กลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพร "เก๊กฮวยป่าผสมรากโสมตุ๋นน้ำผึ้ง" ลอยอวลตลบอบอวลไปทั่วแผงขายของชั่วคราวในตลาดสดอำเภอเฟิงเฉิง ไอร้อนที่พวยพุ่งขึ้นฟ้าในยามสายตัดกับความเย็นยะเยือกของสายตาคู่หนึ่งได้อย่างลงตัว
หลินฟาง หรือที่ผู้คนในยุคนี้รู้จักกันในนาม "หมอภัทร" ยืนสงบนิ่งอยู่หลังแผงไม้ไผ่ที่จัดเรียงขวดเซรามิกบรรจุยาสมุนไพรและผงชาบำรุงกำลังอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เสื้อผ้าเนื้อหยาบสีตุ่นไม่ได้ลดทอนรัศมีอันเยือกเย็นและทรงภูมิของเขาลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความนิ่งสงบราวกับผืนน้ำในบึงลึกกลับยิ่งทำให้ผู้ที่กำลังเดินเข้ามาหาเรื่องรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านจนเก็บอาการไม่อยู่
"หลินฟาง! แกกล้ามากนะที่เอาของไร้ค่าพวกนี้มาตั้งแผงหลอกลวงชาวบ้านในตลาด! หน้าด้านจริงๆ!"
เสียงแหลมสูงของ "สะใภ้ใหญ่เฉิน" ดังแทรกเสียงจอแจของพ่อค้าแม่ขายคนอื่นจนผู้คนรอบข้างต้องหันมามอง นางเดินกระแทกเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าแผงด้วยท่าทางหาเรื่อง สองมือเท้าสะเอว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและโกรธแค้น ด้านหลังมี "ป้าหมาน" หญิงปากมากประจำหมู่บ้านยืนสมอ้างพยักหน้าสนับสนุนอยู่ไม่ห่าง
จางเหว่ย ซึ่งกำลังช่วยจัดเรียงห่อสมุนไพรอยู่ข้างกายภรรยา ขยับตัวก้าวออกไปบังหน้าหลินฟางไว้ครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังผู้มาเยือน น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อiนเอ่ยด้วยความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด
"พี่สะใภ้ใหญ่ พูดจาระวังปากด้วย ของบนแผงนี้มีใบรับรองความสะอาด ถูกต้องตามกฎระเบียบทุกประการ ไม่เคยหลอกลวงใคร หากท่านยังมาโวยวายสร้างความวุ่นวายอีก ผมคงต้องเชิญเจ้าหน้าที่ประจำตลาดมาคุยกันยาวๆ แล้วล่ะครับ"
"โอ้โห! ดูสามีกลัวเมียพูดจาเข้าสซิ! ไอ้จางเหว่ย แกมันไอ้หน้าโง่ที่โดนอี๋นี่เป่าหูจนโหัวอ่อน!" สะใภ้ใหญ่เฉินแสะยิ้มหยัน ก่อนจะคว้าขวดเซรามิกบรรยาบำรุงราคาแพงขึ้นมาทำท่าจะปัดตกพื้น "ของพวกนี้มันก็แค่เศษรากไม้ขุดตามป่าข้างทาง ใครกินเข้าไปก็มีแต่ตายกับตาย! ฉันจะช่วยทำลายหลักฐานล้างบางพวกต้มตุ๋นอย่างพวกแกเอง!"
ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของชาวบ้านที่มุงดู หลินฟางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตา
ชั่วพริบตาที่ปลายนิ้วอวบอูมของสะใภ้ใหญ่เฉินกำลังจะคว่ำขวดเซรามิก หลินฟางก็ยื่นมือออกไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ปลายนิ้วเรียวยาวกดลงบนจุดชีพจร "เหอหก" ที่ข้อศอกของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ
*อั๊ก!*
สะใภ้ใหญ่เฉินสะดุ้งเฮือกด้วยความเจ็บแปลบราวกับโดนเข็มร้อยเล่มทิ่มแทง แขนข้างนั้นชาดิกจนหมดแรง ขวดเซรามิกในมือร่วงหล่นลงมา แต่หลินฟางกลับรับไว้ได้อย่างนิ่มนวลราวกับมันลอยมาตามลม
"พี่สะใภ้ใหญ่... มือข้างนี้ของท่านช่วงนี้คงระบบไหลเวียนโลหิตไม่ค่อยดีสินะครับ ถึงได้อ่อนแรงจนถือของแค่นี้ไม่ได้ แถมสติปัญญาและการพูดจายังเลอะเลือนจนแยกแยะไม่ออกว่าสิ่งไหนคือยารักษา สิ่งไหนคือยาพิษ" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่ทว่าทุกคำกลับบาดลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ "สมุนไพรต้มชุดนี้ข้าพเจ้าเป็นคนปรุงขึ้นเองกับมือ หากท่านบอกว่าเป็นยาพิษ งั้นเรามาพิสูจน์ให้ทุกคนในตลาดแห่งนี้ได้เห็นกันชัดๆ ดีไหมครับ?"
