ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์•ตอนที่ 9

แรงดึงดูดของโชคชะตา

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
กลิ่นหอมกรุ่นของชาขาวดอกมะลิอุ่นๆ ลอยวนอยู่เหนือก้นแก้วเซรามิกเคลือบด้าน แต่รณกรกลับไม่รู้สึกถึงความรื่นรมย์นั้นเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มกำลังจดจ้องรอยร้าวรูปก้นหอยบนผนังปูนเปลือยของร้านกาแฟลับหลังย่านเมืองเก่า รอยร้าวเส้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากความทรุดตัวของดิน แต่มันคือ ‘ร่องรอยพลังงาน’ ที่ถูกกรีดด้วยคมมีดอาคมเมื่อหลายปีก่อน—ร่องรอยเดียวกับที่พรากครอบครัวของเขาไปในคืนตึกถล่มปริศนา "มองเพ่งเล็งไปที่โครงสร้างอดีตมากเกินไป ระวังโครงสร้างปัจจุบันในใจคุณจะรับน้ำหนักไม่ไหวเอาได้นะคะ, กร" เสียงหวานนุ่มทุ้มที่เจือความเยือกเย็นเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม อาจารย์รินรดาพับกระดาษทาโรต์สำรับโบราณในมือลงช้าๆ ไพ่ใบสุดท้ายที่นางเพิ่งหงายขึ้นคือ *The Wheel of Fortune* ในตำแหน่งกลับหัว ภาพล้อเกวียนแห่งโชคชะตาที่กำลังแตกหักสะท้อนอยู่ในดวงตาสีนิลกาฬคู่นั้น รณกรละสายตาจากรอยร้าวบนผนัง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร็ว "ผมไม่ได้มองอดีตครับ... เอ๊ย, ผมไม่ได้มองอดีตค่ะ... ให้ตายเถอะ ผมติดปากพูดตามผู้ชายทั่วไปซะแล้ว" เขาเผลอขมวดคิ้วมุ่นใส่ตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย อาจารย์สาวหลุบตาลงอมยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอบอุ่นขึ้นมาถนัดตา "ไม่เป็นไรค่ะ ภาษาพูดจะชายหรือหญิงไม่ใช่สาระสำคัญ สิ่งสำคัญคือตอนนี้โครงสร้างจิตวิญญาณของคุณพร้อมจะรับฟัง 'ความจริง' หรือยังต่างหากล่ะคะ" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องชงกาแฟออตโตแมติกดังฮำเบาๆ จากมุมร้าน รณกรประสานมือเข้าหากันบนโต๊ะไม้สัก ตัวเขาในฐานะสถาปนิกผู้มองเห็นเส้นสายพลังงานย่อมรู้ดีว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนมี 'โครงสร้าง' รองรับ แม้แต่ความทรงจำและโชคชะตา "อาจารย์เคยบอกว่าอาจารย์ไม่ได้มีชีวิตอยู่เพียงชั่วอายุคนเดียว..." รณกรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย "เรื่องราวความหลังที่อาจารย์ติดค้างอยู่... มันเกี่ยวกับตึกถล่มเมื่อสิบปีก่อน ที่ครอบครัวของผมต้องตายใช่ไหมคะ?" คำว่า 'นะคะ' ที่เขาตั้งใจฝึกใช้หลุดออกมาอย่างราบรื่น ทว่าความหมายเบื้องหลังคำถามนั้นกลับหนักอึ้งเสียจนบรรยากาศรอบโต๊ะดิ่งวูบลง รินรดานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นางยกแก้วชาขึ้นจิบนิดหนึ่งเพื่อซ่อนประกายความไหววับในแววตา ก่อนจะวางลงเบาๆ บนจานรอง "คุณฉลาดมากค่ะ, รณกร" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก "คุณมองเห็นโครงสร้างทางกายภาพและพลังงานไสยเวทได้ทะลุปรุโปร่ง แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ว่า... สถาปัตยกรรมไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐและปูนเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกค้ำจุนด้วย 'พันธกิจ' ของผู้สร้าง" มือเรียวบางของอาจารย์สาวเอื้อมไปหยิบไพ่ทาโรต์ใบเดิมขึ้นมาพลิกดูอีกครั้ง "เมื่อสามร้อยปีก่อน ในยุคที่กรุงศรีอยุธยายังรุ่งโรจน์ มีการวางศิลาฤกษ์เพื่อผนึกอาคมป้องกันเมืองโบราณ อาจารย์คือหนึ่งในผู้ทำหน้าที่ออกแบบโครงสร้างตารางอักขระเวทนั้น... และคนที่ลงมือสร้างโครงสร้างพลังงานร่วมกับอาจารย์ในยุค รัชกาลที่ 5 ก็คือบรรพบุรุษสายตรงของคุณเองค่ะ" ดวงตาของรณกรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ "บรรพบุรุษของผม? เป็นสถาปนิกหลวงอย่างนั้นหรือคะ?" "ไม่ใช่แค่สถาปนิกธรรมดาค่ะ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ แววตานั้นล้ำลึกราวกับหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง "พวกเขารับหน้าที่เป็น 'ผู้ค้ำจุนเสาหลักเมือง' ผ่านการออกแบบสิ่งก่อสร้างที่เชื่อมโยงกับดวงดาว แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนผ่าน ความโลภของมนุษย์ทำให้โครงสร้างเหล่านั้นถูกบิดเบือน มีใครบางคนพยายามใช้ตึกสูงสมัยใหม่ในปัจจุบัน มาเป็น 'ลิ่มอาคม' ตอกทับลงบนจุดชีพจรพลังงานเก่า เพื่อปลุกบางสิ่งที่ถูกจองจำไว้ให้ตื่นขึ้น" รณกรขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Structural Line หรือเส้นสายพลังงานที่เขามองเห็นเริ่มสั่นกระเพื่อมในอากาศรอบตัวเขา ความโกรธแค้น ความเศร้าโศก และความสงสัยที่อัดแน่นมานานนับทศวรรษเริ่มปะติดปะต่อเข้าหากันราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกวางถูกที่ "ตึกที่ครอบครัวผมเสียชีวิต... มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน" เสียงของรณกรลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น "แต่มันคือการทำลาย 'เสาหลัก' ต้นหนึ่ง เพื่อเปิดทางให้พลังงานมืดไหลเข้ามาใช่ไหมคะ?" "ถูกต้องค่ะ" รินรดายอมรับตามตรง น้ำเสียงของนางไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย "และคนที่บงการเรื่องนั้นเมื่อสิบปีก่อน ตอนนี้กำลังขยับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อทำลายเสาหลักต้นสุดท้าย ซึ่งก็คือ... หอศิลป์กลางเมืองที่คุณเพิ่งเข้าไปตรวจสอบโครงสร้างเมื่อวานนี้" ฉับพลันนั้นเอง! อากาศภายในร้านกาแฟก็เย็นเยียบลงอย่างไร้สาเหตุ กลิ่นอายของดินชื้นและสนิมเหล็กโชยคละคลุ้งกลบกลิ่นหอมของชาดอกมะลิมิดสิ้น แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่รัวจนเกิดเสียงฮัมต่ำๆ ในคลื่นความถี่ที่ทำเอาแก้วหูอื้ออึง รณกรผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีอำพันเรืองแสงจางๆ—โหมดเนตรสถาปนิกทำงานเต็มรูปแบบ เส้นสายพลังงานสีดำทมิฬนับร้อยเส้นพุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นปูน ใต้ฝ่าเท้าของเขากำลังก่อตัวเป็นโครงสร้างเรขาคณิตต้องห้ามที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง "อาจารย์คะ... มีบางอย่างกำลังเชื่อมต่อกับโครงสร้างของร้านนี้..." รณกรเอ่ยเสียงเครียด มือขวาคว้าแขนรินรดาไว้แน่นเพื่อดึงให้ออกห่างจากจุดศูนย์กลางพลังงานที่กำลังยุบตัว รินรดากลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางแย้มยิ้มบางๆ อย่างเยือกเย็น มืออีกข้างหยิบไพ่ทาโรต์สำรับเดิมขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ไพ่ทุกใบในสำรับกำลังเปล่งแสงสีม่วงเข้มออกมาพร้อมกัน "ไม่ต้องตกใจไปค่ะ, รณกร..." อาจารย์สาวกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อะดรีนาลีนในกายพุ่งพล่าน "เพราะในที่สุด... 'สถาปัตยกรรมแห่งเงา' ที่ตามหาเรามาตลอดสิบปี ก็ตัดสินใจมาเคาะประตูหาเราด้วยตัวเองแล้วค่ะ" ตู้กระจกหน้าร้านกาแฟสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเกิดรอยร้าวเป็นรูปใยแมงมุม ก่อนที่เงาดำมหึมาของร่างสูงโปร่งในชุดสูทสถาปนิกยุคโบราณจะก้าวทะลุกระจกเข้ามา โดยไม่ทิ้งร่องรอยความเสียหายทางกายภาพไว้เลยแม้แต่นิดเดียว—ทิ้งไว้เพียงเสียงกระซิบเย็นเยียบที่ดังขึ้นในหัวของรณกรโดยตรง: *"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ทายาทคนสุดท้ายของเสาหลัก"* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาโครงสร้างมรณะนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทางกับสถาปนิกผู้เห็นวิญญาณสถาปัตย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%