เศษกระจกที่แตกกระจายร่วงกราวลงพื้นราวกับสายฝนคมกริบ เสียงระเบิดจากแรงปะทะของกระสุนเจาะเกราะยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาท แต่สิ่งที่รวดเร็วยิ่งกว่าเสียงคำรามของอาวุธปืนระยะไกล คือสัญชาตญาณดิบเถื่อนของมาเฟียผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อจุดแสงสีแดงเรืองรองพาดผ่านหน้าผากของคาร์ลอสในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย
"ระวัง!"
เสียงกรีดร้องของเธอขาดห้วงไปพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคาร์ลอสที่พุ่งเข้าใส่เธอดั่งพายุโหมกระหน่ำ แรงกระแทกอันรุนแรงทำให้ร่างทั้งสองล้มกลิ้งไปกระแทกกับพื้นพรมหนานุ่มหลังโต๊ะทำงาน ทับซ้อนกันท่ามกลางเศษกระจกที่ยังคงร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย
"อึก..."
เสียงครางต่ำในลำคอของคาร์ลอสเล็ดลอดออกมา ร่างกายกำยำที่เคยเป็นดั่งเกราะเหล็กกล้าบัดนี้ทาบทับลงมาปกป้องร่างของเธอไว้ทั้งหมด กระสุนนัดแรกเฉี่ยวหัวไหล่ของเขาไปอย่างฉิวเฉียด ฝากรอยแผลฉีกขาดและคราบเลือดสีเข้มที่ซึมทะลุเสื้อเชิ้ตเนื้อดีออกมาย้อมสีขาวให้กลายเป็นสีแดงฉานในพริบตา
"คาร์ลอส! คุณ... คุณโดนยิง!" รินรดาหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวสั่นเทาพยายามสัมผัสแผ่นอกกว้างของเขาด้วยความทำอะไรไม่ถูก ความโกรธแค้น ความหวาดระแวง และทิฐิที่มีต่อชายหนุ่มมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเขาไปต่อหน้าต่อตา
"เงียบซะ..." คาร์ลอสกัดฟันกรอด ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแต่แววตากลับดุดันและเดเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ที่ติ ดวงตาคมกราบกวาดมองรอบห้องด้วยความระแวดระวัง ก่อนที่เขาจะใช้มือข้างหนึ่งกดศีรษะเธอให้ซุกเข้ากับอกแกร่งของตนเองเพื่อหลบวิถีกระสุนที่อาจตามมาอีกระลอก
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงกระสุนนัดที่สองและสามเจาะทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามาฝังอยู่บนชั้นหนังสือด้านหลังอย่างแม่นยำ มันคือฝีมือของมือสังหารมืออาชีพที่ถูกส่งมาเพื่อปลิดชีพเขาโดยเฉพาะ แต่คาร์ลอสหาได้ใส่ใจบาดแผลของตัวเองไม่ สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวสมองของมาเฟียคลั่งอย่างเขาในวินาทีนี้ คือความปลอดภัยของผู้หญิงใต้ร่าง
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บริเวณซอกคอระหงเจือด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ แต่มันกลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันน่าประหลาด "ถ้าฉันตาย... เธอก็จะไม่มีวันได้เป็นอิสระ... จำใส่สมองเอาไว้"
รินรดาน้ำตาคลอเบ้า เธอกำหมัดแน่นทุบลงบนลาดไหล่กว้างของเขาอย่างไม่เบาแรงนัก "คุณมันบ้า! ทำไมต้องเอาตัวมาบังฉัน! ปล่อยนะ ฉันช่วยเหลือตัวเองได้!"
