อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 2

มนต์ตราสายแรก

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
"อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้วิญญาณที่ตามคุณมาฝังรากลึกไปมากกว่านี้" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของรินทร์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานเก่าแก่ของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดโช แพรวาสะดุ้งสุดตัว มือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะไม้สักแกะสลักชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นอยู่มุมมืดของห้อง รินทร์ไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ในทันที เขายืนกอดอก มือขวาคลึงสร้อยประคำไม้พยุงสีเข้มที่ข้อมืออย่างแผ่วเบา สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบห้อง ราวกับกำลังสแกนหาบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในมิติที่ตาเปล่ามองไม่เห็น "รินทร์... นี่มันหมายความว่ายังไงคะ? หมายถึง... หมายถึงเขายังตามหนูอยู่เหรอ?" แพรวาเอ่ยถาม เสียงของเธอสั่นเครือ ความเย็นยะเยือกที่แล่นผ่านกระดูกสันหลังไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศในห้อง แต่มันมาจาก 'บางอย่าง' ที่อบอวลอยู่ในบรรยากาศ ชายหนุ่มไม่ตอบในทันที เขาขยับตัวก้าวเดินอย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าที่แทบจะไร้สุ้มเสียงบนพื้นไม้ขัดมันทำให้บรรยากาศดูบีบคั้น รินทร์หยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานตัวนั้น ก่อนจะก้มลงพิจารณารอยคราบสีดำจางๆ ที่ดูคล้ายหยดน้ำมันดินซึ่งแต้มเป็นจุดเล็กๆ รอบขอบโต๊ะ "รอยพวกนี้ไม่ใช่คราบสกปรกธรรมดา" รินทร์ใช้นิ้วชี้แตะลงไปเบาๆ เพียงชั่วพริบตาที่สัมผัส เขาสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานที่เย็นจัดและบิดเบี้ยว รอยคราบเหล่านั้นเริ่มสั่นไหวราวกับมีชีวิต มันกำลังพยายามจะซึมเข้าสู่ผิวหนังของเขา เขากัดฟันกรอด เร่งพลังอาคมสีขาวสะอาดไหลเวียนผ่านปลายนิ้วเข้าสกัดกั้น "อาคมผูกพันธนาการด้วยเลือดและเศษกระดูกสัตว์... นี่คือการทำ 'พิธีเปิดทาง' แบบโบราณ คนที่ทำเรื่องนี้ต้องการล็อกพิกัดชีวิตคุณไว้กับที่นี่ แพรวา" "เพื่ออะไรคะ? ทำไมต้องเป็นหนู?" แพรวาถอยหลังไปพิงผนัง มือเรียวกุมหน้าอกแน่น หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมา "เพราะคุณคือภาชนะที่ว่างเปล่าและบริสุทธิ์เกินไป" รินทร์เงยหน้าขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้อ่อนโยนเหมือนเวลาที่เขาจ้องมองเธอในยามปกติ แต่มันเต็มไปด้วยประกายกล้าของนักสู้ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความตาย "ศัตรูของเราไม่ได้ต้องการแค่ชีวิต แต่มันต้องการ 'ร่าง' ของคุณเพื่อเป็นประตู... ประตูที่จะพาบางสิ่งที่ถูกกักขังมานานนับร้อยปีกลับมาสู่โลกนี้อีกครั้ง" รินทร์หยิบยันต์เกราะเพชรที่ลงอาคมด้วยหมึกสีทองออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เขาก้าวเข้าไปหาแพรวาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแปะแผ่นยันต์นั้นลงบนหน้าผากของเธอเบาๆ ทันใดนั้น ร่างของหญิงสาวก็สั่นสะท้าน แสงสีขาวนวลตาแผ่ออกมาจากยันต์ ปกคลุมร่างของเธอไว้เป็นเกราะคุ้มกัน "อย่าถอดมันออกไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรเข้าใจไหมครับ" รินทร์กำชับเสียงเข้ม แววตาของเขาอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นหยาดน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาคู่สวยนั้น "ผมจะปกป้องคุณเอง