กลิ่นคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์ล้างแผลภายในห้องนอนกว้างสไตล์เพנט์เฮาส์หรู ภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวที่สาดส่องลงกระทบแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้กุมอำนาจมืดครึ่งค่อนเมือง รอยแผลลึกจากการปะทะด้วยคมกระบี่เมื่อคืนก่อนยังคงประทับเด่นชัดบนผิวเนื้อกำยำ มันเป็นร่องรอยแห่งสงครามที่คาร์ลอสไม่เคยใส่ใจจะปิดปฏิกิริยาความเจ็บปวด เพราะสำหรับเขา บาดแผลเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องเตือนใจถึงความประมาทชั่วขณะ
แต่ทว่า... ในเวลานี้ กลับมีคนอื่นที่กำลังใส่ใจมันแทนเขา
รินรดานั่งคุกเข่าลงบนพรมเปอร์เซียเนื้อหนา มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะคีบสำลีชุบยาฆ่าเชื้อแตะลงบนปากแผลบริเวณหัวไหล่หนาอย่างระมัดระวังที่สุด ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววความกังวลและความเจ็บปวดแทนเจ้าของร่างอย่างปิดไม่มิด ทุกครั้งที่ปลายนิ้วหรือสำลีสัมผัสถูกเนื้อเยื่อที่ฉีกขาด เธอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่าความเจ็บปวดนั้นกำลังถ่ายเทมายังร่างของเธอเอง
"ถ้ากลัวนัก ก็หยุดมือเสียสิ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเล็กน้อยด้วยความรำคาญ แต่ความจริงแล้ว เขากำลังเสพติดความใส่ใจที่หญิงสาวมอบให้ แววตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวทอดมองเสี้ยวหน้าหวานที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อบางๆ จากความตึงเครียด
"ฉันไม่ได้กลัวค่ะ... เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ ฉันหมายถึง ฉันไม่ได้กลัวค่ะ... ผมหมายถึง..." รินรดาชะงักกึก เผลอใช้สรรพนามสลับกันจนน่าตีปากตัวเอง เมื่อครู่เธอเกือบจะหลุดปากพูดจาคุ้นชินเสียแล้ว ใบหน้าเนียนแดงซ่านด้วยความเขินอายและประหม่า
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดึงดูดใจแต่แฝงความอันตรายดังขึ้นในความเงียบ ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา "ปากสั่น หน้าแดงขนาดนี้... บอกว่าไม่ได้กลัว แต่ตัวเธอกำลังสั่นยิ่งกว่าลูกนกตกน้ำเสียอีก รินรดา"
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ เธอไม่ได้กลัวเขาในแง่ของความหวาดผวาเหมือนวันแรกที่ถูกลากเข้ามาในกรงขังแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เธอสั่นสะท้านคือ 'แรงดึงดูด' อันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างกายกำยำเปลือยเปล่าตรงหน้าต่างหาก ระยะห่างที่ใกล้ชิดเพียงคืบทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวของมาเฟียหนุ่มผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และยาฆ่าเชื้อ ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายเธอให้ปั่นป่วนอย่างไร้เหตุผล
"อยู่นิ่งๆ สิคะ... เดี๋ยวแผลก็อักเสบหรอก" เธอดุเสียงแผ่วเบา พยายามรวบรวมสติแล้วกดสำลีลงไปบนบาดแผลอย่างนุ่มนวลอีกครั้ง
คาร์ลอสซี้ดปากเบาๆ ไม่ใช่เพราะพิษแผล แต่เป็นเพราะสัมผัสนุ่มนวลจากปลายนิ้วของเธอที่กำลังลูบไล้ไปตามแนวกล้ามเนื้อแกร่ง มันสร้างกระแสไฟฟ้าแปลบปลาบแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลัง มาเฟียหนุ่มหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อควบคุมโทสะและอารมณ์ดิบที่กำลังตื่นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
มือหนาที่เคยถืออาวุธคร่าชีวิตคนมานับไม่ถ้วน เอื้อมออกไปคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้ทันที แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดและทรงพลังจนรินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เธอคิดจะทรมานฉันทางอ้อมหรือไง รินรดา" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมใบหู จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียน
"ฉัน... ฉันแคบทำแผลให้นะคะ คาร์ลอส" เธอหลบสายตาคู่นั้น พยายามดึงข้อมือกลับ แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของเสือร้ายอย่างเขาได้
คาร์ลอสไม่ยอมปล่อย เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รินรดาที่คุกเข่าอยู่ต้องเซถลาล้มลงไปนั่งพับเพียบบนพรม ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนและพนักเก้าอี้หนังนุ่มโดยไม่มีช่องว่างให้หนีรอด สายตาดุร้ายเปลี่ยนเป็นประกายไฟร้อนแรงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง
"แผลภายนอกพวกนี้ ฉันไม่เคยสนใจมันหรอก..." คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ดวงตาสีเข้มจ้องมองริมฝีปากสั่นระริกของเธอราวกับสัตว์ป่ากำลังจ้องเหยื่ออันโอชะ "...แต่รอยแผลที่เธอฝังไว้ในใจฉันต่างหาก ที่มันไม่เคยหายไปไหนเลย สักนิดเดียว"
"คุณพูดเรื่องอะไร..."
