"หากพวกท่านยังกล้าเอาเทתוโคลนสกปรกมาปัดกว้างหน้าแปลงสมุนไพรของภรรยาผมอีกแม้แต่ก้าวเดียว... อย่าหาว่าผมไม่เตือนเรื่องกฎหมายหมู่บ้าน!"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของจางเหว่ยดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณชายป่าท้ายหมู่บ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีมอแต่สะอาดสะอ้านยืนตระหง่านบังแปลงปลูกพืชเอาไว้มิดชิด แววตาของเขาคมกริบดุจพญาอินทรีที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ตรงหน้าเขาคือป้าสะใภ้ใหญ่และอาสามตระกูลจางที่หน้าเสีย สีหน้าของคนทั้งสองฉายแววหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด เมื่อเจอความเด็ดขาดของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าซื่อสัตย์ที่สุดในหมู่บ้าน ยามนี้กลับกลายเป็นเสือซ่อนเล็บที่น่าเกรงขาม
หลินฟาง (หรือหมอภัทรในร่างปัจจุบัน) ก้าวเท้าออกมาจากกระท่อมไม้น้อยด้วยท่าทีเยือกเย็น มือเรียวบางกำลังเช็ดคราบดินออกจากปลายนิ้วอย่างใจเย็น สายตากวาดมองผู้มาเยือนทั้งสองด้วยรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับสร้างความหนาวเยือกให้แก่ผู้พบเห็นยิ่งกว่าพายุฤดูหนาว
"ลมอะไรหอบท่านป้าใหญ่กับอาสามมาไกลถึงแปลงรกร้างที่พวกท่านเคยพูดนักพูดหนาว่า 'ปลูกอะไรก็ไม่มีวันงอกเงย' ล่ะครับ?" หลินฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนเข้าไปถึงกระดูกดำ
ป้าสะใภ้ใหญ่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาเหลือบไปเห็นความเขียวขจีที่แผ่ขยายอยู่เบื้องหลังร่างของจางเหว่ย กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรลอตแรกที่เพิ่งผลิดอกออกใบ ช่างเย้ายวนและส่งสัญญาณถึงมูลค่ามหาศาล จนหัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความโลภ ข่าวลือเรื่องหมอหลินใช้หยาดน้ำค้างทิพย์หรือปุ๋ยวิเศษใดไม่ทราบ ทำให้พืชพันธุ์ราคาแพงอย่างโสมคนและตังกุยเติบโตเร็วกว่าปกติถึงสามเท่าตัว กำลังแพร่สะพัดไปทั่วตำบล
"ฟางฟาง... หลานรัก ป้าแค่วิตกกังวลแทนพวกเธอ..." ป้าสะใภ้ใหญ่เปลี่ยนน้ำเสียงทันที พยายามปั้นหน้ายิ้มแย้งน่าเกลียด "ดินตรงนี้มันเป็นสมบัติของตระกูลเรานะ ลูกหลานจะทำอะไรก็ต้องแบ่งปันให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลได้ชื่นชมบ้างสิ อีกอย่าง... สมุนไพรพวกนี้โตไวผิดปกติ อาจจะเป็นของอัปมงคลก็ได้นะ ป้าจะช่วยเก็บกวาดให้..."
"ของอัปมงคลอย่างนั้นหรือครับ?" หลินฟางหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้รั้วไม้ที่จางเหว่ยตอกเองกับมือ ดวงตาคมกวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาวิเคราะห์โรคเสมือนตอนที่เขาเคยตรวจคนไข้ในห้องฉุกเฉิน "อาการมือไม้อ่อน แววตาลุกลี้ลุกลน เหงื่อออกตามฝ่ามือ... ป้าใหญ่ครับ อาการแบบนี้ในตำราแพทย์แผนจีนเขาเรียกว่า 'โรคโลภจนตาฟาง' รักษาไม่หายหรอครับ มีทางเดียวที่จะบรรเทาคือต้องออกไปให้พ้นจากเขตที่ดินของผมทันที"
จางเหว่ยขยับตัวก้าวเข้ามาโอบไหล่บางของภรรยาไว้หลวมๆ สัมผัสอุ่นซ่านจากฝ่ามือหนาทำให้หลินฟางรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด สามีหนุ่มผู้ไม่เคยพูดจาหวานเลี่ยน กลับใช้การกระทำและร่างกายของเขาเป็นเกราะกำบังภรรยาจากสายตาโลภ
"ได้ยินชัดเจนแล้วนะครับ เชิญ!" จางเหว่ยชี้มือไปยังทางออก น้ำเสียงกดต่ำจนคนฟังต้องรีบถอยหลังกรูด
