กลิ่นหอมกรุ่นของพริกหอมคั่วและน้ำมันหมูเจียวใหม่ๆ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวดินเผา ทว่าบรรยากาศภายในบ้านตระกูลจางกลับไม่ได้อบอุ่นเช่นเดียวกับควันไฟจากเตาฟืน
"ภัทร... เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าเราควรเอาเนื้อตุ๋นยาจีนชุดนี้ไปวางขายที่ตลาดอำเภอพรุ่งนี้เช้า ทางการเพิ่งจะผ่อนปรนกฎระเบียบเรื่องการค้าเสรีได้ไม่นาน ข้าเกรงว่าพวกคณะกรรมการหมู่บ้านอาจจะหาเรื่องเล่นงานเราได้อีก"
จางเหว่ยเอ่ยขึ้นขณะที่มือหนากำลังช่วยผ่าฟืนซีกใหญ่อย่างขะมักเขม้น แววตาของชายหนุ่มฉายแววความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้กลัวเหนื่อย แต่เขาห่วงภรรยาตัวน้อยที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาได้ไม่นาน และต้องมาตรากตรำหาเงินเพื่อปลดแอกครอบครัวจากเงื้อมมือของญาติจางผู้โลภมาก
หลินฟาง (หมอภัทร) ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีทึบเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน วางตะหลิวไม้ในมือลงช้าๆ เขาหันกลับมามองสามีด้วยแววตานิ่งสงบแต่เฉียบคม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานความมั่นใจของนายแพทย์หนุ่มอนาคตไกลผู้ล่วงรู้ทิศทางประวัติศาสตร์เข้ากับความเด็ดเดี่ยว
"พี่เหว่ย... ลมเปลี่ยนทิศแล้วครับ"
หลินฟางก้าวเข้าไปใกล้สามี มือเรียวบางเอื้อมไปปัดเศษขี้เลื่อยที่เกาะอยู่บนบ่ากว้างอย่างเบามือ น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยต่อด้วยเหตุผลที่หนักแน่น
"ยุคสมัยนี้ไม่ได้ปิดกั้นคนทำมาหากินเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว นโยบายเศรษฐกิจใหม่กำลังจะเริ่มต้น คนมีเงินในกระเป๋าเริ่มมองหาของดีบำรุงร่างกาย เนื้อตุ๋นยาจีนสูตรลับของตระกูลเรา ตุ๋นด้วยสมุนไพรจากมิติพิเศษ เนื้อนุ่มละลายในปากแถมยังช่วยฟื้นฟูพละกำลัง ใครได้กินย่อมติดใจ ในเมื่อพวกมันอยากให้เรายากจน เราก็ยิ่งต้องร่ำรวยให้พวกมันอกแตกตาย"
คำพูดที่เปี่ยมด้วยพลังและความเยือกเย็นนี้ ทำให้จางเหว่ยชะงักไปชั่วขณะ หัวใจของชายหนุ่มเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความทึ่ง ความรัก และความฮึกเหิมที่พลุ่งพล่านขึ้นในอก ภรรยาของเขาในยามนี้ช่างน่าเกรงขามและงดงามเหลือเกิน
"ตกลง! หากเจ้าต้องการจะไป ข้าจะตื่นแต่ตีสามเพื่อช่วยเจ้าเข็นรถเข็นเอง!" จางเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาคู่นั้นประกายความมุ่งมั่นที่จะปกป้องและเคียงข้างภรรยาไม่ว่าฟ้าจะถล่มลงมา
ตลอดช่วงบ่าย หลินฟางใช้เวลาจัดการกับวัตถุดิบในมิติพิเศษอย่างประณีต เนื้อหมูและเนื้อวัวคุณภาพเยี่ยมถูกเคี่ยวเคียงกับเครื่องเทศและรากไม้ยาจีนจนส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณรั้วบ้าน กลิ่นหอมเย้ายวนใจนี้ลอยไปตามสายลมจนทะลุไปยังบ้านใหญ่ของลุงใหญ่และป้าสะใภ้จอมเค็มที่อยู่ถัดไปไม่ไกล
"แม่มัน ได้กลิ่นอะไรไหม? นั่นมันกลิ่นเนื้อตุ๋นไม่ใช่รึ!" เสียงแหบพร่าของลุงใหญ่ตระกูลจางดังขึ้นด้วยความหิวกระหาย เขาวิ่งกระฟัดกระเฟียดออกมาที่ชานบ้าน พลางจ้องมองมายังบ้านหลังเล็กของหลินฟางด้วยสายตาริษยา
ป้าสะใภ้เดินออกมาสมทบ ใบหน้าอัปลักษณ์บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น นางเท้าสะเอวแล้วตะโกนด่าทอข้ามรั้วทันที
"ไอ้สะใภ้ตัวซวย! พวกแกไปเอาเนื้อมาจากไหนวะ! กล้าแอบซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินเองรึ ลืมไปแล้วหรือไงว่าพวกแกยังติดหนี้ค่าข้าวตระกูลเราอยู่สามสิบหยวน! เอาเนื้อนั้นออกมาเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นฉันจะไปฟ้องหัวหน้าคอมมูนว่าพวกแกแอบซุ่มทำมาหากินผิดกฎหมาย!"
