อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 20

ทางรอดที่แคบลง

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
“อย่ายอมให้กลิ่นธูปควันดำพวกนั้นเข้าใกล้ตัวคุณเด็ดขาด หายใจทางปาก... แล้วจับมือผมไว้ให้แน่น” รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยกระแสอำนาจที่ทำให้คนฟังวางใจได้แม้ในยามวิกฤต เขาไม่หันไปมองข้างหลัง เพราะรู้ดีว่าในความมืดมิดของโกดังร้างแห่งนี้ สิ่งที่ติดตามมาไม่ใช่คน แต่เป็น ‘อาคมเงา’ ที่ถูกส่งมาเพื่อกระชากวิญญาณแพรวาไปเป็นภาชนะ แพรวาบีบมือเขาสั่นเทา เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่ขยับเข้าใกล้จากทุกทิศทาง เหมือนมีนับร้อยสายตาที่จับจ้องมาจากมุมอับของเสาปูน “รินทร์... พวกมันไม่ได้มาแค่ตัวเดียว” “ผมรู้” รินทร์ตอบสั้นๆ นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดยามเพ่งสมาธิไปที่ปลายนิ้ว เขาหยิบ ‘ตะกรุดเมฆสิทธิ์’ ออกมาจากอกเสื้อก่อนจะสะบัดเบาๆ ในอากาศ พลันนั้นแสงสีขาวนวลราวกับแสงจันทร์ก็พุ่งกระจายออกไปเป็นเกราะคุ้มกันชั่วคราว ขับไล่หมอกควันสีเทาที่พยายามจะแทรกซึมเข้ามาให้ล่าถอยไปชั่วขณะ เสียงกรีดร้องแหลมเล็กดังขึ้นจากมุมมืด คล้ายเสียงโลหะขูดกับกระจก ร่างของเงาดำรูปร่างบิดเบี้ยวเริ่มก่อตัวขึ้น มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่มันคือพลังงานอาถรรพ์ที่จอมขมังเวทเงาส่งมาเพื่อ ‘ปิดเกม’ “หมอบลง!” รินทร์ตะโกนลั่นพร้อมกับกระแทกฝ่าเท้าลงบนพื้นดิน แรงสะเทือนทำให้เกิดวงอาคมอักขระโบราณเรืองแสงขึ้นใต้ฝ่าเท้า เขาไม่ได้ใช้เพื่อจู่โจม แต่ใช้เพื่อสร้าง ‘มิติเหลื่อม’ ที่จะพาทั้งคู่หนีจากการถูกปิดล้อม “คุณจะทำอะไร... เราหนีไม่พ้นหรอกค่ะ พวกมันอยู่ทุกที่” แพรวาพยายามเค้นเสียงถาม ทั้งที่ใบหน้าซีดเผือด รินทร์หันมาสบตาเธอ แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย มันคือความนิ่งสงบที่เปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยว “ผมไม่เคยหนี สิ่งที่ผมกำลังทำคือการตัดวงจรของมัน แพรวา... เชื่อใจผมไหม?” แพรวาหลับตาลง พยักหน้าช้าๆ “เชื่อค่ะ... เสมอ” คำตอบนั้นทำให้รินทร์ยิ้มออกมาบางเบา มันเป็นยิ้มที่หาได้ยากยิ่งท่ามกลางสมรภูมิไสยเวท เขาคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่น มือข้างหนึ่งหยิบ ‘เบี้ยแก้’ ลงอาคมจารึกยันต์เกราะเพชรขึ้นมา ถ่ายทอดพลังปราณสมาธิทั้งหมดที่เขามีลงไป เสียงสวดคาถาภาษาบาลีโบราณดังก้องกังวานทับซ้อนกับเสียงลมพัดหวิว พริบตานั้น เงาดำนับสิบร่างพุ่งเข้าใส่ดุจฝูงอีกาที่หิวโหย รินทร์ไม่ได้ถอยหนี แต่เขาเลือกที่จะเดินหน้าเข้าหาความตาย โดยการหันหลังให้วงล้อมแล้วก้าวเข้าสู่พื้นที่ว่างเปล่าตรงหน้า ความเย็นเฉียบสัมผัสผ่านผิวกาย ราวกับถูกกระชากผ่านมิติที่ว่างเปล่า แสงสว่างจากอาคมพุ่งวาบจนแสบตา ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง พวกเขาหลุดออกมาในตรอกแคบหลังตลาดเก่า อากาศชื้นแฉะและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งทำให้รินทร์ต้องทรุดลงนั่งกับพื้น เขากระอักเลือดออกมาคำหนึ่งโดยไม่ตั้งตัว อาคมที่เขาใช้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ การฝืนเปิดประตูมิติในภาวะที่ถูกกดดันนั้นหมายถึงการแลกด้วยเลือดและอายุขัย “รินทร์! คุณเลือดออก...” แพรวาประคองใบหน้าเขาไว้ น้ำตาคลอเบ้า มือของเธอสั่นสะท้านยามเห็นรอยดำที่ลามขึ้นมาบนลำคอของชายหนุ่มจากการย้อนกลับของอาคม “ผมไม่เป็นไร...” รินทร์ฝืนยิ้ม ก่อนจะชะงักกึก สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ปลายตรอกที่มืดมิด ที่นั่น... มีใครบางคนยืนรออยู่ เงาร่างนั้นสูงโปร่ง สวมชุดสีดำสนิทที่กลืนไปกับความมืด แต่ที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือ ‘กลิ่น’ ที่โชยมา... มันคือกลิ่นเดียวกับอาจารย์ของเขา กลิ่นของธูปหอมที่ถูกนำมาใช้ในพิธีเรียกวิญญาณคนตาย ชายปริศนาค่อยๆ ก้าวออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่สวมหน้ากากไม้แกะสลักรูปยักษ์ เสียงหัวเราะแหบแห้งดังขึ้นทำลายความเงียบงัน “เจ้าหนุ่ม... วิชาอาคมของเจ้าพัฒนาขึ้นมาก แต่ก็น่าเสียดาย... ที่ต้องมาจบลงตรงนี้” รินทร์พยุงตัวขึ้นช้าๆ ยันกายยืนขึ้นอย่างยากลำบาก เขาปัดคราบเลือดที่มุมปากพลางแค่นยิ้ม “คิดว่าส่งไอ้พวกเงาต่ำต้อยนั่นมาแล้วจะฆ่าผมได้งั้นหรือ? มุกเดิมๆ ของพวกจอมขมังเวทขี้ขลาด” “เราไม่ได้มาเพื่อฆ่าเจ้า” ชายหน้ากากยักษ์หยุดก้าวเดิน “เรามาเพื่อทวงคืน... ของที่เจ้าไม่คู่ควรจะครอบครอง” เขาชี้มือมาที่แพรวา ทันใดนั้น รอยสักอาคมบนข้อมือของแพรวาก็ร้อนผ่าวขึ้นมา ราวกับถูกไฟเผา เธอหวีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง ร่างกายของเธอเริ่มสั่นเกร็งและลอยสูงขึ้นจากพื้นดินโดยไร้สิ่งยึดเหนี่ยว รินทร์เบิกตากว้าง พยายามจะคว้าตัวเธอไว้ แต่กลับถูกแรงผลักมหาศาลกระแทกจนร่างกระเด็นอัดกำแพงอิฐจนร้าว “แพรวา!” เขาพยายามจะร่ายคาถาบทต่อไป แต่ทว่า... อาคมที่เขาพยายามเรียกใช้กลับกลายเป็นสีดำสนิท และมันกำลังกัดกินพลังปราณในกายเขาไปอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยไสยเวทธรรมดา แต่มันคือการ ‘ดูดกลืน’ พลังงานที่เขามีทั้งหมด ในวินาทีที่วิกฤตที่สุด แพรวาที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศก็ลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอไม่ได้เป็นสีน้ำตาลอย่างที่เคย แต่กลับกลายเป็นสีนิลมิดสนิทไร้ตาดำ และในปากของเธอก็เอ่ยถ้อยคำภาษาที่รินทร์ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่มันกลับฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด “อาจารย์... ท่านยังไม่ไปเกิดอีกหรือ?” คำถามนั้นทำให้ชายหน้ากากยักษ์ชะงักกึก ร่างที่มั่นคงของมันถึงกับสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ยกมือขึ้นปลดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่รินทร์แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง นั่นคือใบหน้าของคนที่ตายไปต่อหน้าต่อตาเขาเมื่อสามปีก่อน... อาจารย์ที่เขาฝังร่างไปกับมือ ทุกความเงียบงันในตรอกถูกบดขยี้ด้วยความจริงที่โหดร้ายที่สุด รินทร์มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย สิ่งที่เขาปกป้องมาตลอด... แท้จริงแล้วอาจจะเป็นตัวล่อให้เขาก้าวเข้าสู่กับดักที่เขาวางไว้เอง ความแค้นที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากนั้นกำลังจะเปิดเผยสิ่งที่เลวร้ายกว่าความตาย แล้วพบกันในตอนหน้าครับ อรุณมนตราขาว
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมสยบเงา: รอยอาถรรพ์วิญญาณอาฆาต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%