"ผู้หญิงอวดดี..." คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ แม้บาดแผลที่หัวไหล่จะสร้างความเจ็บปวดเจียนตาย แต่เขากลับใช้มืออีกข้างที่ยังใช้งานได้ดีคว้าจับเอวบางของเธอไว้แน่น ลากดึงร่างนุ่มนิ่มให้แนบชิดติดกับกายแกร่งยิ่งขึ้นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง "ฉันบอกแล้วไง... ว่าเธอเป็นของฉัน ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง... แม้แต่ความตายก็ไม่มีสิทธิ์พรากเธอไปจากฉันทั้งนั้น"
สิ้นคำพูด บอร์ดี้การ์ดมือดีนับสิบชีวิตก็พังประตูกระหน่ำเข้ามาในห้องทำงานด้วยอาวุธครบมือ นำโดยลูคัสที่สีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุดเมื่อเห็นเจ้านายเลือดอาบ
"นายครับ! ปลอดภัยนะครับ!" ลูคัสตะโกนพร้อมกับส่งสัญญาณให้ทีมบัดดี้กระจายกำลังคุ้มกันรอบด้าน
"จัดการไอ้สไนเปอร์หน้าโง่นั่นซะ... แต่อย่าให้มันตายง่ายๆ ลากคอมมันมาให้ฉัน!" คาร์ลอสออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ดุดัน และทรงอำนาจ แม้บาดแผลจะเลือดไหลไม่หยุด แต่รัศมีคุกคามรอบตัวเขากลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว
รินรดาถูกดึงตัวลุกขึ้นยืนโดยมีคาร์ลอสที่ใช้มือข้างหนึ่งกุมบาดแผลไว้ประคองร่างอยู่ แม้เขาจะบาดเจ็บ แต่แรงบีบที่ต้นแขนของเธอกลับแน่นหนาราวกับคีมเหล็ก สะท้อนความหวาดระแวงและหวงแหนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเย็นชา
รถยนต์หุ้มเกราะคันหรูเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์อย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล บรรยากาศภายในห้องโดยสารอึมครึมและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟจากภายนอกที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะเผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียวของคาร์ลอสที่นั่งขบกรามแน่น เหงื่อกาฬผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย
"จอดรถ..." คาร์ลอสเอ่ยสั่งคนขับด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทภายในเซฟเฮาส์ลับกลางป่าลึก
"แต่ นายครับ แผลท่าน..." ลูคัสลังเล
"บอกให้ลงไปหมด! ยกเว้นริน!"
เมื่อประตูรถปิดลงและความเงียบเข้าปกคลุม รินรดาก็ทนมองสภาพของเขาไม่ไหวอีกต่อไป หญิงสาวขยับเข้าไปใกล้ร่างหนา มือสั่นเทาเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อเชื้อที่ชุ่มไปด้วยเลือดของเขาออกอย่างเบามือที่สุด
"อย่าดื้อ... ให้ฉันดูแผลหน่อย" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกโกรธเคืองที่มีต่อเขาก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยที่ล้นทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
คาร์ลอสเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาดุดันคู่นั้นอ่อนแสงลงยามเมื่อมองเห็นหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ในดวงตากลมโต รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก
"เป็นห่วงฉันหรือไง... รินรดา"
"ฉันไม่ได้เป็นห่วงคุณ... ฉันแค่ไม่อยากให้ใครมาตายในความดูแลของฉันต่างหาก" เธอกลบเกลื่อนความรู้สึกด้วยการเชิดหน้าขึ้น แม้เสียงจะสั่นจนน่าเกลียด
คาร์ลอสไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาคว้าต้นคอระหงของเธอให้โน้มลงมาหา ใบหน้าคมคายขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน รสชาติของเลือดจางๆ ผสมผสานกับความเร่าร้อนที่ถูกจุดประกายขึ้นท่ามกลางความตาย
"ปากแข็ง..." กระซิบแผ่วเบาก่อนที่ริมฝีปากหยักจะประกบจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบในครานี้ไม่ได้ดิบเถื่อนดุดันเหมือนทุกครั้ง หากแต่มีความลึกล้ำ รัญจวน และเรียกร้อง ราวกับต้องการใช้สัมผัสวาบหวามนี้มากลบเกลื่อนความเจ็บปวดจากบาดแผล
รินรดาครางอือในลำคอ สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายอ่อนยวบลงอย่างไร้เรี่ยวแรงเมื่อเรียวลิ้นร้อนล้ำรุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี มือหนาของเขาเลื่อนลงมาลูบไล้แผ่นหลังสั่นเทา ก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วร่าง
ความเจ็บปวดจากบาดแผลกระสุนปืนกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวมาเฟียหนุ่มให้ลุกโชน คาร์ลอสผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอหอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อและดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยอารมณ์ปรารถนา
"จำไว้... ว่าเธอเป็นของฉันคนเดียว" คาร์ลอสกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากอิ่ม รอยยิ้มมุมปากของเขาเต็มไปด้วยความเย้ายวนและอันตราย "และคืนนี้... เธอจะต้องชดใช้ความห่วงใยนี้ ด้วยร่างกายของเธอเอง"
รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อมือหนาของเขาเลื่อนต่ำลงมาตรึงสะโพกมนให้แนบชิดกับตักแกร่ง ดวงตาคู่คมจ้องมองเธอราวกับนักล่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่ออันโอชะให้จมคาอก...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระสุนและเพลิงอารมณ์มาด้วยกัน ณ วินาทีนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
- ภาคินทร์เที่ยงคืน -
เซ็กส์คอนแทรกต์ : ล่าแต้มรักฉบับมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 29
ปกป้องด้วยชีวิต
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็กส์คอนแทรกต์ : ล่าแต้มรักฉบับมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!