อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 30

เหรียญตราอาถรรพ์

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
“อย่าเพิ่งขยับ... ถ้าไม่อยากให้โลหิตในกายไหลเวียนจนกระตุ้นคำสาปให้ตื่นตัว” น้ำเสียงของผมแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ทว่ายังคงไว้ซึ่งความเด็ดขาด รินทร์กุมมีดหมอเล่มเดิมไว้แน่น เลือดสีแดงฉานที่ไหลซึมจากฝ่ามือหยดลงบนพื้นหินเย็นเยียบของสุสานโบราณ มันไม่ได้ทำให้ผมเจ็บปวดเท่ากับความรู้สึกที่ว่าแพรวาซึ่งยืนอยู่เบื้องหลังกำลังสั่นสะท้าน เธอไม่ใช่แค่คนรัก แต่นี่คือหัวใจที่ผมสาบานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต “รินทร์... เลือดคุณ...” แพรวาพึมพำ เสียงของเธอกลบเสียงกระซิบอาฆาตที่ยังคงวนเวียนอยู่รอบโสตประสาท ผมไม่ตอบ แต่เลือกที่จะสะบัดมือขวาที่กำมีดหมอเข้าหาแท่นศิลาเบื้องหน้า เลือดที่หยดลงไปไม่ได้สูญเปล่า มันไหลซึมผ่านร่องหินราวกับมีชีวิต ก่อนจะเกิดเสียงกลไกโบราณลั่น ‘กริ๊ก’ ดังก้องไปทั่วความเงียบสงัด ฝุ่นผงคละคลุ้งตลบอบอวลก่อนที่แผ่นศิลาจะเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นโพรงมืดมิดที่มีเพียงแสงจางๆ จากอักขระที่สลักไว้รอบขอบเหว กลิ่นอายของความตายไม่ได้โชยออกมาจากที่นั่น แต่มันคือกลิ่นของ ‘กาลเวลา’ ที่ถูกกักขังไว้ ผมล้วงเข้าไปในโพรงนั้นอย่างไม่ลังเล สัมผัสถึงวัตถุเย็นเยียบที่ขัดกับสัญชาตญาณเตือนภัยในหัว มันคือเหรียญตราโลหะสีนิล ผิวสัมผัสขรุขระราวกับเกล็ดงู ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความเย็นยะเยือกก็แล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ ราวกับมีใครบางคนกระชากวิญญาณผมให้วูบหลุดออกไปจากร่างชั่วขณะ “รินทร์!” เสียงเรียกของแพรวาดึงสติผมกลับมา ผมดึงเหรียญตรานั้นออกมาให้เธอเห็น มันไม่ใช่แค่เครื่องราง แต่มันคือ ‘กุญแจ’ ที่จอมขมังเวทเงาตามหามาตลอดครึ่งชีวิต ตราประทับรูปดวงตาที่ถูกควักออก บนผิวเหรียญนั้นมีอักขระโบราณที่ส่องประกายสีหม่นออกมาเมื่อกระทบกับแสงจากมีดหมอของผม “นี่คือสิ่งเดียวที่ผูกมัดดวงวิญญาณของผู้คุมกฎชุดก่อนเอาไว้” ผมกล่าวพลางสูดหายใจลึก พยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบ “หากเราทำลายมันได้ จอมขมังเวทเงาก็จะสูญเสียอำนาจการควบคุมอาถรรพ์ในเขตปริมณฑลนี้ไปครึ่งหนึ่ง” “แต่มันมีราคาที่ต้องจ่ายใช่ไหมคะ... เอ้ย... ครับ” แพรวารีบแก้คำพูดเมื่อเห็นสายตาที่ผมมองไปรอบๆ “ฉันสัมผัสได้ถึงความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ในนี้ มันไม่ได้มาคนเดียว แต่มันมาพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของคนที่เคยถือครองเหรียญนี้ก่อนคุณ” ผมไม่ได้ตอบเธอตรงๆ แต่เดินเข้าไปใกล้แท่นหินมากขึ้น ผมรู้ดีว่าสิ่งที่แพรวาสัมผัสได้นั้นคือเรื่องจริง เหรียญตรานี้มีเจ้าของ และพวกเขาก็ไม่ต้องการให้ใครมาแตะต้องมัน