คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย•ตอนที่ 11

รอยยิ้มของจางเหว่ย

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"โรคระบาดปริศนาในหมู่บ้านทางเหนืออย่างนั้นหรือ..." หลินฟางทวนคำของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอที่ยืนหอบหายใจโยนจดหมายด่วนลงบนโต๊ะไม้ไผ่ เสียงกระดาษยับยู่ยี่กระทบพื้นผิวโต๊ะดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบงันของห้องครัวที่ยังอบ1อวลไปด้วยกลิ่นหอมของแป้งซาลาเปานึ่งสดใหม่ ดวงตาคมกริบของอดีตแพทย์สนามผู้ย้อนเวลากลับมา หรี่ลงเล็กน้อย เขาวิเคราะห์สถานการณ์ในหัวอย่างรวดเร็ว โรคระบาดในยุคเจ็ดสิบปลายเช่นนี้ หากไม่ใช่ไข้รากสาดน้อย ก็1คืออหิวาตกโรคที่มักมาพร้อมกับแหล่งน้ำปนเปื้อนในช่วงรอยต่อฤดูกาล แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร การปฏิเสธคำสั่งของทางการในยามวิกฤตไม่ใช่ทางเลือกของคนฉลาด ทว่า ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากรับคำ ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าเจ้าหน้าที่คนนั้นไว้ทันที มือหนากรำแดดคว้าขอบโต๊ะแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึง ดวงตาคู่นั้นแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ภรรยาผมไม่ใช่หมอประจำอำเภอ หน้าที่ตรวจโรคชาวบ้านไม่ใช่ภาระบังคับของเขาโดยตรง อีกอย่าง ทางเหนือนั่น... ระยะทางไปกลับร่วมร้อยลี้ การเดินทางยากลำบาก แถมข่าวลือเรื่องโรคร้ายนั่นก็น่ากลัวเกินกว่าจะให้คนไม่มีภูมิคุ้มกันอย่างเขาเดินทางไปเสี่ยง" จางเหว่ยเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กรามขบเข้าหากันแน่น ความห่วงใยฉายชัดผ่านน้ำเสียงห้าวหาญที่สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโกรธ เจ้าหน้าที่อำเภอยิ้มแห้งๆ พลางโบกมือปัดป่าย "ท่านจาง... ผมเข้าใจความรู้สึกของท่านดีครับ แต่คำสั่งนี้มาจากเบื้องบนโดยตรง ท่านหมอหลินมีชื่อเสียงเรื่องการรักษาโรคประหลาดด้วยสมุนไพรพื้นบ้านที่ได้ผลชะรรัด ทางอำเภอไม่มีใครมีความรู้ด้านนี้เทียบเท่าเขาอีกแล้ว หากท่านปฏิเสธ เกรงว่าจะมีความผิดฐานขัดคำสั่งทางการนะครับ" บรรยากาศในห้องครัวพลันอึมครึมลงถนัดตา กลิ่นไอน้ำจากซาลาเปาร้อนๆ ไม่ได้ช่วยให้ความตึงเครียดลดลงเลยแม้แต่น้อย หลินฟางถอนหายใจเบาๆ เขาวางตะเกียบในมือลงอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินเข้าไปแตะแขนของสามีหนุ่มผู้กำลังเดือดดาล สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วทำให้กล้ามเนื้อที่เกร็งตึงของจางเหว่ยค่อยๆ ผ่อนคลายลงทีละน้อย "จางเหว่ย... มองหน้าฉันสิครับ" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเด็ดเดี่ยว จางเหว่ยหันมามองภรรยา ดวงตาคู่นคมเต็มไปด้วยความกังวลและตัดพ้อ "ฟางฟาง... คุณจะไปไม่ได้ อันตรายเกินไป ผมไมยอมให้คุณเอาชีวิตไปเสี่ยงเด็ดขาด" "ใครบอกว่าฉันจะเอาชีวิตไปเสี่ยงเล่าครับ" หลินฟางมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและสติปัญญา "โรคระบาดไม่ใช่เรื่องล้อเล่นก็จริง แต่สำหรับหมอ การปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ล้มตายโดยไม่ยื่นมือเข้าช่วย นั่นต่างหากคือบาปหนา อีกอย่าง... คุณลืมไปแล้วหรือว่าฉันมี 'เครื่องมือ' อะไรอยู่ในมือบ้าง" คำพูดนั้นทำให้จางเหว่ยชะงักไป ความลับเรื่องมิติพิเศษและสมุนไพรวิเศษในพื้นที่ลับเป็นสิ่งที่เขารู้ดีที่สุด หลินฟางไม่ได้เดินเข้าหาความตาย แต่เขากำลังถือไพ่เหนือกว่าที่จะใช้โอกาสนี้สร้างชื่อเสียงและตบหน้าพวกข้าราชการฉ้อฉลที่เคยดูถูกพวกเขาได้อย่างเจ็บแสบต่างหาก "ถึงอย่างนั้น..." จางเหว่ยยังคงดื้อดึง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของภรรยาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วอีกฝ่ายจะหายลับไปกับสายลม "ถ้าคุณต้องไป ผมจะไป1ด้วย" "ไม่ได้ครับ" หลินฟางปฏิเสธทันควัน "ฟาร์มของเราเพิ่งเริ่มต้น ผลผลิตล็อตแรกกำลังจะเก็บเกี่ยว ไหนจะเรื่องจัดการกับพวกญาติจอมสูบที่ยังวนเวียนอยู่แถวนี้อีก คุณต้องอยู่เฝ้าบ้านและจัดการธุระทางนี้ให้เรียบร้อย ส่วนฉัน... ไปแค่สามวันก็กลับแล้วครับ" "สามวันก็ยาวนานเหมือนสามปีสำหรับผม" จางเหว่ยพึมพำเบาๆ น้ำเสียงของชายร่างใหญ่ผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร กลับเจือความเว้าวอนอย่างน่าประหลาด ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกของหลินฟาง ตั้งแต่ย้อนเวลากลับมาในร่างนี้ ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยการแก้แค้น การคำนวณผลกำไร และการเอาตัวรอดจากคนใจคด แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่หัวใจดวงนี้จะสั่นไหวอย่างรุนแรงเท่ากับเวลาที่ได้เห็นสายตาห่วงใยอย่างไร้เงื่อนไขจากสามีบ้านๆ คนนี้ จางเหว่ยไม่เคยพูดคำว่ารักหวานเลี่ยน แต่ทุกการกระทำ ทุกหยาดเหงื่อที่เขาขยันขันแข็งทำนาทำสวน และทุกครั้งที่เขาเอาตัวเข้าปกป้อง มันคือนิยามของความรักที่แท้จริงยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ในโลก "ถ้าเป็นห่วงนัก... งั้นคืนนี้ ฉันจะทำอาหารจานพิเศษให้คุณกินเป็นการชดเชยดีไหมครับ?" หลินฟางเปลี่ยนเรื่อง พลางส่งสายตาพราวระยับ ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูสามีด้วยน้ำเสียงกระเส่า "รับรองว่าอร่อยจนคุณลืมไม่ลง และ... จะทำให้คุณนอนไม่หลับไปตลอดทั้งคืนเลย" ใบคมเข้มของจางเหว่ยขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว ลามไปถึงใบหู ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อรอยยิ้มและเสน่ห์ของภรรยาทำให้เขาทำได้เพียงพยักหน้าตกลงอย่างจำยอม ตกดึก ค่ำคืนนั้นเงียบสงบ ทว่าในครัวเล็กๆ กลับอบ1อวลไปด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนของ 'ไก่ตุ๋นโสมยาจีน' ที่หลินฟางแอบนำสมุนไพรชั้นเลิศจากมิติลับออกมาเคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม น้ำซุปสีทองใสส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้านไม้เก่า ท่ามกลางแสงตะเกียงอันสลัวราง จางเหว่ย นั่งมองแผ่นหลังบางที่กำลังงגתอยู่หน้าเตาไฟ แสงไฟสีส้มสาดส่องกระทบใบงดงามของภรรยา ทำให้ภาพตรงหน้าดูอบอุ่นราวกับภาพวาดชั้นครู ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อย บัดนี้ได้หยั่งรากลึกกลายเป็นความรักที่มั่น หลินฟางตักซุปใส่ชามกระเบื้องควันฉุย ยื่นให้สามีพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน "กินสิครับ บำรุงกำลังไว้ พรุ่งนี้ฉันไม่อยู่ คุณจะได้มีแรงดูแลฟาร์มแทนผม" จางเหว่ยรับชามมา แต่ยังไม่ทันจะได้ตักซุปเข้าปาก ทันใดนั้น... เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากหน้าบ้านก็พังทลายความสงบสุขลงในพริบตา! "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! หมอหลิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คนที่หมู่บ้านเหนือ... พวกเขาเริ่มอาละวาดและมีเลือดออกตาตายกันหมดแล้ว!" จางเหว่ยสะดุ้งสุดตัว วางชามซุปกระแทกโต๊ะ ดวงตาคมกริบฉายแววสังหรณ์ใจอย่างรุนแรง ขณะที่หลินฟางขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง โรคระบาดบ้าอะไรกันที่มีอาการเลือดออกตา? นี่ไม่ใช่โรคธรรมดา... แต่มันคือ 'พิษ' ชนิดหนึ่งต่างหาก! --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" มา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%