กลิ่นหอมของสมุนไพรเคี่ยวเคี่ยวเคี่ยวจนงวด แตะจมูกจนจางเหว่ยต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามผ้าฝ้ายสีซีด ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัว มองภรรยาตัวน้อยที่กำลังงละมุนอยู่หน้าเตาถ่านด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความทึ่ง
"ถ้าขืนกลิ่นหอมเตะจมูกออกไปถึงหน้าบ้านแบบนี้ อีกไม่นานพวกบ้านใหญ่คงแห่กันมาเคาะประตูบ้านเราอีกรอบแน่ครับ ภรรยา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเอ็นดู พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้เพื่อช่วยพัดเตาให้ภรรยา
หลินฟาง หรือในอดีตคือแพทย์หนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการเยียวยาจิตวิญญาณ หันมายิ้มบาง ๆ ให้สามี ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายแห่งความมั่นใจ
"ก็ให้พวกเขามาสิครับ จางเหว่ย... มาดูว่าสิ่งที่พวกเขาเคยเหยียบย่ำและมองว่าเป็นแค่ 'เศษขยะไร้ค่า' ในอดีต ตอนนี้มันกำลังจะกลายเป็นสินค้าทำเงินที่แม้แต่สหกรณ์อำเภอก็ยังต้องก้มหัวให้"
คำพูดของหลินฟางไม่ใช่การโอ้อวด แต่มันคือความจริงที่กำลังจะประจักษ์ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า บนโต๊ะไม้เนื้อหยาบข้างกาย มีขวดแก้วใสขนาดกระทัดรัดนับสิบขวดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ภายในบรรจุ "บาล์มสมุนไพรบัวหิมะสูตรประยุกต์" และ "น้ำมันไพลสดสกัดเย็น" ที่หลินฟางใช้มิติพิเศษในการคัดสรรวัตถุดิบและเร่งกระบวนการหมักบ่มด้วยศาสตร์ลับทางการแพทย์
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน หลังจากที่หลินฟางใช้กลยุทธ์ทางจิตวิทยาและการค้า จนสามารถทวงคืนโฉนดที่ดินบางส่วนและตบหน้าป้าสะใภ้จอมโลภได้อย่างเจ็บแสบ เขาก็ตระหนักดีว่า การพึ่งพาแค่ผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาลนั้นช้าเกินไป หากต้องการหลุดพ้นจากความยากจนและสร้างรากมั่นคงเพื่อเตรียมรับมือกับพายุการเมืองในยุค 70-80 นี้ เขาต้องสร้าง "ผลิตภัณฑ์เฉพาะตัว" ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้
และวันนี้ คือวันพิสูจน์ฝีมือ
"คุณแน่ใจนะว่าของพวกนี้จะขายได้ราคาดี? ชาวบ้านแถวนี้เขากำลังขัดสนเรื่องปากท้อง ใครจะมีเงินมาซื้อยาทาแก้ปวดเมื่อยราคาแพงกันล่ะครับ" จางเหว่ยถามด้วยความกังวลตามประสาคนซื่อ ที่มองโลกตามความเป็นจริง
หลินฟางวางทัพพีไม้ลง ล้างมือด้วยน้ำสะอาดในอ่างดินเผา ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับสามี รอยยิ้มอบอุ่นแต่แฝงด้วยความเฉียบคมปรากฏบนริมฝีปาก
"ของราคาแพงเหรอครับ? ไม่เลย... เราจะไม่ขายให้ชาวบ้านยากจนที่ไม่มีกำลังซื้อ แต่เราจะเอาไป 'เปิดตลาด' ในจุดที่คนมีเงินและพวกข้าราชการระดับสูงในเมืองต้องการต่างหาก" หลินฟางเอ่ยพลางหยิบขวดบาล์มขึ้นมาหมุนเบา ๆ "คุณลองคิดดูสิครับ ในยุคที่ทุกคนต้องทำงานหนักในไร่นาร์วม ร่างกายของพวกเขามีอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังกันแทบทุกคน ยาทาสมุนไพรทั่วไปตามสถานีอนามัยก็เจือจางเสียจนแทบไม่ได้ผล แต่ถ้าพวกเขาได้ลองใช้บาล์มสูตรที่ซึมซาบเข้าสู่เส้นเอ็นภายในสามนาทีนี้ล่ะ..."