หลินฟางเปิดจุกขวดเซรามิก รินน้ำชาสมุนไพรสีอำพันเข้มส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนน้ำลายสอลงในถ้วยกระเบื้องสะอาด ควันสีขาวลอยกรุ่นพร้อมกลิ่นอายของโสมและน้ำผึ้งป่าที่เตะจมูกผู้คนรอบข้างจนเคลิบเคลิ้ม
"ถ้าท่านกล้าดื่มถ้วยนี้หมดแล้วยืนยันว่ามันเป็นยาพิษที่ทำให้ตายได้ ผมยอมปิดแผงเลิกขายสมุนไพรตลอดชีวิต พร้อมทั้งชดใช้ค่าเสียหายให้ท่านเป็นเงินสเกลราคาแผงนี้ทั้งหมดสิบเท่า แต่... ถ้ามันไม่เป็นอะไร และร่างกายที่มักจะปวดเมื่อยตามข้อของท่านหายเป็นปลิดทิ้งล่ะก็..." หลินฟางเว้นจังหวะ ปรายตามองหญิงสาวรุ่นพี่ด้วยแววตาดุจพญาเหยี่ยว "ท่านต้องก้มกราบขอโทษต่อหน้าชาวบ้านทุกคนที่ท่านกล่าวหาผมเมื่อครู่... กล้าไหมครับ?"
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบแผงขายของทันที ชาวบ้านต่างกระซิบกระซาบกันด้วยความตื่นเต้น สะใภ้ใหญ่เฉินหน้าซีดเผือดสลับเขียวคล้ำ นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ครั้นจะบอกว่าไม่กล้า ก็เกรงจะเสียหน้าต่อหน้าผู้คนนับสิบ แต่ครั้นจะให้ดื่ม นางก็กลัวว่าในนั้นจะมีพิษจริงๆ ตามที่ตนเองเพิ่งกล่าวหาไป
"ทำไมล่ะครับ? หรือว่าที่ท่านพูดเมื่อครู่ เป็นแค่ลมปากของคนที่จิตใจคับแคบ อิจฉาริษยาเห็นผู้อื่นค้าขายดีกว่า เลยกะจะมาทำลายข้าวของเพื่อความสะใจส่วนตัวเท่านั้น?" จางเหว่ยเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงพลัง นายทหารปลดประจำการแผ่ไอสังหารอ่อนๆ ออกมาจากร่างกายจนสะใภ้ใหญ่เฉินและป้าหมานผอยถอยหลังไปคนละก้าวด้วยความหวาดกลัว
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดและผู้คนกำลังจดจ้องมาที่จุดเกิดเหตุอย่างใจจดใจจ่อ เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากทางเข้าตลาด
"หลบไป! เจ้าหน้าที่ประจำเขตมาตรวจความเรียบร้อย!"
เสียงตะโกนก้องทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง กลุ่มชายในเครื่องแบบสีกากีสามนายเดินแหวกฝูงชนเข้ามา นำโดย "ผู้กองเฉิน" นายตำรวจประจำอำเภอผู้ขึ้นชื่อเรื่องความตรงไปตรงมาและไม่เกรงใจใครหน้าไหน
สะใภ้ใหญ่เฉินที่เห็นดังนั้นก็เหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่คว้าไว้ได้ นางรีบพุ่งเข้าไปหาผู้กองเฉินทันที น้ำตาปลอมๆ ไหลอาบแก้มราวกับสั่งได้
"ผู้กองเฉินค่ะ! ท่านต้องช่วยฉันด้วย! สองสามีภรรยาคู่นี้ขายยาเถื่อนผสมสารอันตรายหลอกลวงชาวบ้าน พอฉันเข้าไปเตือนด้วยความหวังดี พวกมันกลับทำร้ายร่างกายฉันและข่มขู่จะเอาชีวิตค่ะ!"
ผู้กองเฉินขมวดคิ้วมุ่น ปรายตามองสะใภ้ใหญ่เฉินที่มีสภาพลนลาน ก่อนจะเบนสายตาไปยังหลินฟางที่ยืนสงบนิ่งอยู่หลังแผงด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ไร้ซึ่งความพิรุธใดๆ
หลินฟางโค้งตัวทักทายอย่างมีมารยาท น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"ยินดีต้อนรับครับผู้กองเฉิน พอดีเลยครับที่ท่านมา เพราะผมกำลังรอให้เจ้าหน้าที่ผู้ทรงเกียรติมาช่วยเป็นพยานในการดำเนินคดีข้อหา 'หมิ่นประมาท' และ 'จงใจทำลายทรัพย์สินเพื่อการค้า' ของผู้หญิงคนนี้อยู่พอดีครับ..."
หลินฟางหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กขึ้นมาเปิดผ่านๆ พรางเผยรอยยิ้มปริศนาที่ทำให้ผู้กองเฉินถึงกับชะงักงัน "และที่สำคัญ... ในกระเป๋าผ้าสะพายของสะใภ้ใหญ่ท่านนี้ น่าจะมี 'หลักฐานสำคัญ' อีกชิ้นที่นางเพิ่งแอบหยิบมาจากร้านขายยาฝั่งตรงข้ามเพื่อเอามาใส่ร้ายป้ายสีผมโดยเฉพาะ... ท่านผู้กองจะลองตรวจดูด้วยตัวเอง หรือจะให้ผมช่วยหยิบออกมาให้ดูดีล่ะครับ?"
สิ้นคำพูดของหลินฟาง ร่างของสะใภ้ใหญ่เฉินก็สะท้านเฮือก ใบหน้าที่เคยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือดโดยสิ้นเชิง
--------------------------------------------------------------
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์อันเฉียบคมของหมอภัทร แล้วเรามาลุ้นระทึกไปพร้อมกันในตอนหน้า, ครับ!)
คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย•ตอนที่ 14
ตบหน้าด้วยความจริง
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!