เมื่อคนน่ารำคาญถอยรอนแรมลับตาไปแล้ว บรรยากาศรอบกายจึงกลับคืนสู่ความสงบ หลินฟางทอดสายตามองแปลงสมุนไพรลอตแรกที่เติบโตอย่างงดงาม ใบสีเขียวเข้มชอุ่มต้องแสงอาทิตย์ยามสายสะท้อนประกายราวกับถูกเคลือบไว้ด้วยหยาดน้ำค้างบริสุทธิ์ กลิ่นหอมละมุนของรากโสมและสมุนไพรจีนโบราณลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าหยาดเหงื่อแรงกายและมิติลับที่เขานำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันนั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงามเกินคาด
"เหนื่อยไหมครับ?" จางเหว่ยเอ่ยถามเบาๆ พลางใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับเหงื่อบนหน้าผากมนให้อย่างทะนุถนอม สายตาทอประกายความรักความบูชาภรรยาจนแทบหยาดเยิ้ม
"ไม่เหนื่อยเลยครับ มีคุณคอยเป็นโล่กันภัยให้แบบนี้ ต่อให้มีมาอีกสักสิบคน ผมก็ไม่หวั่น" หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นสามี มุมปากยกยิ้มอ่อนโยน "อีกสามวัน เราจะเก็บเกี่ยวสมุนไพรลอตนี้ไปส่งให้เถ้าแก่ลีที่ตลาดมืด ยอดเงินครั้งนี้... น่าจะเพียงพอที่เราจะซื้อจักรเย็บผ้าเครื่องใหม่ และปรับปรุงบ้านหลังนี้ให้คุณได้นอนสบายขึ้น ไม่ต้องทนหนาวเวลาลมพัดผ่านรอยแตกบนผนังอีกต่อไป"
จางเหว่ยฟังแล้วนิ่งงัน หัวใจพองโตจนจุกอยู่ที่ลำคอ ผู้ชายคนนี้ไม่เคยเรียกร้องอะไรเพื่อตัวเองเลยสักครั้ง มีแต่จะวางแผนยกระดับความเป็นอยู่ของครอบครัวอยู่เสมอ ความซาบซึ้งและรักลึกซึ้งทำให้เขาดึงร่างเพรียวบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่บาง สูดดมกลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของภรรยา
"ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ... ขอบคุณที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตผู้ชายบ้านๆ คนนี้" เสียงทุ้มพร่ากระซิบข้างใบหู
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานละมุน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินลัดเลาะชายป่า ไม่ใช่เสียงเดินของชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นรองเท้าคอมแบตทหารที่กระทบพื้นดินอย่างเป็นจังหวะและมั่นคง
หลินฟางขมวดคิ้วเล็กน้อย ผนกหูเฉียบคมจับเสียงนั้นได้ทันที จางเหว่ยผละออกจากอ้อมกอด หันไปมองทางต้นเสียงด้วยความระแวดระวัง ปกป้องภรรยาไว้ด้านหลังตามสัญชาตญาณนักรบ
ร่างของชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ปราศจากรอยยิ้ม แต่แววตาคมกราดกวาดมองไปทั่วแปลงสมุนไพร ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่หลินฟาง ข้างกายของเขามีชายหนุ่มหน้าตาคุ้นเคยคนหนึ่งยืนอยู่—เด็กหนุ่มที่เคยมาซื้อยารักษาอาการบาดเจ็บเมื่อสัปดาห์ก่อน และแอบอ้างว่าตนเป็นเพียงชาวบ้านยากจน
"หมอหลิน... ในที่สุดผมก็ตามหาคุณเจอจนได้" น้ำเสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก "ท่านผู้ว่าการมณฑลต้องการตัวคุณด่วนที่สุดสำหรับเคสรักษาที่ไม่มีใครในโรงพยาบาลรักษาหาย... และเขารู้ว่ามีเพียงคุณคนเดียวในแผ่นดินนี้ที่ทำได้"
จางเหว่ยชักสีหน้าเคร่งเครียด มือหนากำหมัดแน่นโดยสัญชาตญาณ ทว่าหลินฟางกลับยกมือขึ้นแตะแขนสามีเบาๆ ส่งสัญญาณให้ใจเย็นลง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าด้วยมันสมองอันชาญฉลาด
นี่ไม่ใช่คำเชิญธรรมดา... แต่เป็นหมากกระดานใหญ่ที่กำลังจะดึงเขาก้าวเข้าสู่เกมอำนาจที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับแปลงสมุนไพรแห่งความหวังนี้ แล้วเรามาลุ้นระทึกไปพร้อมกันในตอนหน้า, ครับ!
คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย•ตอนที่ 12
รุ่งอรุณแห่งการเริ่มต้น
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!