จางเหว่ยชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสรรพคุณที่ภรรยาเคยอธิบายให้ฟัง เขารู้ดีว่าหลินฟางไม่เคยพูดอะไรเกินจริง และทุกสิ่งที่ภรรยาลงมือทำ ล้วนมีผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์เสมอ
"ถ้ามันได้ผลจริงอย่างที่คุณว่า... ต่อให้ขายขวดละหยวนครึ่ง ก็มีคนแย่งกันซื้อจนหมดเกลี้ยงแน่ครับ" สามีหนุ่มเอ่ยเสียงพร่า รู้สึกทึ่งในมันสมองของภรรยาคนนี้เหลือเกิน
"ไม่ใช่แค่หยวนครึ่งครับ จางเหว่ย... สองหยวน! นี่คือราคาที่เราจะตั้งสำหรับล็อตแรก" หลินฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "และที่สำคัญ เราจะไม่ได้เอาไปวางขายตามแผงลอยข้างถนน แต่เราจะฝาก 'พี่รองเฉิน' คนขับรถบรรทุกประจำสหกรณ์ นำไปส่งให้ถึงมือเถ้าแก่ร้านขายยาใหญ่ในตัวอำเภอ โดยอ้างว่าเป็นยาสูรย์โบราณที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษตระกูลหลิน"
นี่คือความฉลาดล้ำลึกของหลินฟาง การสร้าง "สตอรี่" ให้กับผลิตภัณฑ์ เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในยุคที่ผู้คนยังยึดติดกับความเชื่อดั้งเดิม การแปะป้ายว่าเป็นสูตรลับโบราณ จะช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าการบอกว่าเป็นยาทําเองในบ้าน
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนา ทั้งคู่หันไปมองหน้ากันโดยสัญชาตญาณ จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ในยามวิกาลเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่แขกที่ดีแน่
"เดี๋ยวผมไปดูเองครับ คุณเก็บของพวกนี้ให้เรียบร้อยก่อน" จางเหว่ยกระซิบเบา ๆ พร้อมกับเดินสาวเท้ายาวไปที่ประตูหน้าบ้าน
แอด...
บานประตูไม้เก่าแก่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างผอมแห้งของ "หลี่ฮุ่ย" ป้าสะใภ้ตัวแสบที่เพิ่งโดนหลินฟางเล่นงานไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ยืนทำหน้ายับยู่ยี่อยู่หน้าบ้าน ดวงตากวาดมองเข้าไปข้างในด้วยความอยากรู้อยารักเห็น
"จางเหว่ย! น้าสะใภ้ได้กลิ่นอะไรแปลก ๆ ลอยมาจากบ้านพวกแก... นี่พวกแกแอบซุกซ่อนอะไรกินกันตามลำพังอีกแล้วใช่ไหม? รู้ไหมว่าช่วงนี้ข้าวหายากแค่ไหน ทำไมถึงไม่รู้จักแบ่งปันคนในครอบครัวบ้าง!" หลี่ฮุ่ยเปิดฉากโวยวายทันทีตามนิสัยเดิม โดยไม่สนว่านี่คือยามวิกาล
แต่ก่อนที่จางเหว่ยจะได้เอ่ยปากไล่ ร่างระหงของหลินฟางก็เดินตามออกมาจากห้องครัว ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ เยือกเย็นและทรงพลัง จนหลี่ฮุ่ยถึงกับชะงักฝีปากไปชั่วขณะ
"อ้าว... คุณป้าสะใภ้นี่เองครับ ลมอะไรหอบมาดึกดื่นป่านนี้ หรือว่าอาการปวดเอวที่ผมเคยเตือนไว้ กำลังกำเริบจนนอนไม่หลับล่ะครับ?" หลินฟางเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพราวกับบุตรหลานที่แสนดี แต่กลับทำเอาหลี่ฮุ่ยรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