"พูดถึงความจริงที่ว่า... เธอกำลังทำให้ฉันคลั่งจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากหนาก็กดทับลงมาปิดเรียวปากอิ่มของเธอทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้ประท้วง สัมผัสดุดันแต่เต็มไปด้วยความโหยหาและเร่าร้อนระเบิดขึ้นท่ามกลางความเงียบ รินรดาสะنديตระหนกในคราแรก ก่อนที่เรียวแขนแกร่งจะโอบกอดรัดร่างบางให้แนบชิดติดอกเปลือยเปล่าสัมผัสกับแผลเป็นและผิวเนื้อร้อนผ่าวของเขา
รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามล้ำลึก ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปสอดสuyệnผ่านเส้นผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอให้รับองศาการจูบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะที่มืออีกข้างลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบอบบางผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนเกิดความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังประสานกันภายในห้องกว้าง ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความหิวกระหายทางอารมณ์ที่ต่างฝ่ายต่างโหยหา รินรดาหลับตาพริ้ม ยอมจำนนต่อสัมผัสอันช่ำชองและเร่าร้อน มือเรียวเผลอจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้างของเขา ลืมเลือนแม้กระทั่งความเจ็บปวดจากบาดแผลที่เขาเพิ่งได้รับมาเมื่อครู่
ความสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจและความแค้น บัดนี้กลับถูกหลอมรวมด้วยไฟสวาทที่ร้อนแรงและลุ่มลึก คาร์ลอสถอนริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อให้หญิงสาวได้ตักตวงอากาศ ทว่าแววตาคมกริบกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็ม ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือซอกคอหอมกรุ่น
"จำเอาไว้... ว่าเธอเป็นของฉัน รินรดา" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัว "ไม่ว่ารอยแผลพวกนี้จะหายไปเมื่อไหร่ แต่รอยสลักของฉันบนตัวเธอ... จะไม่มีวันจางหายไปตลอดกาล"
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและร้อนระอุถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ทำลายความเงียบสงบและสมาธิของทั้งคู่ลงอย่างไม่ไยดี
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ตามด้วยเสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทที่ดังทะลุบานประตูเข้ามา ทำให้คาร์ลอสต้องชะงักกึก ดวงตาสคมดุฉายแววหงุดหงิดระAคญความโกรธขึ้นทันที
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! สายข่าวรายงานว่า คลังสินค้าโซน B ถูกลอบวางเพลิง... และ... และพวกมันทิ้งสัญลักษณ์ของ 'มัน' เอาไว้ที่เกิดเหตุครับ!"
คาร์ลอสหันขวับไปมองที่ประตู แววตาดุดันเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นราวน้ำแข็งในชั่วพริบตาเดียว ร่างกายที่เคยโอบกอดรินรดาอยู่ผละออกห่างอย่างรวดเร็ว
"สัญลักษณ์อะไรของมันวะ!" คาร์ลอสตะคถามเสียงกร้าว
"ตราประทับรูปกุหลาบดำ... ของคนที่นายคิดว่ามันตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อนครับ!"
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความเร่าร้อนและดาร์กโรมานซ์นี้ด้วยกันครับ - ภาคินทร์เที่ยงคืน)
เซ็กส์คอนแทรกต์ : ล่าแต้มรักฉบับมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 30
รอยแผลที่ตอกย้ำ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็กส์คอนแทรกต์ : ล่าแต้มรักฉบับมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!