"หากพวกท่านยังส่งเสียงเอะอะโวยวายรบกวนเวลาพักผ่อนของภรรยาผมอีกแม้แต่คำเดียว ผมคงต้องเชิญออกไปคุยกันนอกรั้วบ้าน"
น้ำเสียงของจางเหว่ยไม่ได้ดังตวาด แต่ทุบลงไปบนความเงียบงันด้วยแรงกดดันระดับนายทหารกองหนุนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาดำสนิทคู่นั้นกวาดมองร่างของป้าสะใภ้ใหญ่และลูกพี่ลูกน้องจอมตะกละที่มายืนออกันหน้าประตูบ้านดินเก่าๆ จนอีกฝ่ายต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ภายในห้องนอนที่อับชื้นและมีกลิ่นอายความยากจน หลินฟาง (หรือหมอภัทรในร่างปัจจุบัน) นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้กระดานแข็ง เขาไม่ได้สนใจความวุ่นวายภายนอก ปลายนิ้วเรียวยาวกำลังคีบเข็มเงินเล่มบางที่ผ่านการลนไฟฆ่าเชื้ออย่างลวกๆ ขึ้นมาพิจารณา
ร่างนี้ทรุดโทรมเกินไป...
จากการวินิจฉัยด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนที่เขาเชี่ยวชาญมาทั้งชีวิต ชี่ (พลังลมปราณ) และเลือดในร่างกายติดขัดอย่างรุนแรง เส้นลมปราณตับและม้ามพร่อง ปอดชื้นและหยางในไตเสื่อมสลายจากการตรากตรำทำงานหนักและถูกโภชนาการที่ย่ำแย่กัดกินมาเป็นปีๆ หากปล่อยไว้เช่นนี้ อีกไม่เกินสามเดือน ร่างกายนี้คงล้มหมอนนอนเสื่อและจากโลกนี้ไปอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้พวกญาติเปรตหิวโหยเข้ามายึดครองบ้านและที่ดินผืนน้อยไปตามแผนการ
หลินฟางสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงเพื่อปรับจังหวะการหายใจ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วกดลงไปบนจุดชีพจร 'เน่ย관' (Neiguan) ที่ข้อมือซ้าย แรงกดลงไปพพอเหมาะพอเจาะจนเกิดความเจ็บแปลบวิ่งพล่านขึ้นสู่สมอง กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลมที่นิ่งงัดในทันที
"อึก..."
ใบหน้าที่เคยซีดเซียวจนแทบไร้สีเลือดบิดเบี้ยวเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม ความเจ็บปวดจากการฝังเข็มด้วยตนเองโดยปราศจากผู้ช่วยไม่ใช่เรื่องสนุก แต่สำหรับอดีตแพทย์ผู้เคยผ่านเคสวิกฤตมานับไม่ถ้วน ความเจ็บปวดนี้เป็นเพียงเสียงดนตรีประกอบการมีชีวิตรอด
เขามองผ่านมิติลับในห้วงความคิด—ฟาร์มเกษตรอัจฉริยะที่เขานำติดตัวข้ามเวลามาด้วย ชั้นวางยาสมุนไพรจีนโบราณนับร้อยชนิดส่งแสงเรืองรองสีทองจางๆ โสมป่าอายุร้อยปี เห็ดหลินจือแดง และตังกุยเกรดพรีเมียมถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่การจะนำสิ่งเหล่านี้ออกมาใช้สุ่มสี่สุ่มห้าในยุค 70 ที่การตรวจสอบจากคณะกรรมการหมู่บ้านเข้มงวดถึงขั้นพลิกแผ่นดินหาความผิด รังแต่จะดึงดูดหายนะมาสู่ตัว
"เราต้องใช้ของรอบตัว... พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส"
หลินฟางพึมพำกับตัวเอง มือขวาตวัดเข็มเงินเล่มที่สองปักลงบนจุด 'จู๋ซานหลี่' (Zusanli) ที่หัวเข่าอย่างแม่นยำราวกับจับวาง นี่คือจุดสำคัญในการบำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร เสริมสร้างภูมิต้านทาน และขับพิษออกจากร่างกาย ทันทีที่เข็มทะลุผ่านผิวหนัง ความรู้สึกอุ่นซ่านราวกับมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วขา ปลุกเร้าเซลล์ที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นจากการจำศีล
เสียงฝีเท้าหนักๆ เดินกลับเข้ามาในห้อง จางเหว่ยเปิดประตูเบาๆ ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมผ่อนคลายลงทันทีเมื่อเห็นภรรยานั่งอยู่บนเตียง เขารีบเดินตรงเข้ามา นั่งคุกเข่าลงข้างเตียง มือใหญ่อย่างหยาบกร้านเอื้อมมาแตะหน้าผากชื้นเหงื่อของหลินฟางอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ
"พวกมันไปแล้ว... คุณยังเจ็บอยู่ไหม ฟางฟาง?" น้ำเสียงของจางเหว่ยทุ้มนุ่มและเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด ดวงตาคู่นั้นฉายแววเจ็บปวดแทนทุกครั้งที่เห็นภรรยาต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคเรื้อรัง
หลินฟางลืมตาขึ้น แววตาที่เคยหม่นหมองบัดนี้กลับเปล่งประกายคมกริบราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด เขายกมือขึ้นกุมมือหยาบกร้านของสามีไว้ รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากทำให้ใบหน้าที่ซีดเซียวกลับมีเสน่ห์อย่างประหลาด
"ผมไม่เป็นไรครับพี่จาง... แค่กำลังรักษาตัวเองอยู่" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "อีกอย่าง... อาหารเย็นวันนี้ ผมจะเป็นคนจัดการเอง"
จางเหว่ยชะงักไปเล็กน้อย ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเป็นห่วง "ร่างกายคุณยังไม่หายดี จะเข้าครัวทำไมกัน ให้ผมไปต้มซุปผักกาดหางกวางนั่นแหละง่ายดี"
"ซุปผักกาดจืดชืดแบบนั้น จะไปมีแรงรักษาโรคอะไรได้" หลินฟางสอดส่ายสายตาไปรอบห้อง ก่อนจะหยิบตะกร้าไม้สานเก่าๆ ใต้เตียงขึ้นมา "วันนี้เราจะกิน 'ซุปไก่ตุ๋นโสมตังกุยและพุทราจีน' กันครับ... วัตถุดิบทั้งหมด อยู่ในป่าหลังหมู่บ้านที่เราจะไปเก็บกันตอนนี้แหละ"
จางเหว่ยอ้าปากค้างเล็กน้อย ป่าหลังหมู่บ้านขึ้นชื่อเรื่องความแห้งแล้งและอันตราย ยิ่งช่วงใกล้ค่ำแบบนี้ชาวบ้านแทบไม่มีใครกล้าเฉียดใกล้เพราะกลัวสัตว์ป่าและเจ้าที่ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวของภรรยา ชายหนุ่มก็กลืนคำคัดค้านทั้งหมดลงคอ พยักหน้ารับอย่างยอมจำนนต่อความดื้อรั้นที่น่ารักนี้
"ตกลง... ถ้าคุณอยากไป ผมจะพาไป และไม่ว่าคุณจะหยิบจับอะไร ผมจะคอยระวังหลังให้คุณเอง"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา สองสามีภรรยามาถึงชายป่าดิบชื้นหลังหมู่บ้าน หลินฟางกวาดสายตามองพืชพรรณต่างๆ ด้วยสัญชาตญาณของแพทย์แผนจีน ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปเด็ดใบไม้สีเขียวเข้มและรากไม้หน้าตาประหลาดใส่ตะกร้าอย่างคล่องแคล่ว ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ราวกับผืนป่าแห่งนี้คือห้องทดลองส่วนตัวของเขา
แต่ในขณะที่หลินฟางกำลังก้มลงขุดราก 'ตังกุยป่า' ที่ซ่อนอยู่ใต้โคนต้นสนโบราณ จางเหว่ยที่ยืนระวังหลังอยู่ไม่ไกลนักก็ส่งเสียงกระซิบเตือนด้วยน้ำเสียงตึงเครียด
"ฟางฟาง... มีคนกำลังเดินมาทางนี้ ทางทิศตะวันออก... ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าหมู่บ้านกับพวกตระกูลหลิน"
หลินฟางหยุดชะงักมือ เงยหน้าขึ้นมองตามทิศทางที่สามีบอก มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และแผนการอันแยบยล
ในเมื่อพวกมันอยากมาหาเรื่องถึงที่... เขา็จะใช้โอกาสนี้ เปิดฉากตบหน้าพวกมันด้วยสมุนไพรราคาแพงที่พวกมันไม่มีวันเอื้อมถึงเสียเลย!
ทว่า... ขณะที่ทั้งสองกำลังจะหลบหลังพุ่มไม้หนา เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ก็หยุดชะงักลงตรงหน้าทางแยกพอดี พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจและตื่นตระหนกของหัวหน้าหมู่บ้านที่ดังขึ้นขัดจังหวะ
"เฮ้ย! นั่นมัน... กลิ่นอะไรวะ ทำไมมันหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งป่าแบบนี้!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ
(หมอภัทรแก้ไขชะตา)
คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย•ตอนที่ 3
สมุนไพรในกำมือ
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงกับฟาร์มอดีตที่พังทลาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!