หลี่ฮุ่ยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามตั้งสติแล้วเชิดหน้าขึ้น "เหลวไหล! ฉันสบายดี... ว่าแต่แกทำอะไรกิน กลิ่นมันหอมตลบอบอวลไปทั่วหมู่บ้านแบบนี้ ส่งมาให้ฉันครึ่งหม้อเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
หลินฟางหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องมองป้าสะใภ้ราวกับเสือที่กำลังมองเหยื่อในกรง
"น่าเสียดายจังครับป้าสะใภ้... สิ่งที่เคี่ยวอยู่ข้างในนั้น ไม่ใช่ของกินสำหรับแจกจ่ายหรอกครับ แต่มันคือ 'ยาพิษสมานแผล' ที่ผมตั้งใจเคี่ยวไว้รอต้อนรับคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านต่างหากล่ะครับ"
คำพูดนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ทำให้หลี่ฮุ่ยหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่มีสาเหตุ
หลินฟางก้าวเข้าไปใกล้ประตูอีกนิด โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ
"ถ้าไม่อยากให้ขาข้างซ้ายของป้าต้องใช้การไม่ได้ไปตลอดชีวิต... แนะนำให้รีบกลับบ้านไปนอน แล้วเอาผ้าชุบน้ำอุ่นประคบเอวซะนะครับ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจ เอายาทาขวดนี้ไปคิดเงินป้าในราคาขวดละสิบหยวน!"
หลี่ฮุ่ยผงะถอยหลังด้วยความตกใจกลัว นางจำสายตาน่ากลัวคู่นี้ได้แม่นยำ มันเป็นสายตาเดียวกับที่ทำให้สามีของนางต้องยอมคายโฉนดที่ดินออกมา หญิงแก่สะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะวิ่งหนีหายไปในความมืดอย่างทุลักทุเล
จางเหว่ยปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยรอยยิ้มกว้างที่ปิดไม่มิด
"คุณนี่ร้ายกาจเสียจริง ๆ นะครับ ภรรยา... เล่นเอาเขากลัวจนหางจุกตูดไปเลย"
หลินฟางยิ้มรับเบา ๆ ก่อนจะหันกลับไปมองขวดบาล์มสมุนไพรนับสิบขวดบนโต๊ะ ที่ตอนนี้พร้อมแล้วสำหรับการเดินทางครั้งสำคัญในวันพรุ่งนี้
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลาย จู่ ๆ เสียงเคาะประตูดังปึงปังอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นอีกครั้งจากด้านนอก!
ไม่ใช่เสียงเคาะแบบหลี่ฮุ่ยที่เต็มไปด้วยความโลภ แต่เป็นเสียงทุบประตูดุกดันและกระชั้นชิดราวกับมีเหตุฉุกเฉินถึงชีวิต พร้อมกับเสียงตะโกนแหบพร่าของชายแปลกหน้าที่ดังแทรกความเงียบยามวิกาลเข้ามา
"มีใครอยู่ข้างในไหม! ช่วยด้วย! นายสถานีรถไฟอำเภอหมดสติชีพจรหยุดเต้น อยู่ที่หน้าปากซอยทางเข้าหมู่บ้าน ใครก็ได้ช่วยด้วย!"
จางเหว่ยหน้าถอดสีทันที ส่วนหลินฟางกลับนิ่งงันไป ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยประกายแห่งความท้าทายที่วาบผ่านเข้ามาในความมืดมิด
[ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์อันเฉียบคมของหมอภัทร แล้วเรามาลุ้นระทึกไปพร้อมกันในตอนหน้า, ครับ!]
คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย•ตอนที่ 15
สูตรลับฉบับภรรยา
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!