ผมวางเหรียญลงบนฐานที่ว่างเปล่า ความมืดมิดรอบข้างเริ่มขยับไหว ราวกับเงามืดที่เคยนิ่งสนิทกำลังก่อตัวเป็นรูปร่างของชายร่างสูงใหญ่ที่ไร้ใบหน้า พลังกดดันมหาศาลบีบอัดจนอากาศในห้องแทบหยุดนิ่ง ผมกระชับมีดหมอในมือแน่น อาคมสีขาวเริ่มเปล่งประกายรอบตัวจนเกิดเสียงหึ่งๆ ในอากาศ “พวกคุณไม่ใช่เจ้าของที่นี่” ผมเอ่ยขึ้น ท้าทายสิ่งเร้นลับที่กำลังขยับเข้ามาใกล้ “แต่ข้าพเจ้าคือผู้ที่ได้รับสิทธิ์ให้ทำลายวงจรบาปนี้” จังหวะที่ผมกำลังจะท่องมนต์กำราบ เสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาดก็ดังก้องขึ้นมาจากเงามืดด้านหลังของแพรวา ไม่ใช่เสียงจากภูตผี แต่เป็นเสียงจากมนุษย์ที่เป็นเนื้อเป็นหนัง “อาจารย์รินทร์... คุณช่างรอบคอบสมคำร่ำลือจริงๆ” ร่างในเงามืดค่อยๆ ก้าวออกมา เขาไม่ได้สวมชุดคลุมน่ากลัวอย่างที่จินตนาการไว้ แต่เป็นชายในชุดสูทสีเข้มเรียบหรู ใบหน้าที่ผมเคยเห็นแค่ในภาพถ่ายเก่าๆ ของอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้วปรากฏขึ้นตรงหน้า แววตาของเขาเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง แพรวาหน้าถอดสี มือของเธอสั่นเทาขณะคว้าแขนเสื้อผมไว้ “รินทร์... เขา...” “ไม่นึกเลยว่าศิษย์ที่ข้าพเจ้าเกลียดชังที่สุด จะเป็นคนเดียวที่ไขปริศนาเหรียญตรานี้ได้สำเร็จ” ชายตรงหน้าเหยียดยิ้ม “ส่งเหรียญมาให้ผม แล้วผมจะปล่อยให้คุณและผู้หญิงคนนี้เดินออกไปจากที่นี่โดยไม่เจ็บตัว... แต่ถ้าไม่...” เขาสะบัดมือเบาๆ โซ่ตรวนสีดำทมิฬก็ปรากฏขึ้นจากพื้นดิน พุ่งเข้าพันธนาการขาของแพรวาเอาไว้แน่นจนเธอทรุดลงไปกองกับพื้น ผมตวัดมีดหมอหมายจะฟันโซ่ แต่ปรากฏว่าคมมีดกลับทะลุผ่านโซ่นั้นไปราวกับมันเป็นเพียงควันบุหรี่ นี่ไม่ใช่ไสยเวททั่วไป... นี่คือวิชา ‘เงาผูกจิต’ ที่สาบสูญไปนับร้อยปี! ผมหันไปสบตาแพรวาที่กำลังพยายามดิ้นรน สายตาที่เธอมองผมมันแฝงไปด้วยความหวาดกลัวไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อผม ชายตรงหน้าคนนี้คืออดีตอาจารย์ที่ทุกคนเชื่อว่าตายไปแล้ว แต่เขากลับยืนอยู่ตรงนี้ พร้อมกับอำนาจมืดที่เข้มข้นกว่าครั้งไหนๆ “จบสิ้นกันเสียที... รินทร์” เขาเดินเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกจากร่างเขา “ในเมื่อคุณอยากรู้ความจริงนัก ก็จงดูให้เต็มตาว่า เหรียญตราที่คุณถืออยู่นั่นน่ะ... แท้จริงแล้วมันเอาไว้กักขังวิญญาณใครกันแน่” เหรียญตราในมือผมเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง มันเปลี่ยนจากโลหะสีนิลกลายเป็นสีแดงฉานราวกับเลือดสดๆ และวินาทีนั้นเอง เสียงที่ดังออกมาจากเหรียญก็ไม่ใช่เสียงกระซิบ แต่มันคือเสียงตะโกนด้วยความเจ็บปวดที่ผมรู้จักดีที่สุด... เสียงของอาจารย์ของผมเอง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเผชิญชะตากรรมไปพร้อมกับตัวละครในเรื่องนี้ครับ อรุณมนตราขาว
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%