"เงยหน้าขึ้นมองฉันเดี๋ยวนี้ รินรดา!"
เสียงคำรามต่ำทุบทำลายความเงียบงันภายในห้องนอนกว้างขวาง ร่างสูงใหญ่ของคาร์ลอสยืนค้ำคออยู่เบื้องหน้า เตียงนอนขนาดใหญ่ยักษ์ยับยู่ยี่จากแรงอารมณ์ที่เพิ่งมอดดับลง แต่ความคุกกรุ่นในอากาศกลับยังคงกรีดแทะประสาทสัมผัสจนแทบหายใจไม่ออก
หญิงสาวบนเตียงขดตัวเข้าหากันอย่างพยายามปกป้องเรือนร่างเปล่าเปลเปลือยที่ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าห่มผืนหนา ไหล่บางสั่นสะท้อนน้อยๆ ตามแรงสะอื้นที่เธอพยายามกลั้นมันไว้อย่างสุดชีวิต หยาดน้ำตาใสไหลอาบแก้มเนียนนุ่มจนเปียกชื้น แต่ไม่มีเสียงคร่ำครวญเล็ดลอดออกมาแม้แต่แ소งเดียว มีเพียงแววตาคู่สวยที่ฉายชัดถึงความเจ็บปวด เกลียดชัง และจำนนต่อโชคชะตา
คาร์ลอสขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน เขากำมือเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก—ความรู้สึกที่เขาเกลียดชังเสียยิ่งกว่าความพ่ายแพ้ นั่นคือความรู้สึกผิดบาปที่กำลังกัดกินหัวใจดิบเถื่อนของมาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร
ปกติแล้ว... น้ำตาของเชลยหรือเหยื่อไม่เคยมีความหมายใดๆ ในสายตาของคาร์ลอส มันเป็นเพียงเครื่องยืนยันถึงความอ่อนแอ เป็นหยาดน้ำหยดสุดท้ายที่ถูกรีดเค้นออกมาเพื่อเรียกคะแนนความสงสาร ซึ่งเขาพร้อมจะเหยียบย่ำมันให้จมดินด้วยซ้ำ
แต่ไม่ใช่กับรินรดา...
ทุกหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาบนแก้มของเธอกลับกลราวกับกรดร้อนที่สาดซัดลงบนผิวเนื้อของเขาเอง มันแผดเผา ลุกลาม และบีบเค้นหัวใจของเขาให้เจ็บแปลบอย่างประหลาด
"ฉันบอกให้มองหน้าฉัน!" เขาตวาดซ้ำอีกครั้ง คราวนี้มือหนารangคว้าข้อมือเล็กที่พยายามกำผ้าห่มแน่นให้หลุดออก ก่อนจะกระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างไม่ยอมจำนน
"คุณจะเอาอะไรอีก..." เสียงหวานแหบพร่าสั่นเครือ เธอนัยน์ตาแดงก่ำจ้องมองเขาด้วยความตัดพ้อเต็มประดา "คุณทำลายศักดิ์ศรีของฉันจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว คุณพรากทุกอย่างไปจากฉัน... ยังไม่สะใจพออีกเหรอคะ คาร์ลอส!"
