตรียมการใหญ่เพื่อผนึกวิญญาณของมันเข้ากับตราประทับโบราณในคืนพระจันทร์ดับที่จะมาถึง แต่แล้ว... ร่างเงานั้นก็หยุดชะงัก มันไม่ได้โจมตีต่อ แต่กลับหัวเราะก้องอยู่ในหัวของรินทร์ “เจ้ามั่นใจนักหรือว่าคนในบ้านที่เจ้าคอยเฝ้า... คือคนเดิมที่เจ้าควรรัก?” คำพูดนั้นทำให้หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ เขาหันขวับกลับไปมองภายในห้อง ในความมืดมิดนั้น แพรวาที่ควรจะนอนหลับใหลอย่างสงบ กำลังนั่งตัวตรงอยู่บนเตียง แสงจันทร์ตกกระทบใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่ใช่รอยยิ้มของแพรวาคนเดิม... แต่มันคือรอยยิ้มของใครบางคนที่กำลังมองเขาเหมือนมองเหยื่อที่เดินติดกับดัก “รินทร์คะ...” แพรวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ผิดเพี้ยนไป “คุณคิดว่าคุณปกป้องฉันจากอะไร... จริงๆ แล้วคุณกำลังกักขังใครไว้กันแน่?” รินทร์รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นปราดจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่ขั้วหัวใจ มือของเขาที่กำลังถือลูกประคำสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อเขาเห็นสิ่งที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของแพรวา... มันไม่ใช่เงาของคน แต่เป็นกรงเล็บนับร้อยที่กำลังฝังลึกลงบนพื้นไม้รอบๆ ตัวเธอ ศัตรูไม่ได้ขยับแค่เงาภายนอก แต่มันแทรกซึมเข้ามาถึงเตียงนอนของเขาแล้ว หวังว่าทุกท่านจะยังไม่ลืมว่าในโลกของไสยเวท สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่สิ่งที่มองไม่เห็น แต่คือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวจนเราไม่ทันระวังตัวนะครับ อรุณมนตราขาว
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%