หลินฟางเดินออกมาที่หน้าประตูกลางแจ้งอย่างไม่รีบร้อน เขาไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะหยันฉายชัดบนใบหน้าคมคาย สายตาที่มองไปยังป้าสะใภ้เปรียบเสมือนหมอที่กำลังมองดูเชื้อโรคตัวหนึ่ง
"ฟ้องหรือครับ? เชิญตามสบายเลยครับป้าสะใภ้..." หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดอาบยาพิษ "แต่ก่อนจะไปฟ้องใคร ช่วยจำใส่สมองไว้ด้วยว่า ตระกูลจางแยกบ้านกันอย่างเป็นทางการต่อหน้าหัวหน้าคอมมูนแล้ว หนี้สามสิบหยวนอะไรนั่น เป็นเรื่องโกหกที่ท่านกุขึ้นมาเอง หากท่านยังกล้ามาสร้างความรำคาญและกล่าวหาพวกเราลอยๆ อีก ผมเกรงว่าบัญชีเก่าเรื่องที่ลูกชายท่านเคยขโมยเมล็ดพันธุ์พืชของหลวงไปขาย อาจจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาตรวจสอบใหม่โดยละเอียด... ท่านว่าจริงไหมครับ?"
คำพูดเพียงไม่กี่ประโยค ทำเอาป้าสะใภ้หน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำแต่ไม่กล้าเปล่งเสียงด่าต่ออีกเลยแม้แต่คำเดียว ได้แต่ฮึดฮัดกระทืบเท้ากลับเข้าบ้านไปด้วยความคับแค้นใจ
จางเหว่ยที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ด้านหลังแอบอมยิ้มกริ่ม ภรรยาของเขามีวิธีจัดการคนพาลได้อย่างเจ็บแสบโดยไม่ต้องลงมือใช้กำลังแม้แต่น้อย
เช้าวันรุ่งขึ้น ตลาดมืดริมชายขอบอำเภอคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่แอบมาแลกเปลี่ยนสินค้าท่ามกลางสายหมอกจางๆ หลินฟางและจางเหว่ยช่วยกันตั้งแผงขายของเล็กๆ หม้อดินเผาใบใหญ่ถูกเปิดฝาออก ไอความร้อนพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นยาจีนที่ตลบอบอวลไปทั่วตรอกซอกซอย ดึงดูดสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาทันที
"หอมอะไรวะเนี่ย..." ชายวัยกลางคนสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวเข้ม ซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานก่อสร้างในอำเภอ เดินเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าร้านด้วยความสนเท่ห์
หลินฟางตักเนื้อตุ๋นชิ้นโตสีสันน่ารับประทานใส่กระทงใบตองยื่นให้อย่างคล่องแคล่ว พลางส่งยิ้มต้อนรับด้วยมารยาทอันดีงาม
"เนื้อตุ๋นยาจีนสูตรโบราณครับคุณพี่ ทานแล้วช่วยบำรุงกำลัง เลือดลมไหลเวียนดี เหมาะสำหรับคนทำงานหนักอย่างยิ่ง ลองชิมดูก่อนได้ครับ ชามละสองเหมาเท่านั้น"
ชายคนนั้นรับกระทงใบตองมาด้วยความลังเล แต่พอเข้าปากเคี้ยวคำแรก ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นทันที ความนุ่มละมุนของเนื้อที่ละลายในปากผสานกับรสชาติกลมกล่อมของเครื่องสมุนไพรทำให้เขาอุทานออกมาเสียงดัง
"อร่อยชิบ! เอาฉันชามหนึ่ง! ไม่สิ... เอาสองชามเลย!"
เสียงร้องทักของลูกค้าคนแรกเปรียบเสมือนสัญญาณเปิดฉากความสำเร็จ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างกรูเข้ามามุงล้อมแผงขายของของสองสามีภรรยาจนแน่นขนัด เสียงแย่งกันซื้อดังเซנק่งไปทั่วบริเวณ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เนื้อตุ๋นยาจีนหม้อใหญ่ก็ถูกขายจนเกลี้ยงเกลา เงินเหมาและเศษสตางค์ถูกหยอดใส่กล่องไม้จนส่งเสียงกระทบกันกราวใหญ่
จางเหว่ยตื่นตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เขานับเงินในกล่องด้วยมือที่สั่นเทา นี่คือเงินจำนวนมากที่สุดที่ครอบครัวพวกเขาหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง
หลินฟางแย้มยิ้มบางๆ ขณะเก็บอุปกรณ์ เขากวาดสายตามองไปรอบตลาดด้วยความพึงพอใจ ก้าวแรกแห่งการพลิกฟื้นชะตากรรมประสบความสำเร็จอย่างงดงามแล้ว ทว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเก็บแผงเพื่อเดินทางกลับบ้าน สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของชายวัยกลางคนสวมแว่นตากลม ท่าทางภูมิฐานแต่แววตากลัดกลุ้ม กำลังเดินตรงดิ่งมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าร้านของพวกเขาด้วยท่าทีลังเลราวกับต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
[ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับก้าวแรกแห่งความสำเร็จของหมอภัทร แล้วเรามาลุ้นระทึกไปพร้อมกันในตอนหน้า, ครับ!]
คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย•ตอนที่ 16
ลมเปลี่ยนทิศ
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!