คำว่า 'คะ' ที่หลุดออกมาพร้อมน้ำตาใสทำเอาหัวใจแกร่งกระตุกวูบ ร่างสูงชะงักไปชั่วขณะ แรงบีที่ข้อมือคลายลงโดยอัตโนมัติ
ความเย็นชาที่เคยเคลือบคลุมแววตาคมกริบมาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที ความดุดันและท่าทีเย่อหยิ่งจองหองถูกแทนที่ด้วยความระส่ำระสายที่เขาเองก็ไม่อาจควบคุม ภาพของหญิงสาวที่ต้องแบกรับความผิดซึ่งเธอไม่ได้เป็นคนก่อ ภาพที่เธอพยายามยืนหยัดต่อสู้ด้วยศักดิ์ศรีอันน้อยนิดแต่มั่นคง ก่อนจะถูกเขาพังทลายมันลงด้วยอำนาจและความดิบเถื่อน... มันกำลังย้อนกลับมาทุบตีสำนึกของเขาอย่างรุนแรง
"ริน..." น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวทุ้มต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด คาร์ลอสกลืนก้อนความขมขื่นลงคอ ร่างสูงทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนเตียงนอน นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เปียกชื้น
มือหนาที่เคยใช้พันธนาการและบنบขยี้ เปลี่ยนเป็นปลายนิ้วหยาบกร้านที่เอื้อมไปเกลี่ยหยาดน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว สัมผัสนั้นอบอุ่นและอ่อนโยนจนรินรดาถึงกับผวา ถอยร่นกายหนีด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัว
"อย่ามาแตะต้องฉัน!" เธอสะบัดหน้าหนี พยายามถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียง
"รินรดา..." คาร์ลอสเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างไม่น่าเชื่อ เขยิบกายตามเข้าไปประชิด ร่างกายกำยำขนาบข้างร่างเล็กไว้ในอ้อมกอดโดยไม่ให้ช่องว่าง "ฉันไม่ได้ตั้งใจ... ให้มันรุนแรงถึงขนาดนี้"
"แต่คุณทำมันลงไปแล้ว!" เธอหันมาตวาดใส่เขาด้วยความอัดอั้นตันใจ ดวงตาดำขลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนตัดพ้อ "คุณคิดว่าร่างกายฉันเป็นอะไร เป็นของเล่นราคาถูกที่คุณจะหยิบฉวยเมื่อไหร่ก็ได้งั้นเหรอ อยากได้ก็แค่ใช้กำลังบังคับ อยากเขี่ยทิ้งก็แค่เหยียบย่ำ... คุณมันใจร้ายที่สุด คาร์ลอส!"
คำพูดตัดพ้อรากับคมมีดที่กรีดลึกลงในอกของมาเฟียหนุ่ม คาร์ลอสไม่เคยต้องอธิบายหรือขอโทษใครในสิ่งที่เขาทำ ชีวิตของเขาขับเคลื่อนด้วยอำนาจและความเด็ดขาด ผิดคือผิด ถูกคือถูก และถ้าเขาต้องการอะไร เขาก็ต้องได้มันมาโดยไม่ต้องสนวิธีการ
แต่วินาทีนี้... คำพูดเหล่านั้นกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นผู้ชายที่ไร้ค่าที่สุดในโลก
"ใช่... ฉันมันใจร้าย" คาร์ลอสยอมรับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เขาขยับกายเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้าหากัน แววตาคมกริบทอดมองเรือนร่างสั่นเทาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย "แต่ทุกสัมผัส ทุกการกระทำ... รินรดา เธอรู้ดีแก่ใจว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของความแค้น"
"ปล่อยฉัน..." เธอเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตาคมคายที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายคู่นั้น รู้ดีว่าหากมองนานกว่านี้ หัวใจทรยศของเธอจะยอมจำนนต่อเขาอีกครั้ง
"มองหน้าฉัน" คาร์ลอสไม่ยอมแพ้ มือหนาประคองใบหน้าหวานให้หันกลับมาสบตา บังคับให้เธอต้องรับรู้ถึงความสั่นไหวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันนั้น "ฉันรู้ว่าเธอกลัว และฉันรู้ว่าเธอกำลังเจ็บปวด... แต่จำไว้รินรดา ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนทำร้ายเธออีก แม้แต่ตัวฉันเองก็ตาม"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมาอย่างจริงจังทำเอารินรดานิ่งงั้น ลมหายใจของเธอกระชั้นชิดขึ้นเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกแทบชิดติดกัน กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทำให้เกราะป้องกันที่เธอก่อไว้เริ่มสั่นคลอน
"คุณพูดบ้าอะไร..." เธอพึมพำเสียงสั่น หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก
"ฉันไม่ได้บ้า" คาร์ลอสกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตรายปรากฏขึ้นช้าๆ "และฉันก็ไม่ได้พูดเล่น... ในเมื่อเธอเป็นเชลยของฉันแล้ว ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนปกป้องเธอจากนรกทุกข์ขุม แม้ว่านรกขุมนั้นจะถูกสร้างขึ้นมาจากมือของฉันเองก็ตามที"
นิ้วเรียวแกร่งไล่ปัดปอยผมที่ปรกลงมาทัดใบหูให้อย่างนุ่มนวล สัมผัสที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทำให้รินรดารู้สึกวูบวาบในท้องอย่างประหลาด ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยคลื่นความเร่าร้อนระลอกใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ระหว่างคนทั้งสอง
คาร์ลอสไม่ปล่อยให้เธอได้ทันตั้งตัวริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาบดKขยี้กลีบปากนุ่มทันทีอย่างเอาแต่ใจ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่จูบแห่งการลงทัณฑ์หรือการประกาศศักดาความเหนือกว่า... มันคือจูบที่เปี่ยมล้นไปด้วยความโหยหา ความลุ่มหลง และความต้องการที่จะกลืนกินตัวตนของเธอให้เป็นหนึ่งเดียวกับเขา
รินรดาครางอือในลำคอ พยายามจะเบือนหน้าหนีแต่ก็สายเกินไปเมื่อวงแขนแข็งแรงรวบรัดร่างของเธอเข้าแนบชิดอกแกร่งอย่างไร้ทางหนี ลิ้นร้อนชื้นรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างชำนาญและเร่าร้อน จนสัมผัสได้ถึงรสชาติเค็มปร่าของคราบน้ำตาที่ผสมผสานอยู่บนเรียวปากของทั้งคู่
ความวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่า ลากผ่านส่วนโค้งเว้าของสรีระอย่างหลงใหล จนรินรดาต้องเผลอแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว ฝ่ามือเล็กกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวท่ามกลางสติที่เริ่มกระเจิดกระเจิง
ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนและเปลวไฟแห่งความเสน่หาที่กำลังโหมกระพือ คาร์ลอสถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวหอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าแดงก่ำ แววตาของเขาพราวระยับด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะต้านทาน
"คืนนี้... ยังอีกยาวไกลนัก รินรดา" เขากระซิบเสียงพร่าชิดใบหู รอรุกเร้าให้เธอต้องสั่นสะท้าน "เตรียมตัวรับมือกับความจริงที่ว่า... เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก"
ทว่า... ในวินาทีที่คาร์ลอสกำลังจะโน้มใบหน้าลงมามอบสัมผัสเร่าร้อนให้กับเธออีกครั้ง เสียงเคาะประตูดังปึงปังอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของลูกน้องคนสนิทที่ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางฝั่งตระกูลศัตรูส่งคนบุกเข้ามาล้อมคฤหาสน์ของเราไว้หมดแล้ว!"
คาร์ลอสชะงักกкаก นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันและเยียบเย็นขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับคว้าปืนพกสีดำสนิทที่วางอยู่หัวเตียงขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว
รินรดานั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียง มองแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างไร้ความปรานี
"ล็อกประตูนี้ไว้... อย่าออกไปไหนจนกว่าฉันจะกลับมา" คาร์ลอสสั่งเสียงเข้ม หันกลับมามองเธอนิ่งอยู่ชั่วพริบตา ก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกจากห้องไปอย่างไร้เสียงเตือน
ปัง! เสียงปิดประตูดังสนั่น ทิ้งให้รินรดานั่งเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน... และความตึงเครียดที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงมืดแห่งเสน่หาไปด้วยกันนะครับ
เซ็กส์คอนแทรกต์ : ล่าแต้มรักฉบับมาเฟียคลั่ง•ตอนที่ 6
เศษเสี้ยวความสงสาร
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็กส์คอนแทรกต์ : ล่าแต้มรักฉบับมาเฟียคลั่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!