ต่อให้ต้องแลกด้วยลมหายใจสุดท้ายของผมก็ตาม" ทันใดนั้น บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป ความมืดมิดที่มุมห้องเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่าง เงาสีดำสนิทที่ดูเหมือนหมึกหยดลงในน้ำใสค่อยๆ คลี่ขยายออก มันส่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็กที่บาดลึกถึงโสตประสาท เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันเป็นเสียงของวิญญาณที่ถูกทรมานจนแตกสลาย รินทร์หันกลับไปเผชิญหน้ากับเงามืดนั้นทันที มือของเขาหยิบมีดหมอเล่มเล็กที่ทำจากเหล็กน้ำพี้ขึ้นมาถือไว้มั่น อาคมสีขาวเริ่มส่องสว่างวาบไปทั่วร่างของเขา "แกกล้าดียังไงถึงได้ตามมาถึงที่นี่" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันและทรงพลัง "ในเมื่อแกเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับไปสู่ความมืดโดยไม่มีรอยแผล!" แต่สิ่งที่รินทร์คาดไม่ถึงคือ เงาสีดำนั้นไม่ได้พุ่งเข้าหาเขา แต่มันกลับแตกตัวออกเป็นสายหมอกสีเลือด พุ่งตรงเข้าหากลอนประตูห้องที่ถูกปิดตาย จากนั้นกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่บนฝาผนังก็เริ่มร้าวทีละน้อย ก่อนจะแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ความมืดมิดที่ไหลทะลักออกมาไม่ได้มีเพียงแค่เงา แต่มันมาพร้อมกับกลิ่นสาบศพที่รุนแรงจนน่าสะอิดสะเอียน รินทร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำรูปร่างสูงใหญ่สองร่างก้าวออกมาจากหลังกระจก พวกมันสวมชุดโบราณขาดวิ่น มือทั้งสองข้างถือโซ่ตรวนที่ทำจากกระดูกมนุษย์ "ดวงวิญญาณผู้เฝ้าขุมทรัพย์..." รินทร์พึมพำ ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้นทันที เขาไม่ได้เจอกับเพียงแค่ไสยดำธรรมดาแล้ว แต่นี่คือ 'องครักษ์เงา' ที่ถูกปลุกขึ้นมาจากสุสานโบราณ "รินทร์... ข้างหลังคุณ!" แพรวากรีดร้องเมื่อเห็นเงาที่สามกำลังจะพุ่งตรงมาที่หลังของชายหนุ่ม รินทร์หมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าจังหวะที่เขาจะร่ายมนต์สกัดกั้นนั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บแปลบที่หัวไหล่ มีบางอย่างที่คมกริบและเย็นจัดปักลงมาที่จุดตาย มันไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็น 'เข็มอาคม' ที่ทำจากอาถรรพ์เหล็กไหลดำ รินทร์ทรุดเข่าลงกับพื้น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับถูกไฟแผดเผา แต่เขายังคงฝืนยิ้มให้แพรวาที่วิ่งถลาเข้ามาหาเขาอย่างตื่นตระหนก เขารวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้าย คว้ามือของเธอไว้แน่น "อย่าร้องไห้... เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น" รินทร์กระซิบข้างหูของเธอ ก่อนจะมองไปยังเงามืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ โดยที่หนึ่งในเงานั้นดูเหมือนจะหยุดนิ่ง... มันค่อยๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิท ใบหน้านั้น... ใบหน้าที่รินทร์ไม่มีวันลืมได้ลง เพราะมันคือใบหน้าของผู้ที่เขาเคารพรักและเสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อน 'อาจารย์' ของเขาเอง! รินทร์นิ่งอึ้ง หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นว่าอาจารย์ที่ควรจะไปสู่สุคติแล้ว กลับกำลังถือมีดอาคมเล่มเดียวกับที่เคยสอนเขาใช้ พุ่งตรงมาที่ลำคอของเขาอย่างเลือดเย็น! หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันในบทนี้ และพร้อมที่จะร่วมเดินทางไปไขความลับที่น่าสะพรึงกลัวนี้กับผมในตอนต่อไปนะครับ ขอบพระคุณครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%